วิเคราะห์-วิจารณ์ คู่ชิงชนะเลิศ ยูโร 2012 สเปน-อิตาลี

วิเคราะห์-วิจารณ์ คู่ชิงชนะเลิศ ยูโร 2012 สเปน-อิตาลี

ศึกฟุตบอลยูโร 2012 เดืนทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว โดยเป็นการพบกันระหว่าง สเปน กับ อิตาลี ความพร้อมของทั้งสองทีมจะเป็นอย่างไรนั้นไปติดตามได้จากการวิเคราะห์-วิจารณ์

 

วิเคราะห์-วิจารณ์ คู่ชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูโร 2012

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฏาคม 2555


สเปน-อิตาลี
สนาม : โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคี๊๋ยฟ ยูเครน
ผู้ตัดสิน : เปโดร โพรเอ็นก้า (โปรตุเกส)
เวลาคิกออฟ : 01.45 น.

สถิติการเจอกัน สเปน- อิตาลี
สเปน : ชนะ 7 เสมอ 11 แพ้ 8
อิตาลี : ชนะ 8 เสมอ 11 แพ้ 7


10 มิ.ย.2012 สเปน v อิตาลี 1-1 ยูโร รอบแบ่งกลุ่ม
10 ส.ค.2011 อิตาลี v สเปน 2-1 อุ่นเครื่อง
22 มิ.ย.2008 อิตาลี v สเปน 0-0 (2-4 จุดโทษ) ยูโร รอบ 8 ทีม
26 มี.ค.2008 สเปน v อิตาลี 1-0 อุ่นเครื่อง
28 เม.ย.2004 อิตาลี v สเปน 1-1 อุ่นเครื่อง
29 มี.ค.2000 สเปน v อิตาลี 2-0 อุ่นเครื่อง
18 พ.ย.1998 อิตาลี v สเปน 2-2 อุ่นเครื่อง
9 ก.ค. 1994 อิตาลี v สเปน 2-1 ฟุตบอลโลกรอบ 8 ทีม
14 มิ.ย.1988 อิตาลี v สเปน 1-0 ยูโร รอบแบ่งกลุ่ม
12 มิ.ย.1980 อิตาลี v สเปน 0-0 ยูโร รอบแบ่งกลุ่ม
21 ธ.ค.1978 อิตาลี v สเปน 1-0 อุ่นเครื่อง
25 ม.ค. 1978 สเปน v อิตาลี 2-1 อุ่นเครื่อง
20 ก.พ. 1971 อิตาลี v สเปน 1-2 อุ่นเครื่อง
21 ก.พ. 1970 สเปน v อิตาลี 2-2 อุ่นเครื่อง
13 มี.ค.1960 สเปน v อิตาลี 3-1 อุ่นเครื่อง
28 ก.พ. 1959 อิตาลี v สเปน 1-1 อุ่นเครื่อง
27 มี.ค.1949 สเปน v อิตาลี 1-3 อุ่นเครื่อง
19 เม.ย.1942 อิตาลี v สเปน 4-0 อุ่นเครื่อง
1 มิ.ย.1934 อิตาลี v สเปน 1-0 ฟุตบอลโลกรอบ 8 ทีม รีเพลย์
31 พ.ค.1934 อิตาลี v สเปน 1-1 ฟุตบอลโลกรอบ 8 ทีม
19 เม.ย.1931 สเปน v อิตาลี 0-0 อุ่นเครื่อง
22 มิ.ย.1930 อิตาลี v สเปน 2-3 อุ่นเครื่อง
22 เม.ย.1928 สเปน v อิตาลี 1-1 อุ่นเครื่อง
29 พ.ค.1927 อิตาลี v สเปน 2-0 อุ่นเครื่อง
14 มิ.ย.1925 สเปน v อิตาลี 1-0 อุ่นเครื่อง
9 มี.ค.1924 อิตาลี v สเปน 0-0 อุ่นเครื่อง


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
สเปน
27 มิ.ย. 2012    เสมอ    โปรตุเกส        0-0 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย
23 มิ.ย. 2012    ชนะ    ฝรั่งเศส        2-0 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย
18 มิ.ย. 2012    ชนะ    โครเอเชีย        1-0 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย
14 มิ.ย. 2012    ชนะ    ไอร์แลนด์        4-0 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย
10 มิ.ย. 2012    เสมอ    อิตาลี        1-1 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย

อิตาลี
28 มิ.ย. 2012    ชนะ    เยอรมนี        2-1 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย
24 มิ.ย. 2012    เสมอ    อังกฤษ        0-0 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย
18 มิ.ย. 2012    ชนะ    ไอร์แลนด์        2-0 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย
14 มิ.ย. 2012    เสมอ    โครเอเชีย        1-1 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย
10 มิ.ย. 2012    เสมอ    สเปน        1-1 (กลาง)    ยูโรรอบสุดท้าย




