วอนรัฐทบทวนนโยบายจำนำข้าว

by Nalinee Silikate 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา 13:38 น.

อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ห่วงนโยบายจำนำข้าวทำสัดส่วนหนี้สาธารณะพุ่งเป็นร้อยละ 61 ในปี 2562  กระทบเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ วอนรัฐบายทบทวน ในขณะที่ทีดีอาร์ไอประเมินรัฐบาลขาดทุนจากจำนำข้าว 173,000 ล้านบาท


ม.ร.ว.ปรีดิยาธร  เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธ.ป.ท. เปิดเผยระหว่างการเสวนาในหัวข้อ "ข้าว ชาวนา นักการเมือง และประเทศชาติ ใครได้ใครเสีย" ว่า การดำเนินนโยบายจำนำข้าวระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยคาดว่าหากรัฐบาลดำเนินนโยบายจำนำข้าวต่อไปจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 61 ของจีดีพี ในปี 2561 จากปัจจุบันที่สัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ร้อยละ 44  ซึ่งเป็นตัวเลขที่อ่อนไหวต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ  ดังนั้นรัฐบาลจึงควรทบทวนนโยบายดังกล่าวก่อนที่จะเกิดปัญหา  โดยประเมินเบื้องต้นว่ารัฐบาลจะขาดทุนจากนโยบายจำนำข้าวไม่ต่ำกว่า 140,000 ล้านบาท


ด้านนายนิพนธ์  พัวพงศกร  นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า  นโยบายจำนำข้าวจะทำให้รัฐบาลขาดทุนไม่ต่ำกว่า 173,000 ล้านบาท  เพราะรัฐบาลขายข้าวในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่รับจำนำจากเกษตรกร ในขณะที่เกษตรกรที่มีฐานะยากจนไม่ได้รับประโยชน์ ปลูกข้าวไม่พอที่จะนำเข้าโครงการ  ดังนั้นผู้ได้รับประโยชน์จึงเป็นชาวนาที่มีฐานะปานกลางถึงชาวนาที่มีฐานะดีเท่านั้น โดยโรงสีและโกดังเก็บข้าวได้รับผลประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 6,273 ล้านบาท  ค่าข้าวเสื่อมคุณภาพ 20,481 ล้านบาท และค่าดอกเบี้ยอีกกว่า 14,454 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนที่ควรนำไปใช้ลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาประเทศที่ให้ประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่มากกว่าโครงการจำนำข้าวที่ให้ประโยชน์คนกลุ่มเดียว


นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยข้อมูลการซื้อขายข้าว และชี้แจงว่าเหตุใดราคาข้าวในประเทศจึงไม่สูงขึ้นโดยตัองข้อสังเกตว่า การดำเนินนโยบายจำนำข้าว โดยรัฐบาลรับจำนำข้าวทุกเมล็ดจากเกษตรกรจะต้องทำให้ราคาขายข้าวเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและข้าวส่งออก แต่พบว่ามีเพียงราคาข้าวส่งออกเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาขายข้าวในประเทศไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่าอาจมีการนำข้าวในคลังของรัฐบาลไปขายในตลาดต่างประเทศโดยไม่เปิดเผยข้อมูล หรือมีการขายแบบลับๆ เกิดขึ้น

by Nalinee Silikate 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา 13:38 น.
EMBED CODE :

RELATED CONTENT

ทีดีอาร์ไอ วิพากษ์จำนำข้าว
ทีดีอาร์ไอ วิพากษ์จำนำข้าว
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย มองนโยบายการรับจำนำข้าวจะก่อให้เกิดปัญหาข้าวค้างสต็อก…
นายกฯยืนยันรับจำนำข้าวเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร
นายกฯยืนยันรับจำนำข้าวเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร
นายกฯ ยืนยันโครงการรับจำนำข้าว ช่วยยกระดับราคาข้าวให้มีเสถียรภาพ และเป็นโครงการที่เกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง…
นักวิชาการชี้จำนำข้าวเกษตรกรได้ประโยชน์
นักวิชาการชี้จำนำข้าวเกษตรกรได้ประโยชน์
นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ระบุโครงการรับจำนำข้าว เป็นประโยชน์กับเกษตรกรเพราะที่ผ่านมา…
ทีดีอาร์ไอ ชี้แจง เหตุจำนำข้าวขาดทุนกว่า 4 แสนล้าน
ทีดีอาร์ไอ ชี้แจง เหตุจำนำข้าวขาดทุนกว่า 4 แสนล้าน
ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยบทความตอบคำถาม 4 ข้อ เหตุผลโครงการรับจำนำขาดทุน กว่า 4…
วิพากษ์นโยบายจำนำข้าว
วิพากษ์นโยบายจำนำข้าว
สื่อต่างประเทศเผยแพร่บทความวิจารณ์นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยกล่าวว่าเป็นนโยบายที่สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมข้าวไทย…
ธ.ก.ส.ยันรับจำนำข้าวไม่กระทบสภาพคล่อง
ธ.ก.ส.ยันรับจำนำข้าวไม่กระทบสภาพคล่อง
รายงานพิเศษ 'โครงการรับจำนำข้าว' ตอนที่ 3
พณ.มั่นใจจำนำข้าวผลตอบรับดี ขาดทุนน้อย
พณ.มั่นใจจำนำข้าวผลตอบรับดี ขาดทุนน้อย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุข้าวในสต็อครัฐบาลเหลือเพียงแค่ 4 ล้านตัน…
แนะพัฒนาคุณภาพข้าวแทนจำนำข้าว
แนะพัฒนาคุณภาพข้าวแทนจำนำข้าว
นักวิชาการแนะรัฐบาลเร่งพัฒนาคุณภาพข้าวแทนการรับจำนำข้าว ขณะที่อดีตรมว.คลัง…

NEWS PROGRAMMES

VOICE NEWS

video
ขอเสรีภาพสื่อ นายกฯแนะระวังตัว
นายกรัฐมนตรีเตือนนักข่าวอาวุโสระวังตัว หลังขอเสรีภาพ เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ด้านองค์กรวิชาชีพขอคสช.ยกเลิกคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

VARIETY PROGRAMMES

TECH FEED

video
Tech Feed: Chrome ขึ้นแท่นเบราเซอร์อันดับ 1 ของโลก
ผลสำรวจล่าสุดจากNet Market Share เว็บไซต์เก็บข้อมูลผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกล่าสุดพบว่า Google Chrome ขึ้นแท่นเว็บเบราเซอร์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก คิดเป็นร้อยละ 41.66 ของผู้ใช้งานทั้งหมด ขณะที่ Internet Explorer ตามมาเป็นอันดับที่ 2 อยู่ที่ร้อยละ 41.35 และ Mozilla Firefox ได้อันดับ 3 อยู่ที่ร้อยละ 9.76

WORLD

video
ญาติเหยื่อสินค้าฆ่าเชื้อ 'เรกคิทท์ เบนคีเซอร์'ไม่รับคำขอโทษ
เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ สาขาเกาหลีใต้ขอโทษกรณีจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมอันตราย จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 95 ราย แต่ญาติผู้เสียหายไม่ยอมรับคำขอโทษและเรียกร้องให้บริษัทหยุดดำเนินธุรกิจในเกาหลีใต้โดยทันที
TOP
NOW :