อะไรน่าลงทุนใน "พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา"

by VoiceNews 4 มิถุนายน 2555 เวลา 13:23 น.
อะไรน่าลงทุนใน "พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา"

เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีอะไรที่น่าลงทุนใน "พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา" ขุมทรัพย์แห่งใหม่ ของเหล่านักลงทุนต่างชาติ

 

นับวันการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ก็ใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกต่างก็มองหาประเทศที่กำลังจะพัฒนา หรือพัฒนาแล้วเพื่อเป็นการขยายธุรกิจในส่วนต่างๆ อาทิ การจ้างแรงงาน การสร้างฐานการผลิต หรือการนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย ซึ่งที่ผ่านมานับว่ามีองค์กรหลายค่ายที่มองประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชาในการเป็นประเทศที่น่าลงทุนซึ่งแต่ละประเทศจะมีความน่าสนใจบ้างลองมาดู...!!
 
 
สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า
 
ประเทศพม่าถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีเขตชายแดนติดกับไทยมากที่สุด  โดยในปัจจุบันประเทศพม่าได้มีนักลงทุนไทยรายใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในพม่าแล้ว อาทิ กลุ่มซีพี กลุ่มปตท.และกลุ่มสยามซีเมนต์ (SCG) สำหรับตลาดพม่าในปัจจุบันนั้นสามารถรองรับสินค้าไทยได้ค่อนข้างสูง เนื่องจากความสามารถในการผลิตสินค้าในพม่ามีไม่เพียงพอกับความต้องการของคนพม่า แม้พม่าจะพยายามผลิตสินค้าภายในประเทศของตนเพื่อทดแทนการนำเข้าแล้วก็ตาม แต่ศักยภาพในการผลิตก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี หรือมีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้นเมื่อเทียบกับความต้องการ ซึ่งขณะที่โอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในประเทศพม่านั้น ได้แก่  ธุรกิจบริการอาหาร ร้านอาหารและร้านน้ำชา ซึ่งชาวพม่าให้ความนิยมสูง รวมทั้งธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูป ธุรกิจผลิตสินค้าเกษตรและแปรรูปสินค้าเกษตร เป็นต้น
 
 
 
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 
 
ประเทศลาวหากย้อนกลับไปในช่วง 7 ปีก่อนจนถึงปัจจุบันเศรษฐกิจในประเทศดังกล่าวถือว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชากรชาวลาวเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น อีกทั้งทรัพยากรในประเทศยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ลาวยังมีโครงการทางเศรษฐกิจระยะยาวผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อที่จะเป็นแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ซึ่งก็จะมีนักลงทุนทั้งจีน เวียดนาม ไทย ต่างเข้ามาระดมทุน ซึ่งในส่วนก็จะช่วยส่งผลให๎เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น อีกทั้งชาวลาวยังนิยมสินค้าไทยเป็นจำนวนมากทั้งสินค้าอุปโภค และบริโภค ซึ่งหากนักลงทุนสนใจที่จะไปลงทุนทีนี่ ธุรกิจกาแฟและเบเกอรี่  ธุรกิจความสวยความงาม ธุรกิจอู่ซ่อมรถ หรือโรงเรียนนานาชาติ ก็เป็นที่น่าสนใจเนื่องจากธุรกิจดังกล่าวยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ
 
 
(ภาพ : http://th.wikipedia.org
 
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
 
ประเทศเวียดนามถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกับเรา แต่ในแง่ของธุรกิจข้าวส่งออกปัจจุบันเวียดนามถือว่ามาแรงแซงโค้งประเทศนำประเทศเราไปแล้ว สำหรับประเทศเวียดนามนั่นในแง่ของทรัพยากร เวียดนามมีความได้เปรียบในเรื่องของการมีน้ำมันดิบกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค ทำให้ในปัจจุบันเวียดนามถือเป็นประเทศส่งออกน้ำมันดิบอันดับ 3 ในแถบภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งเวียดนามยังอยู่ในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น จึงทำให้ประเทศเวียดนามถือเป็นประเทศที่น่าเข้าไปลงทุน ซึ่งกิจการที่น่าลงทุนในประเทศเวียดนาม อาทิ อุตสาหกรรมการเกษตร สินค้าอุปโภค บริโภค  อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกโดยใช้แรงงานของเวียดนาม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง แต่การลงทุนที่ประเทศเวียดนามต้องห้ามคือธุรกิจที่ทำลายประชากรและทรัพยากรในประเทศ อาทิ การประมงในน่านน้ำ กิจการเบียร์ ยาสูบ และอื่นๆ
 
 
 
กัมพูชา 
 
ประเทศกัมพูชาถือเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเสรี  อีกทั้งยังมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะที่ดินว่างเปล่าเป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับนำมาใช้ทำการเกษตรและอุตสาหกรรม ประเทศกัมพูชาในแต่ละปีผลิตพืชผลเกษตรได้เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากขาดเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ซึ่งโอกาสของนักลงทุนที่น่าลงทุน ได้แก่ การลงทุนสร้างโรงสีข้าว การพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชเกษตร  อุตสาหกรรมประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร  อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมด้านพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศที่ได้รับการอนุมัตให้เข้าไปลงทุน อาทิ  จีน 27 โครงการ   รองลงมาเกาหลีใต้ 16 โครงการ  และไทยได้รับอนุมัติ 4 โครงการ โดยธุรกิจที่ได้รับการลงทุนมากที่สุด ได้แก่ธุรกิจการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป 38 โครงการ ธุรกิจการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะและชายหาด  การก่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ท ที่พักอาศัย ร้านอาหาร และสนามกอลฟ์
 
ช่วงนี้ดูเหมือนประเทศต่างๆเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับประเทศดังกล่าวเป็นพิเศษ แต่หากผู้ประกอบรายไหนจะเข้าไปลงทุนก็ควรตรวจสอบให้ดี เพราะบางประเทศอาจจะมีข้อกฎหมายห้ามทำธุรกิจบางประเภทก็เป็นได้ ควรศึกษาให้รอบคอบ!!!
 
 
เรียบเรียงโดย Puttamaporn
 
source : 
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=724067 ,
http://www.thai-aec.com/130 
http://www.siaminfobiz.com/mambo/content/view/2396/40/ 
http://www.depthai.go.th/DEP/DOC/52/52002049.doc 
http://glamdring.baac.or.th/ViewContent.php?ContentID=8645
 
 
EMBED CODE :
Friday, Sep 19 2014