ความพร้อม

สเปน
บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ยังไม่ฟันธงว่าจะส่งใครลงยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า หลังจากที่ผ่านมาใช้งาน เชส ฟาเบรกาส,เฟร์นานโด ตอร์เรส และ อัลบาโร่ เนเกรโด้ สลับกันมา ซึ่งดูเหมือน เชส จะอยู่ในข่ายสตาร์ตมากที่สุด แต่หากมองในเรื่องระบบ ยังเป็น 4-3-3  ซึ่งใช้ ชาบี้ เอร์นานเดซ เป็นจอมทัพแดนกลาง และให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์กับชาบี้ อลอนโซ่ เล่นขนาบข้างพร้อมตัดเกม ขณะที่ในแผงแบ๊กโฟร์ยังเป็น อัลบาโร่ อาร์เบลัว, เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก้ และฆอร์ดี้ อัลบา โดยไลน์อัพชุดนี้เพิ่งเสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้นใน 5 นัดที่ผ่านมา

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -


อิตาลี
อิตาลีพร้อมใช้งานนักเตะชุดฟูลทีมได้อีกครั้ง หลังจากได้คริสเตียน มาจโจ้ วิงแบ๊กขวา กลับมาจากโทษแบน ขณะที่อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ แบ๊กขวาอีกคน ก็ฟิตกลับมาจากอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าเช่นกัน โดย เชซาเร่ ปรันเดลลี่ น่าจะเลือกเล่นในระบบ 4-4-2 หรือ 4-3-1-2  มากกว่า 3-5-2 เหมือนในเกมแรกที่พบกับสเปน ส่งผลให้  ดานิเอเล่ เด รอสซี่ จะขยับขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ในเกมนี้  ในแนวรุกจะยังใช้คู่กองหน้าตัวหลักอย่างอันโตนิโอ คาสซาโน่และมาริโอ บาโลเตลบี่ต่อไป โดยรายแรกนั้นพร้อมลงเล่นได้ตามเดิม แม้จะเจ็บเข่าในเกมกับเยอรมันจนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกก็ตาม แต่ก็กลับมาลงซ้อมได้ตามปกติแล้ว ขณะที่รายหลังก็พร้อมลงลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวต่อไป

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด
สเปน (4-3-3): 1. อิเคร์ กาซิยาส; 17. อัลบาโร่ อาร์เบลัว 15. เซร์คิโอ รามอส 18 3. เคราร์ด ปิเก้. ฆอร์ดี้ อัลบา; 16. เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,8. ชาบี้ เอร์นานเดซ,14. ชาบี้ อลอนโซ่; ; 21. ดาวิด ซิลบา 10. เชส ฟาเบรกาส 6. อันเดรส อิเนียสต้า


ผู้จัดการทีม: บิเซนเต้ เดล บอสเก้


อิตาลี (4-3-1-2): 1. จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน; 7. อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ 15. อันเดรีย บาร์ซายี่ 3. จอร์โจ้ คิเอลลินี่; 6. เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ; 8. เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ,21. อันเดรีย ปิร์โล่;  16. ดานิเอเล่ เด รอสซี่; 18. ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว; 9. มาริโอ บาโลเตลลี่ 10. อันโตนิโอ คาสซาโน่

ผู้จัดการทีม: เชซาเร่ ปรันเดลลี่



คีย์แมนที่น่าจับตา
ชาบี้ เอร์นานเดซ (สเปน) - อันเดรีย ปีร์โล่ (อิตาลี)
จุดเด่นของทั้งคู่คือการเปิดบอลให้เพื่อนร่วมทีมอย่างแม่นยำเ แต่ด้าน ปีร์โล่ จะยืนในจุดที่ต่ำกว่า ชาบี้  

อย่างไรก็ตามกับทัวร์นาเมนต์นี้ดูเหมือนว่าปีร์โล่ โดดเด่นกว่า  ชาบี้เจ้าของผู้เล่นยอดเยี่ยมเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และปีร์โล่ คือแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมที่ดวลจุดดทษชนะอังกฤษมา นอกจากนั้นยังมีส่วนสำคัญในการส่งเยอรมันร่วงรอบรองชนะเลิศ ชาบี้ แม้จะดูเงียบไปหน่อยในรายการนี้ แต่ก็ถือเป็นแกนหลักให้กับ "ขุนพลกระทิงดุ" ตบเท้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยมีลูกเปิดแบบคิลเลอร์พาสส์เป็นจุดตายพร้อมพิฆาตคู่ต่อสู้เสมอ

