ตลาดค้าส่งสินค้าโบ๊เบ๊เงียบเหงา

by Chitnapa 11 เมษายน 2556 เวลา 19:56 น.

ตลาดค้าส่งโบ๊เบ๊  แหล่งค้าส่งขนาดใหญ่ของไทย ในวันนี้การซื้อขายไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากผู้ค้ารายย่อยมาจับจ่ายซื้อสินค้ากันตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนที่เทศกาลสงกรานต์จะเริ่มขึ้นแล้ว 

 

บรรยากาศการซื้อขายเสื้อผ้าลายดอก ที่ตลาดค้าส่งสินค้าโบ๊เบ๊ในช่วงนี้ พบว่า ยังมีผู้ค้าจากหลากหลายยังเดินทางมาซื้อสินค้าไปจำหน่ายอยู่ แต่ในภาพรวมบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากผู้ค้าส่ง ซึ่งเป็นลูกค้าส่วนใหญ่ของตลาดโบ๊เบ๊ได้ซื้อเสื้อผ้าลายดอกและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสงกรานต์ไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยส่วนใหญ่จะซื้อล่วงหน้าก่อนเทศกาลประมาณ 1 เดือน เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายยังภูมิภาคของตัวเองก่อนที่เทศกาลสงกรานต์จะเริ่มขึ้น

 

ส่วนราคาสินค้าในภาพรวมยังไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากต้นทุนการผลิตยังไม่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันยังสูง ทำให้ผู้ประกอบการยังไม่ปรับราคาสินค้า โดยเสื้อลายดอกสีสด ราคาขายส่งเฉลี่ยอยู่ที่ 50 -100 บาท รองเท้าฟองน้ำขายส่งเฉลี่ยอยู่ที่ คู่ละ 20-70 บาท ซึ่งผู้ค้าเสื้อผ้าลายดอก ในตลาดค้าส่งโบ๊เบ๊ บอกว่า บรรยากาศในปีนี้คึกคักเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา มีผู้ค้ารายย่อยมาเหมาะซื้อสินค้า โดยเฉพาะเสื้อลายดอกมากขึ้น ส่วนราคาสินค้าก็ยังคงราคาเดิม

 

นายพระขรรชัย ศรีภวาทิกุล ประธานศูนย์บริการส่งออกโบ๊เบ๊ กล่าวว่า 10 อันดับ สินค้าขายดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ อันดับที่ 1 คือ น้ำอบ รองลงมาคือ ปืนฉีดน้ำ  ดินสอพอง  เสื้อลายดอกสีสด เสื้อกล้าม  กางเกงเล รองเท้าฟองน้ำ ซองกันมือถือเปียกน้ำ แป้งร่ำ และถังน้ำขนาดเล็กหรือขัน

 

ส่วนในภาพรวมของตลาดค้าส่งในไทย พบว่า การค้าส่งของไทยกำลังเติบโตได้ดี ยอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 จากช่วงปกติ และมีความคึกคักกว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การเมืองไทยมีเสถียรภาพ อีกทั้งไทยมีความพร้อมด้านการผลิตสิ่งทอ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งภาครัฐควรส่งเสริมการค้าส่งสิ่งทอไทยให้เติบโตมากกว่านี้ โดยการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ หันมาซื้อสินค้าที่แหล่งค้าส่งสำคัญของไทยทั้ง 4 แห่งให้มากขึ้น ได้แก่ จตุจักร ประตูน้ำ สำเพ็งและโบ๊เบ๊

 

ในแต่ละปีการค้าส่งสิ่งทอ มีมูลค่ารวม 30,000 ล้านบาท โดยช่วงไฮซีซั่นอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี หรือก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งลูกค้าทั้งในและต่างประเทศนิยมมาซื้อสินค้าในช่วงนั้นเป็นอย่างมาก โดยลูกค้าต่างประเทศที่เข้ามาซื้อสินค้าของไทยมากที่สุดเป็นอันดับแรก คือ ฟิลิปปินส์ รองลงมาคือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ และส่วนใหญ่นิยมซื้อสินค้าประเภทค้าส่ง ระดับราคาปานกลาง ประมาณ 80-200 บาท เพราะสินค้าแฟชั่นของโบ๊เบ๊ มีการออกแบบตอบสนองตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยออกแบบแฟชั่นใหม่ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ส่วนปัจจัยลบที่กระทบธุรกิจการค้าส่งของไทย คือ เงินบาทที่ยังคงแข็งค่า ที่ทำให้การส่งออกสินค้าของผู้ค้าส่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

นาย วิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ ผู้อำนวยการส่วนเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า โบ๊เบ๊เป็นย่านผลิตสินค้าแฟชั่นที่เรียกว่า สตรีทแฟชั่น ที่มีการออกแบบตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

 

ทั้งนี้ สัดส่วนการจำหน่ายสิ่งทอไทยในประเทศอยู่ที่ร้อยละ 60 และส่งออกยังต่างประเทศร้อยละ 40 ซึ่งจากวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรป ทำให้ยอดการส่งออกสิ่งทอไทยหายไปร้อยละ 10 - 15 ซึ่งจากนี้ไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องกระตุ้นตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบต่อการส่งออกสิ่งทอไทยในระยะสั้นเท่านั้น เพราะผู้ประกอบการยังปรับตัวได้ทัน และเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว

EMBED CODE :
Sunday, Sep 21 2014