สรรพสามิตไล่เช็กบิลรถคันแรก แห่ขอสละสิทธิแล้ว2พันคัน

by Wasinee 18 มีนาคม 2556 เวลา 10:37 น.
สรรพสามิตไล่เช็กบิลรถคันแรก แห่ขอสละสิทธิแล้ว2พันคัน

โครงการรถคันแรกเริ่มพ่นพิษ แห่สละสิทธิขอคืนภาษีแล้ว 2 พันคัน สรรพสามิตชี้มีทั้งผิดเงื่อนไขอายุไม่ถึง 21 ไม่ใช่รถคันแรก ทำผิดสัญญาถือครอง 5 ปี เร่งตรวจสอบจี้คืนเงินภายใน 30 วัน

 
 
หนังสือพิมพ์มติชน รายงาน แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า ขณะนี้มีตัวเลขแจ้งเข้ามาในระบบติดตามการดำเนินโครงการคืนเงินรถยนต์คันแรกของกรมพบว่า มีผู้ใช้สิทธิซื้อรถยนต์ในโครงการแจ้งขอสละสิทธิการเข้าโครงการแล้ว 2 พันราย โดยมาจากหลายสาเหตุ ทั้งผิดเงื่อนไขตั้งแต่แรก เช่น อายุไม่ถึง 21 ปี ไม่ใช่รถคันแรกจริง ซื้อก่อนเริ่มโครงการ เป็นต้น ซึ่งกรมจะตรวจสอบและดึงเรื่องการจ่ายเงินคืนให้ไว้ก่อน และยังมีกรณีไม่ทำตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด เช่น ถือครองไม่ครบ 5 ปี เพราะบางคนซื้อมาปีหนึ่งหรือไม่ถึงปีก็จะขายรถต่อ ซึ่งกรณีนี้มีจำนวนมาก
 
"ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครองรถยนต์ 5 ปีได้ หรือไม่สามารถส่งค่างวดที่ต้องผ่อนส่งรายเดือนกับทางบริษัทเช่าซื้อหรือลีสซิ่งได้ไหวจนทำให้ถูกยึดรถไป รวมถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ซึ่งกรณีนี้หากได้รับเงินคืนไปแล้วก็แล้วกันไป ไม่ติดตามทวงคืนจากครอบครัวเจ้าของรถ" แหล่งข่าวกล่าว
 
อย่างไรก็ตาม คงต้องตรวจสอบด้วยว่า ในจำนวนที่สละสิทธินี้มีผู้ถือครองรถยนต์ครบ 1 ปีและได้รับเงินคืนไม่เกิน 1 แสนบาทไปแล้วหรือไม่ หากรับแล้วและไม่นำเงินมาคืนให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ต้องนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการติดตามทวงเงินคืนต่อไป แต่ก็มีผู้นำเงินมาคืนแล้วบางส่วน และบางคนขอผ่อนจ่ายเพราะใช้เงินหมดไปแล้ว กรณีนี้กรมสรรพสามิตต้องทำเรื่องเสนอไปยังกรมบัญชีกลางให้พิจารณา ในฐานะผู้ติดตามเงินภาษีคืนให้แผ่นดิน
 
แหล่งข่าวกล่าวถึงวิธีการติดตามทวงเงินคืนว่า ทางกรมสรรพสามิตจะทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของรถให้นำเงินมาคืนภายใน 15 วันที่ได้รับหนังสือ หากยังเงียบเฉยจะออกหนังสือเตือนไปอีกครั้งและให้เวลาอีก 15 วัน รวมเป็น 30 วันที่ต้องนำเงินมาจ่ายคืน ซึ่งการออกหนังสือเตือนหมายความว่าเจ้าของรถผิดนัดชำระหนี้แล้วต้องจ่ายดอกเบี้ย 15% ต่อปีโดยคำนวณเฉลี่ยจนถึงวันที่จ่ายเงินคืนครบตามจำนวน แต่หากยังนิ่งเฉยก็จะส่งเรื่องไปให้กรมบัญชีกลางดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
 
ส่วนยอดการคืนเงินภาษีให้ผู้ถือครองรถยนต์ครบ 1 ปีตั้งแต่เริ่มโครงการถึงปัจจุบันมีการคืนเงินไปแล้ว 58,300 ราย จากจำนวนผู้เข้าโครงการทั้งสิ้น 1.25 ล้านราย และคืนเงินภาษีไปแล้ว 4,231 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ปีนี้กว่า 7 พันล้านบาท
 
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวว่า กรมมีหน้าที่จ่ายเงินคืนภาษีเข้าบัญชีให้ผู้มีสิทธิเป็นรายเดือนเท่านั้น ส่วนหน้าที่ในการติดตามหนี้นั้นทางกรมสรรพสามิตจะเป็นผู้ดำเนินการ 
 
"เมื่อกรมสรรพสามิตยื่นคำเตือน (โนติส) ให้นำเงินมาคืนแล้วไม่มาตามกำหนดก็จะส่งเรื่องมาที่กรมบัญชีกลาง ทางกรมก็จะส่งเรื่องให้อัยการฟ้องร้องต่อไป" นายมนัสกล่าว และว่า ส่วนการคืนเงินภาษีในปีงบประมาณ 2556 ที่ตั้งงบประมาณไว้ 7 พันล้านบาทและอาจไม่เพียงพอนั้น อาจจะไม่ได้ใช้เงินจากงบกลาง แต่กำลังพิจารณาหาเงินจากส่วนอื่นเพื่อมาคืนให้ผู้มีสิทธิในโครงการหลังจากนั้นจึงตั้งงบปี 2557 มาชดเชยต่อไป
 
 

 

EMBED CODE :
Monday, Sep 01 2014