ออฟฟิศฟรีสไตล์ดีจริงหรือ?

by Pannika 5 ตุลาคม 2555 เวลา 20:08 น.

แนวคิดของการทำงานในออฟฟิศแบบฟรีสไตล์ที่ไม่มีกำแพงและพนักงานสามารถเคลื่อนย้ายโต๊ะไปไหนมาไหนได้ตามชอบ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในบริษัทยุคใหม่ อาจไม่ส่งผลดีอย่างที่หลายๆคนคิด เมื่อมีผลวิจัยออกมาว่าออฟฟิศลักษณะนี้ละเมิดความเป็นส่วนตัวของพนักงาน 

 

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมของโลก ประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่า สำนักงานใหญ่ของเฟซบุ๊กในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งกินพื้นที่กว่า 10 เอเคอร์ และมีพนักงานประมาณ 3,000 คน จะเป็นออฟฟิศแบบฟรีสไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของกระแสความนิยมในการสร้างออฟฟิศฟรีสไตล์ หรืออาคารสำนักงานที่เป็นพื้นที่กว้างขวาง และหลุดจากกรอบของสถาปัตยกรรมกระแสหลักด้วยการลดการแบ่งพื้นที่ด้วยกำแพง และใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ตามความต้องการของพนักงานแต่ละคน ซึ่งเป็นแบบออฟฟิศแห่งอนาคตที่กำลังเป็นที่นิยมในธุรกิจรุ่นใหม่ทั่วโลก

 
ออฟฟิศในลักษณะนี้ ถูกออกแบบมาจากผลวิจัยที่ว่า พนักงานส่วนใหญ่มักคิดไอเดียดีๆหรือสิ่งใหม่ๆได้ในระหว่างที่ไม่ได้อยู่ในโต๊ะทำงานของตนเอง นอกจากนี้ การที่พนักงานไม่มีโต๊ะทำงานประจำ ยังลดความน่าเบื่อหน่ายของงานบริษัท และช่วยอำนวยความสะดวก รวมถึงเสริมสร้างความเป็นเอกภาพในที่ทำงาน เมื่อต้องมีการทำงานเป็นกลุ่ม ประชุม หรือทำโปรเจ็คร่วมกันอีกด้วย เนื่องจากพนักงานสามารถลากโต๊ะเก้าอี้มานั่งด้วยกันได้ตามใจชอบ
 
 
นอกจากนี้ ออฟฟิศแบบฟรีสไตล์ยังตอบโจทย์สำนักงานที่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ที่ต้องประหยัดพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากการลดกำแพงและการแบ่งห้องส่วนตัวของพนักงาน ทำให้ออฟฟิศแบบฟรีสไตล์สามารถจุพนักงานได้มมากกว่าออฟฟิศแบบปกติ
 
 
อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ระบุว่า ออฟฟิศแบบฟรีสไตล์นี้ อาจไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานที่ใช้งานออฟฟิศจริง แต่เป็นเพียงความทะเยอทะยานของเหล่าสถาปนิกและผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มความแปลกใหม่ให้แก่ออฟฟิศของตนเอง เนื่องจากเมื่อสำรวจจากการใช้งานจริง พบว่าพนักงานส่วนใหญ่กลับรู้สึกว่าถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว เมื่อต้องทำงานในสถานที่เปิดกว้างเช่นนี้
 
 
นอกจากหลายๆคนจะประสบกับปัญหาเสียงรบกวนและการถูกทำลายสมาธิจากเพื่อนพนักงานคนอื่นๆที่ทำงานอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันแล้ว ผู้ที่ทำงานในออฟฟิศฟรีสไตล์บางส่วนยังยอมรับว่า พวกเขารู้สึกไม่สบายใจที่จะมีบทสนทนาที่เป็นความลับในที่ทำงาน เนื่องจากเกรงว่าพนักงานคนอื่นหรือเจ้านายจะได้ยิน
 
 
ขณะที่การไม่มีโต๊ะทำงานประจำเป็นของตนเอง ยังทำให้พนักงานส่วนใหญ่ขาดความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับที่ทำงาน รวมถึงรู้สึกขาดอัตลักษณ์ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถจัดวางโต๊ะทำงานตามชอบ หรือเก็บข้าวของเครื่องใช้ประจำตัวไว้ที่โต๊ะได้
 
 
สถาปนิกบางส่วนแนะนำว่า แนวคิดออฟฟิศแบบฟรีสไตล์อาจจะยังถือว่ามีประโยชน์ และช่วยลดความจำเจน่าเบื่อของที่ทำงาน แต่สุดท้ายแล้ว พนักงานก็ยังจำเป็นต้องมีที่ทางประจำเป็นของตนเอง โดยอาจประยุกต์แนวคิดออฟฟิศแบบฟรีสไตล์ให้เป็นเฉพาะส่วน เช่นในโซนห้องประชุม หรือโซนพักผ่อนที่พนักงานจะใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการสร้างความสามัคคีในออฟฟิศและความเป็นส่วนตัวของพนักงาน
EMBED CODE :
Wednesday, Jul 30 2014