WHO ห่วงการทำแท้งเพิ่มขึ้นทั่วโลก
องค์การอนามัยโลก ออกรายงานฉบับล่าสุด แสดงความกังวลเกี่ยวกับอัตราการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ออกรายงานฉบับล่าสุดเกี่ยวกับการทำแท้งของผู้หญิง ที่หลังจากทำแท้ง มักจะประสบกับปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งแม้ว่า จำนวนผู้หญิงที่ทำแท้งทั่วโลก จะมีจำนวนค่อนข้างคงที่ โดยผู้หญิงทุกๆ 1,000 คน จะมีคนที่ทำแท้งราว 28 คน แต่จำนวนของคิลนิกที่ไม่ได้มาตรฐานที่รับทำแท้งทั่วโลกนั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยอยู่ที่ร้อยละ 44 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 49 ซึ่งทาง WHO มองว่าเป็นตัวเลขที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง
ปัจจุบันผู้หญิงจำนวนมาก ที่ต้องเสียชีวิตจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย เนื่องจากพวกเธอเลือกที่จะไปทำแท้งในคลินิก หรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้คุณภาพ ทำให้เกิดการตกเลือด หรือมีปัญหาทางสุขภาพอื่นๆตามมา บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต
นอกจากนี้ ผลสำรวจล่าสุดยังระบุไว้อีกว่า ในประเทศกำลังพัฒนาที่กฎหมายทำแท้งค่อนข้างเข้มงวด มีผลโดยตรงให้ผู้หญิงจำนวนมาก เลือกที่จะไปทำแท้งในคลินิกที่ไม่ได้คุณภาพแทน ซึ่งผู้หญิงถึงร้อยละ 97 ในทวีปแอฟริกายืนยันว่า การทำแท้งดังกล่าวเป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ อัตราการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยในทวีปละตินอเมริกา พบว่ามีมากถึงร้อยละ 95 ในทวีปเอเชีย ร้อยละ 40 โซนโอเชียเนีย ร้อยละ 15 และในยุโรปถือว่ามีอัตราน้อยที่สุด เพียงร้อยละ 9 เท่านั้น
ขณะ เดียวกัน WHO ก็ยกตัวอย่างประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศอังกฤษ ที่ทางรัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการทำแท้ง โดยผู้ที่รับผิดชอบโครงการดังกล่าวให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซีว่า ผู้หญิงทุกคนควรมีสิทธิที่จะตัดสินใจอนาคตของตัวเอง ดังนั้น เธอจึงเลือกได้ว่าจะตั้งครรภ์หรือจะทำแท้ง ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลสามารถช่วยได้ก็คือ การอำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงทุกคนเข้าถึงการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและทันสมัย ได้ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะเป็นปัญหาตามมาในภายหลัง
Produced by VoiceTV
by VoiceNews
23 มกราคม 2555 เวลา 09:35 น.
View 1804
Keyword: ทำแท้ง , แท้ง , การทำแท้ง , สถานพยาบาล , who , องค์การอนามัยโลก , ประเทศกำลังพัฒนา , กฎหมายทำแท้ง