กลับมาดวลกันอีกครั้งโดยมีตำแหน่งแชมป์เป็นเดิมพัน



เกร็ดข้อมูลก่อนชมคู่ชิงชนะเลิศ
*สเปนจะกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ป้องกันแชมป์ยูโรได้ หากเอาชนะอิตาลีได้ในเกมนี้และจะกลายเป็นทีมแรกของยุโรปที่ได้แชมป์ทัวร์นาเมนต์หลัก 3 รายการติดด้วย
*สเปนเป็นทีมที่ 2 ของยุโรปที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลักได้ 3 รายการติดต่อกัน (ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010, ยูโร 2012) ต่อจากเยอรมันตะวันตก (ยูโร 72, ฟุตบอลโลก 1974, ยูโร 76)
*สเปนเก็บชัยชนะได้ถึง 75% ที่ลงเตะในนัดชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลัก (3 ใน 4 ครั้ง) ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่ดีที่สุดร่วมของทีมในยุโรปที่เข้าชิงมากกว่าหนึ่งรายการเท่ากับฝรั่งเศส
*สเปน เข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งที่ 4  (1964, 1984, 2008 และ 2012) ซึ่งทัพ ลา โรย่า แพ้เพียงครั้งเดียวในนัดชิงคือในปี 1984
*อิตาลี เข้าชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นครั้งที่ 3  (1968, 2000, 2012)  โดยคว้าแชมป์ได้ครั้งเดียวในปี 1968
-หาก เฟร์นานโด ตอร์เรส ทำประตูได้ในเกมนี้จะกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูในนัดชิงถึง 2 ครั้ง
-นับเป็นครั้งที่ 4 ในยูโรที่ทีมที่พบกันมาก่อนในรอบแรกๆ ได้มาเจอกันอีกในนัดชิงชนะเลิศ ต่อจากเกมระหว่างฮอลแลนด์-สหภาพโซเวียต (1988), เยอรมนี-เช็ก (1996) และกรีซ-โปรตุเกส (2004)
*ทั้งสองทีมพบกันมาแล้ว 30 ครั้ง โดยอิตาลีมีสถิติเหนือกว่าที่ชนะ 10 ครั้ง ส่วนสเปนชนะ 8 และเสมอกัน 12 ครั้ง
*อิตาลียังไม่เคยแพ้สเปนในทัวร์นาเมนต์หลักมาก่อน (ไม่นับการยิงจุดโทษตัดสิน) โดยชนะ 3 เสมอ 4 แต่สเปนเป็นฝ่ายผ่านดวลจุดโทษชนะในยูโร 2008 รอบ 8 ทีมสุดท้าย 4-2 หลังเสมอกัน 0-0 ใน 120 นาที
*สเปนไม่เสียประตูเลยใน 900 นาทีหลังสุดที่ลงเตะในรอบน็อคเอาท์ของทัวร์นาเมนต์หลัก โดยสถิติดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับอิตาลีในยูโร 2008
*อิตาลีเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลักมาแล้ว 9 (ยูโร 3 ครั้ง, ฟุตบอลโลก 6 ครั้ง) และชนะได้ 63% (5 ครั้ง)
*อิตาลีเป็นเพียงทีมเดียวที่ยังไม่เคยเป็นฝ่ายตามหลังเลยในยูโรครั้งนี้
*เชซาเร่ ปรันเดลลี่นำอิตาลีพบกับสเปนมาแล้ว 2 ครั้งนับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง และยังไม่เคยแพ้เลย โดยเขานำทีมชนะ 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนสิงหาคม 2010 ก่อนจะเสมอกัน 1-1 ในนัดแรกของทั้งคู่ในยูโรครั้งนี้
*สเปนมีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในยูโรครั้งนี้ โดยเสียไปแค่ประตูเดียว และในสองนัดหลังสุดที่ลงสนาม พวกเขาก็โดนคู่ต่อสู้ยิงเข้ากรอบรวมกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
*สเปนถูกคู่ต่อสู้ยิงเข้ากรอบแค่ 12 ครั้งเท่านั้นในยูโรครั้งนี้ โดยครึ่งหนึ่งเป็นผลงานของอิตาลีจากการพบกันในนัดแรก
*สเปนมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลเหนือกว่าคู่ต่อสู้มาตลอดทั้ง 7 นัดในฟุตบอลโลก 2010 และ 5 นัดในยูโรครั้งนี้ โดยเยอรมันเป็นทีมสุดท้ายที่ครองบอลได้มากกว่าพวกเขา ในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2008
-อิตาลีและสเปนเป็นทีมที่มีโอกาสยิงประตูมากที่สุดในยูโรครั้งนี้คือ 99 และ 86 ครั้งตามลำดับ
-อิตาลีเป็นทีมที่โดนใบเหลืองมากที่สุดในยูโรครั้งนี้คือ 15 ใบ ส่วนสเปนโดนไป 10 ใบ
*อิตาลียังไม่แพ้ใครในการลงเตะแมตช์แข่งขันจริง 15 นัดภายใต้การคุมทีมของปรันเดลลี่ (ชนะ 10 เสมอ 5)
*นักเตะ 5 คนของสเปน ได้แก่ ชาบี้ เอร์นานเดซ, ชาบี้ อลอนโซ่, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อิเนียสต้า และเซร์คิโอ รามอส ต่างก็จ่ายบอลสำเร็จได้มากกว่าอันเดรีย ปิร์โล่ ซึ่งเป็นนักเตะที่จ่ายบอลสำเร็จสูงสุดของอิตาลี (320 ครั้ง)
* 2 ประตูของมาริโอ บาโลเตลลี่ในเกมกับเยอรมัน เท่ากับที่เขาทำได้ตลอด 12 นัดก่อนหน้านี้ที่ลงเล่นให้กับอิตาลีมา และเขาเป็นผู้ทำ 3 ประตูหลังสุดให้กับอิตาลีในยูโรครั้งนี้ด้วย
*บาโลเตลลี่เป็นนักเตะที่ยิงเข้ากรอบสูงสุดในยูโรครั้งนี้คือ 10 ครั้ง
*บาโลเตลลี่กลายเป็นนักเตะอิตาลีคนแรกที่ทำ 3 ประตูในยูโร
*จิอันลุยจิ บุฟฟ่อนลงเล่นในทัวร์นาเมนต์หลักมาแล้ว 24 นัด เทียบเท่าสถิติสูงสุดของอิตาลีที่ดิโน่ ซอฟฟ์ทำไว้ แต่เขายังตามหลังอิเคร์ กาซิยาสของสเปน ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติสูงสุด 28 นัดอยู่
*อันเดรียส อิเนียสต้าเป็นนักเตะที่ยิงเข้ากรอบสูงสุดโดยไม่เป็นประตูเลยในยูโร นับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา (11 ครั้ง)



