'ภาพฉาวแฮรี' กับเส้นแบ่งเสรีภาพสื่อในอังกฤษ

by Pannika 23 สิงหาคม 2555 เวลา 19:52 น.

กรณีการเผยแพร่ภาพอื้อฉาวของเจ้าชายแฮรีทั่วอินเทอร์เน็ต แต่กลับไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับใดในอังกฤษกล้าตีพิมพ์ภาพดังกล่าว ก่อให้เกิดการตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างการรักษาจรรยาบรรณสื่อและการเซ็นเซอร์ตัวเองในสื่ออังกฤษ โดยเฉพาะหลังจากประเทศเพิ่งเผชิญกับกรณีอื้อฉาวในวงการสื่อมวลชนครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา 

 
ราชวงศ์อังกฤษ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางความสนใจของสื่อมวลชนทั่วโลกเสมอ การตกเป็นข่าวอื้อฉาวหรือเกี่ยวข้องกับข่าวลือต่างๆ นานา ทั้งที่มีมูลและไม่มีมูล จึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพระราชวงศ์ทุกพระองค์
 
เจ้าชายแอนดรูว์ส ดยุคแห่งยอร์ก พระโอรสพระองค์รองของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาวอย่างหนักมาแล้วเมื่อปี 2534 เมื่อเดอะ ซัน หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ชื่อดังของอังกฤษตีพิมพ์ภาพเปลือยของพระองค์ในหน้ากลางของหนังสือพิมพ์ สร้างความฮือฮาและกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในประเทศ
 
ขณะที่เจ้าหญิงไดอานา อดีตพระชายาของเจ้าฟ้าชายชาลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ และพระมารดาของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮรี ก็เป็นพระราชวงศ์ที่ตกเป็นเป้าของสื่อมวลชนมากที่สุดพระองค์หนึ่ง โดยเฉพาะเหล่าปาปาราซซี จนกระทั่งนำไปสู่อุบัติเหตุทางรถยนต์ในฝรั่งเศสจากการที่รถพระที่นั่งถูกปาปาราซซีไล่ตาม ซึ่งทำให้พระองค์สิ้นพระชนม์ ท่ามกลางความตกตะลึงของประชาชนทั่วโลก
 
จะเห็นได้ว่า สื่อมวลชนอังกฤษไม่เคยหวั่นเกรงในการเสนอข่าวอื้อฉาวของพระราชวงศ์ และไม่ละเว้นแม้แต่บุคคลอย่างเจ้าหญิงไดอานา ผู้เป็นที่รักของชาวอังกฤษมากกว่าพระราชวงศ์พระองค์อื่นๆ จึงถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อเกิดกรณีอื้อฉาวล่าสุด ที่เว็บไซต์ในสหรัฐฯนำเสนอภาพเปลือยของเจ้าชายแฮรี ผู้ทรงขึ้นชื่อในด้านความเป็นเพลย์บอยอยู่แล้ว แต่กลับไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับใดกล้าตีพิมพ์ภาพดังกล่าว แม้แต่เดอะซันเอง ก็เพียงตีพิมพ์ภาพเลียนแบบของเจ้าชายแฮรีเท่านั้น
 
นักวิเคราะห์มองว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เกิดจากการที่สื่อมวลชนในอังกฤษ ยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวอย่างมาก หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมา เกิดกรณีอื้อฉาวครั้งใหญ่ในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ เมื่อหนังสือพิมพ์นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ของรูเพิร์ต เมอร์ด็อค เจ้าพ่อวงการสื่อของสหรัฐฯ ถูกเปิดโปงว่าใช้การดักฟังโทรศัพท์บุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ เพื่อนำข้อมูลไปเขียนข่าว โดยเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮรีก็ตกเป็นเหยื่อที่ถูกดักฟังโทรศัพท์ในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน
 
กรณีดักฟังโทรศัพท์ดังกล่าว ทำให้เกิดการตื่นตัวและถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ในการรณรงค์เรียกร้องเรื่องขอบเขตในการนำเสนอข่าวสารของสื่อ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ จนรัฐบาลได้จัดให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนและทบทวนจริยธรรมของสื่อในอังกฤษ ภายใต้ชื่อ Leveson Inquiry ขึ้นมาทำหน้าที่ชำระสะสางกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการนำเสนอข่าว โดยมุ่งเน้นที่หลักการเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของผู้ที่ตกเป็นข่าวและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นสำคัญ
 
ในกรณีของเจ้าชายแฮรี ถึงแม้สำนักพระราชวังจะออกมายอมรับว่าบุคคลในภาพเป็นเจ้าชายแฮรีจริงตามที่กล่าวอ้าง แต่ก็ย้ำอย่างชาญฉลาดว่าภาพดังกล่าวถูกถ่ายในห้องที่ประทับส่วนพระองค์ในโรงแรม ซึ่งถือเป็นสถานที่รโหฐานที่เจ้าชายทรงมีสิทธิ์ในการเลือกทำกิจกรรมใดๆตามที่พระองค์ปรารถนา และการนำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ ย่อมถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนพระองค์อย่างปฏิเสธไม่ได้
 
อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบของ Leveson Inquiry ครอบคลุมได้เฉพาะสื่อในอังกฤษ ซึ่งทำให้ขณะที่ไม่มีเว็บไซต์และหนังสือพิมพ์ฉบับใดในอังกฤษเสนอภาพดังกล่าวเลย แต่ภาพอื้อฉาวของเจ้าชายแฮรีก็ปรากฎไปทั่วโลกตามเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งชาวอังกฤษเองก็สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า สถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ที่มีเพียงสื่ออังกฤษเท่านั้นที่ไม่สามารถเผยแพร่ภาพดังกล่าวได้ ทั้งๆ ที่การงดเสนอภาพดังกล่าว ไม่ได้ช่วยให้ภาพนี้แพร่หลายน้อยลงแต่อย่างใดทั้งสิ้น
 
ยิ่งไปกว่านั้น สื่ออังกฤษยังถูกวิพากษ์วิพากษ์วิจารณ์ว่าเซ้นเซอร์ตัวเอง จากการระมัดระวังตัวมากเกินไป อันเป็นผลพวงมาจากกรณีนิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ จนกระทั่งยอมบกพร่องในหน้าที่หลักของสื่อ นั่นก็คือการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา
 
กรณีภาพฉาวของเจ้าชายแฮรี จึงถือเป็นการปลุกกระแสการถกเถียงเกี่ยวกับขอบเขตในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนอีกครั้ง ว่าเส้นแบ่งที่เหมาะสมระหว่างการรักษาจรรยาบรรณสื่อและเคารพสิทธิของผู้ตกเป็นข่าว กับการทำหน้าที่ตีแผ่ความจริงและข้อมูลข่าวสาร ควรจะอยู่ที่ตรงไหน
EMBED CODE :
Monday, Apr 21 2014
12:00 PM