ผลสำรวจพบผู้ปกครองมีเงินไม่พอจ่ายช่วงเปิดเทอม

by Adcharawan 9 พฤษภาคม 2555 เวลา 14:08 น.

ผลการสำรวจหอการค้า ไทยเผยผู้ปกครองร้อยละ40.6มีเงินไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม  เนื่องจากสินค้ามีราคาแพงขึ้น โดยส่วนใหญ่ใช้วิธียืมเงินจากญาติพี่น้องมาใช้จ่ายก่อน พร้อมกังวลว่าการแจกแท็ปเล็ตให้เด็ก ป.1 เด็กจะนำไปเล่นเกมส์มากกว่าการเรียน

 

มหาวิทยาลัย หอการค้าไทยและหอการค้าไทยสำรวจผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมพบว่า แม้รัฐบาลจะมีนโยบายเรียนฟรี12ปี ตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยมปลาย แต่ผู้ปกครองยังคงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเฉลี่ยเป็นเงินสูงถึง 7,014บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายโดยรวมในช่วงเปิดเทอมปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่7,142 บาท  ในจำนวนนี้เป็นเงินค่าเล่าเรียนและค่าหน่วยกิตมากที่สุดร้อยละ40.2 รองลงมาเป็นเงินค่าแป๊ะเจี๊ยหรือค่าบำรุงกรณีเปลี่ยนโรงเรียนใหม่ ร้อยละ 33 ส่งผลให้คาดการณ์ใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมปีนี้จะสูงถึง 50,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ7รวมไปถึงราคาสินค้าเสื้อผ้าชุดนักเรียน ถุงเท้า รองเท้า หนังสือ กระเป๋าและเครื่องเขียน มีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ส่วนการใช้จ่ายภาพรวมพบว่า ผู้ปกครองร้อยละ 59.4 ระบุว่ามีเงินเพียงพอกับค่่าใช้จ่าย และร้อยละ40.6 ตอบว่ามีเงินไม่เพียงพอ ซึ่งในกลุ่มที่ตอบว่ามีเงินไม่เพียงพอนั้นร้อยละ35.4 บอกว่าต้องยืมเงินจากญาติพี่น้อง,ส่วนร้อยละ26.8 บอกว่าต้องจำนำทรัพย์สิน และร้อยละ26.3ใช้วิธีกู้เงินนอกระบบ มีเพียงร้อยละ10.7บอกว่ากู้เงินในระบบ  ส่วนการแจกแท็ปเล็ตให้เด็ก ป.1 ผู้ปกครองร้อยละ49.6 มีความกังวลว่าเด็กจะนำไปเล่นเกม มากกว่าอ่านเนื้อหาการเรียน และไม่สามารถดูแลรักษาได้ จึงเสนอให้รัฐบาลแจกแท็ปเล็ตให้กับเด็ก ม.1ขึ้นไปจะดีกว่า


นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ขณะนี้ราคาสินค้าที่มีราคาแพงขึ้นทำให้ผู้บริโภคให้ระมัดระวังการจับจ่ายมาก ขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงควรดูแลราคาพลังงานอย่างต่อเนื่องไปอีก3เดือน ทั้งการตรึงราคาก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจีในภาคครัวเรือน ,ดูแลราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักของราคาสินค้า ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว อาจทำให้กระทบต่อภาคการส่งออกไทยและการท่องเที่ยว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส2ของปีฟื้นตัวไม่มากนัก

 

Produced by  VoiceTV 

EMBED CODE :
Tuesday, Jul 29 2014