กูเกิลปฏิเสธข่าวลือผู้บริหารป่วยหนัก

by Sutthiporn Bunchuay 24 มิถุนายน 2555 เวลา 14:38 น.

หลังจากที่มีข่าวลือออกมาว่า นายแลร์รี่ เพจ ผู้บริหารของบริษัทกูเกิลป่วยหนัก ล่าสุด ทางกูเกิลได้ออกแถลงการณ์ว่า นายเพจแค่มีอาการเสียงแหบเท่านั้น และไม่ได้ป่วยหนักตามข่าวลือที่ออกมาแต่อย่างใด

 
บริษัทกูเกิลออกแถลงการณ์ว่า แลร์รี่ เพจ ผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท มีอาการเสียงแหบแต่เพียงเท่านั้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เกิดข่าวลือที่ว่า นายเพจมีอาการป่วยหนัก เนื่องจากเขาไม่ยอมเข้าร่วมการประชุมประจำปีของบริษัท นอกจากนี้ ทางบริษัทยังแถลงเพิ่มเติมว่า นายเพจอาจจะไม่เข้าร่วมงานใหญ่ของกูเกิล ที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ยิ่งส่งผลให้ข่าวลือดังกล่าว ดูเหมือนว่าจะมีน้ำหนักมากขึ้น
 
ข่าวลือดังกล่าว ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยต่างก็จับตาสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน นายเพจก็ได้ส่งอีเมลถึงพนักงานทุกคนว่า ตัวเขาเองไม่ได้เป็นอะไร และไม่มีอาการป่วยร้ายแรงอย่างที่คิด พร้อมยืนยันว่า เขาจะทำหน้าที่ในการบริหารงานบริษัทต่อไป
 
ขณะที่ นักวิเคราะห์ทั้งหลายก็เสนอให้บริษัทกูเกิล เรียกกลุ่มนักลงทุน หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากข่าวลือนี้ มาชี้แจงให้แน่ชัด เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อบริษัท เนื่องจากตามกฎหมายด้านความมั่นคงของสหรัฐฯนั้น กำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาการป่วยของผู้บริหาร ให้แก่ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนได้รับทราบ แต่ขึ้นอยู่กับว่า ทางบริษัทจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว มากน้อยเพียงใด เพราะในทางกลับกัน ผู้ถือหุ้นทั้งหลายก็ต้องเคารพถึงความเป็นส่วนตัวของผู้บริหารด้วยเช่นกัน
EMBED CODE :

RELATED CONTENT

VOICE TV TWEETS

NEWS PROGRAMMES

VOICE NEWS 18:30

video
เล็งเพิ่มเพดานซื้อของฝาก ตปท.
กรมศุลกากร เตรียมศึกษาขยายเพดานมูลค่าสินค้าติดตัวจากต่างประเทศมากกว่า 10,000 บาท คาดจะศึกษาแล้วเสร็จใน 6 เดือน

VARIETY PROGRAMMES

TECH FEED

video
Tech Feed : พรินต์ 3 มิติกับการแพทย์ ใช้ได้จริงแล้วในไทย
เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เป็นการนำวัสดุพิมพ์ที่สามารถขึ้นรูปได้ มาสั่งพิมพ์ให้เป็นโมเดลต่างๆ ที่สามารถจับต้องได้ และปัจจุบันเครื่องพิมพ์ 3 มิติก็มีขนาดเล็กลง วัสดุพิมพ์ก็มีราคาถูกขึ้น

THAILAND

video
รัฐบาลเซ็นแล้ว ให้แยกหอพักชาย-หญิง ใน120วัน
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศใช้พระราชบัญญัติ หอพัก พ.ศ.2558 หลังใช้กฎหมายเดิมมากว่า 50 ปี โดยสาระสำคัญ เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนที่อยู่ระหว่างการศึกษา
TOP
NOW :