Produced by VoiceTV
 

30 มิถุนายน 2555 เวลา 20:09 น.

View 33737

Keyword: สเปน-อิตาลี , วิเคราะห์-วิจารณ์ คู่ชิงชนะเลิศ ยูโร 2012 สเปน-อิตาลี , คู่ชิงยูโร 2012 , ความพร้อมยูโร 2012 นัดชิงชนะเลิศ , ความพร้อมก่อนเกมคู่ชิงยูโร 2012 , นัดชิงชนะเลิศยูโร 2012 , ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012 นัดชิงชนะเลิศ

ARCHIVE

สเปอร์ส ตั้ง อังเดร บียาส-โบอาส ขึ้นเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

ทางด้านทีมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส ในศึกพรีเมียร์ลีก ก็ได้ประกาศแต่งตั้ง อังเดร บียาส โบอาส ขึ้นเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แล้ว ขณะสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส ก็ได้ทำการลงโทษทางวินัยกับ 4 นักเตะที่มีปัญหาระหว่างช่วงศึกฟุตบอลยูโร…

ชมจะจะ กับ 4 ประตูกระทิงดุ สเปน กระซวก อิตาลี คว้าแชมป์ยูโร2012

สเปน ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์รายการใหญ่ 3 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกันหลังจากเอาชนะ อิตาลี 4-0 คว้าแชมป์ ยูโร 2012 ไปครอง นอกจากนั้นยังเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ยูโร ติดต่อกัน…

อะไรจะเกิดขึ้นในเกมคู่ชิงฯ สเปน VS อิตาลี

วันนี้มีการคาดการณ์ และแนวโน้ม ที่น่าจะเกิดขึ้นในแม็ตช์นี้ มาให้แฟนๆ ทั้งสองทีมได้วิเคราะห์กัน จะตรงใจและจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้น ลองไปติดตามกัน

วิเคราะห์-วิจารณ์ คู่ชิงชนะเลิศ ยูโร 2012 สเปน-อิตาลี

ศึกฟุตบอลยูโร 2012 เดืนทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว โดยเป็นการพบกันระหว่าง สเปน กับ อิตาลี ความพร้อมของทั้งสองทีมจะเป็นอย่างไรนั้นไปติดตามได้จากการวิเคราะห์-วิจารณ์

ปรันเดลลี่ ชม บาโลเตลลี่-เลิฟ ชี้ทีมเสียประตูเร็ว

โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี มองว่าทีมเสียประตูเร็วเกินไป