การระบายสต็อกข้าวและเสียงรัฐบาลกับการจำนำข้าว

by Chitnapa 14 สิงหาคม 2555 เวลา 18:04 น.

รายงานพิเศษ 'โครงการรับจำนำข้าว' ตอนที่ 2

 

'กิตติรัตน์'ยังมั่นใจ จำนำข้าวจะดันราคาตลาดโลกขยับขึ้น แม้ตอนนี้รัฐบาลจะขาดทุนไปแล้ว 5 หมื่นกว่าล้าน พาณิชย์มั่นใจเจรจาขายจีทูจียักษ์ใหญ่สำเร็จ

 

รัฐบาล ออกมายืนยันว่าแม้โครงการจำนำข้าวจะทำให้รัฐบาลขาดทุนไปหลายหมื่นล้านบาท แต่จะทำให้ราคาข้าวไทยในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น และยังทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาไทยดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งการระบายสต็อคข้าวจากนี้จะเน้นขายแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งมีหลายประเทศให้ความสนใจแล้ว 

 

ศูนย์บริหารจัดการโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร กรมการค้าภายใน สรุปผลการดำเนินงาน โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/2555 เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 มีข้าวเข้าโครงการทั้งหมด 6,950,165 ตัน ซึ่งห่างไกลจากเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ ว่าจะมีข้าวเข้าโครงการที่ 25 ล้านตัน จากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปลายปีที่ผ่านมา

 

หลังจากหมดเขตโครงการรับจำนำข้าวนาปี ปีการผลิตดังกล่าว จากนั้น 22 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ระยะเวลาโครงการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555– มกราคม 2556 กำหนดชนิดและราคารับจำนำข้าวที่เข้าโครงการ เช่นเดียวกับการรับจำนำในครั้งแรก ไม่จำกัดปริมาณ แต่ให้รับจำนำเฉพาะใบประทวนเท่านั้น ซึ่งจากการรวบรวมปริมาณข้าวเปลือกที่รับจำนำทั้ง 2 ครั้ง รวมแล้ว 17 ล้านตัน

 

นับตั้งแต่เริ่มโครงการรับจำนำข้าวมาตั้งแต่ครั้งแรก จนถึงครั้งที่สองในฤดูการผลิตนี้ โครงการนี้ถูกโจมตีอย่างหนักจากหลายฝ่าย เน้นหนักไปที่การใช้งบประมาณจำนวนมากในรับซื้อข้าวจากชาวนา ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ยอมรับว่า โครงการนี้ทำให้รัฐบาลขาดทุนไปแล้ว 50,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าที่เลือกวิธีรับจำนำข้าว เพราะเชื่อว่าจะสามารถทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น

 

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ราคาข้าวที่สูงขึ้นกว่า 10,000 บาทต่อตัน ทำให้ชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอสำหรับนำไปชำระหนี้และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

 

ส่วนการระบายข้าวปีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าเดินหน้าเจรจาขายข้าวแบบจีทูจี ให้กับจีน อินโดนีเซีย บังคลาเทศ ไอเวอร์รี่โคสต์และกินี นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจาในเบื้องต้นกับกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น บาร์เรนห์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วย คาดว่าขายข้าวได้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านตัน

 

ตลาดส่งออกข้าวไทยในช่วงเดือน ตุลาคม 2554 ถึงเดือนมิถุนายน 2555 ไทยส่งออกข้าวได้ 4.7 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1 แสนล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่ไทยส่งออกได้ 9.4 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท หากดูในแง่ของมูลค่าการส่งออกพบว่ามูลค่าหายไปถึง 60,000 ล้านบาท แต่เมื่อมาดูปริมาณข้าวที่ส่งออกไปลดลงถึง 4.7 ล้านตัน นั่นหมายความว่า โครงการรับจำนำทำให้มูลค่าราคาข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 40,000 ล้านบาท 

 

และในสิ้นเดือนนี้ กระทรวงเกษตรของสหรัฐที่เตรียมส่งผู้แทนมาไทย เพื่อตรวจสอบข้อมูลนโยบายรับจำข้าวของไทยว่าผิดกฎการอุดหนุนสินค้าเกษตรหรือไม่ ซึ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวของไทยไม่ขัดกฎการอุดหนุนสินค้าเกษตร ตามความหมายขององค์การการค้าโลก ซึ่งโครงการรับจำนำข้าวของไทย ทำให้ส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น ไม่ได้ทำให้ต้นทุนการจำหน่ายข้าวลดลง จากนี้ต้องจับตาต่อไปว่าทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อข้าวไทยอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ข่าวการสูญเสียแชมป์โลกในการส่งออกข้าวของไทย ก็สร้างความสั่นคอนในคนทั้งไปไม่น้อย

EMBED CODE :
Friday, Aug 01 2014