'อาวุธเคมี' ไม้ตายสุดท้ายของรัฐบาลซีเรีย

by พรรณิการ์ วานิช 24 กรกฎาคม 2555 เวลา 19:23 น.

การใช้อาวุธเคมีอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของรัฐบาลซีเรีย ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่องในประเทศ ทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่อาจเป็นไม้ตายสุดท้ายของรัฐบาลในการต่อรองเพื่อรักษาอำนาจและป้องกันการแทรกแซงจากนานาชาติ

 
แถลงการณ์ล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศซีเรีย ที่ยืนยันว่าจะไม่มีการใช้อาวุธเคมีกับประชาชนในประเทศอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศจะหนักหนามากเพียงใด แต่จะใช้กับ "กองกำลังจากภายนอก" ที่เข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในซีเรียเท่านั้น ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ความตึงเคียดทั้งภายในซีเรียเอง และระหว่างรัฐบาลกับนานาชาติ นำโดยสหรัฐฯและชาติพันธมิตรในยุโรป ตึงเครียดยิ่งขึ้น
 
เนื่องจากแถลงการณ์ในครั้งนี้ เท่ากับเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลของนายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย ครอบครองอาวุธเคมี ซึ่งถูกจัดให้เป็นหนึ่งในอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง หรือ WMDs เช่นเดียวกับอาวุธนิวเคลียร์อยู่จริง หลังจากในระยะหลายเดือนที่ผ่านมา มีข่าวลือหลายกระแสที่อ้างว่ารัฐบาลซีเรียครอบครองและกำลังเตรียมที่จะใช้อาวุธเคมีเช่นสารพิษทำลายระบบประสาทและก็าซพิษ หรือ Mustard Gas หากมีการประเมินสถานการณ์แล้วว่าอยู่ในภาวะเข้าตาจน
 
การที่รัฐบาลซีเรียตัดสินใจออกมาแถลงเป็นนัยว่าครอบครองอาวุธร้ายแรงดังกล่าวจริง อีกทั้งยังข่มขู่โดยตรงว่าจะใช้อาวุธเคมีหากมีการส่งกองกำลังจากต่างชาติเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในประเทศ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นายอัล อัสซาดยังคงตั้งป้อมสู้และไม่ยอมลงจากอำนาจง่ายๆตามที่ทุกฝ่ายกดดัน และพร้อมที่จะใช้อาวุธเคมีเป็นไม้ตายสุดท้ายในการต่อรอง ถึงแม้ว่าล่าสุดจะมีกระแสข่าวว่าสันนิบาตอาหรับจะเสนอให้นายอัล อัสซาดพร้อมด้วยครอบครัวลี้ภัยออกนอกประเทศอย่างปลอดภัยหากเขายอมลงจากตำแหน่งก็ตาม
 
ถึงแม้การข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธเคมีของซีเรียจะส่งผลให้หลายประเทศออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลอย่างหนัก โดยเฉพาะสรัฐฯ อิสราเอล และอังกฤษ แต่สิ่งที่รัฐบาลนานาชาติกังวลอย่างแท้จริง ไม่ใช่การที่ซีเรียจะใช้อาวุธเคมีไม่ว่ากับฝ่ายใด แต่เป็นความเป็นไปได้ที่ว่า ภายใต้สถานการณ์รุนแรงที่เปลี่ยนแปลงพลิกผันรายวันเช่นนี้ รัฐบาลอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการเก็บรักษาอาวุธเคมีซึ่งมีอันตรายร้ายแรงให้ปลอดภัย และอาวุธเหล่านี้อาจไปตกอยู่ในมือของกลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มมุสลิมเคร่งศาสนาหัวรุนแรง ซึ่งกำลังแผ่อิทธิพลอย่างรวดเร็วภายใต้ภาวะอนาธิปไตยของซีเรียในปัจจุบัน
 
ในขณะเดียวกัน การที่รัฐบาลนานาชาติไม่สามารถใช้ทหารเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในซีเรียได้ ทั้งโดยคำขู่จากนายอัล อัสซาด และโดยการขัดขวางของรัสเซียและจีน สองชาติสมาชิกถาวรในคณะมนตีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เป็นพันธมิตรหลักของรัฐบาลนายอัล อัสซาด และใช้สิทธิยับยั้งมาตรการรุนแรงใดๆ ที่นานาชาติจะมีต่อซีเรียมาโดยตลอด ทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะในสหรัฐฯ เริ่มเรียกร้องให้มีการใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และหน่วยสืบราชการลับอย่าง CIA เข้าไปช่วยเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติการของกลุ่มกบฏ เพื่อเร่งให้สถานการณ์ในซีเรียสุกงอมเร็วขึ้น
 
ซึ่งอันที่จริง ก็มีกระแสข่าวว่า CIA และหน่วยข่าวกรองของหลายประเทศในยุโรป ได้เข้าไปปะปนกับกลุ่มกบฏ และให้ความช่วยเหลือด้านการวางยุทธวิธีต่างๆ ร่วมกับการสนับสนุนโดยตรงในรูปแบบของเงินทุนและอาวุธอยู่แล้วเป็นระยะเวลานาน
 
ถึงแม้ว่าวิธีการเช่นนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเล่นเกมใต้โต๊ะ และเป็นการสอดแทรกกิจการภายในของซีเรียโดยตรง แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากสหรัฐฯและชาติพันธมิตรใช้วิธีดังกล่าวในการแทรกแซงซีเรียจริง ก็คงเป็นการยากที่นายอัล อัสซาดจะใช้เรื่องของการครอบครองอาวุธเคมีมาเป็นไม้ตายได้เช่นที่คิด เว้นแต่ว่าเขาจะกล้าใช้อาวุธร้ายแรงเช่นนี้กับประชาชนของตนเอง ซึ่งก็เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้นานาชาติเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในซีเรียได้เต็มรูปแบบอย่างชอบธรรมยิ่งขึ้น 
EMBED CODE :

RELATED CONTENT

NEWS PROGRAMMES

VOICE NEWS

ปล่อย นศ.ชูสามนิ้วพารากอนแล้ว
นายกฯ ไม่โกรธถูกต่อต้าน ที่ขอนแก่น ขณะที่นักศึกษา ชูสามนิ้วที่พารากอน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ลงนามห้ามเคลื่อนไหวการเมือง

VARIETY PROGRAMMES

COZY LIVING

มะเฟือง..แก้ร้อนใน
เชฟจากัวร์จะมารังสรรค์เมนู 'คานาเป้มะเฟืองมายอง' โดยมีวัตถุดิบหลักเป็น 'มะเฟือง' ซึ่งมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

BIG BOOM BOX

Big Boom box aLive : Part Time Musicians
Google plus

THE BREAKDOWN

Interesting Facts on FactSlides.com
Google plus

THAILAND

ภรรยา'ร.อ.วรพงษ์ 'โพสต์ไว้อาลัยสามี
ภรรยาของ "ร.อ.วรพงษ์ ช่างสลัก" นักบินที่เสียชีวิตจากเหตุฮ.ตกที่พะเยา โพสต์ภาพพร้อมข้อความไว้อาลัยสามีบนเฟซบุ๊ก ขณะที่มีผู้เข้ามาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
TOP
NOW :