สร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาว แห่งที่ 5 ธ.ค.นี้

by Sutthiporn 2 มกราคม 2556 เวลา 11:33 น.

ASEAN Review ประจำวันที่ 2 มกราคม 2556
 

- สร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาว แห่งที่ 5 ธ.ค.นี้
- อินโดฯเลือกบาหลีร่วมโครงการ "Blue Economy"
- เต็ง เส่งแถลงการณ์เนื่องในวันปีใหม่

 

เริ่มก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 ธ.ค.นี้

 
ทางการลาวเปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง เชื่อมระหว่างประเทศไทยและลาวแห่งที่ 5 ว่าโครงการดังกล่าว จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือนธันวาคมปีนี้ โดยโครงการนี้ จะช่วยเพิ่มปริมาณการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระวห่างสองประเทศมากขึ้น  นอกจากนี้ สะพานดังกล่าวยังถือเป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งที่สำคัญ ที่จะเชื่อมต่อประเทศไทย ลาว และเวียดนามเข้าด้วยกันเพื่อตอบรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 อีกด้วย
 
ทั้งนี้ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 จะก่อสร้างที่จังหวัดบึงกาฬของประเทศไทย เชื่อมกับจังหวัดบอริคำไชยของลาว ขณะที่ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปีนี้ จะเชื่อมต่อระหว่างอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายของไทย กับเมืองห้วยสาย จังหวัดบ่อแก้วของลาว
 
อินโดฯเลือกบาหลีร่วมโครงการ "Blue Economy"
 
ทางการอินโดนีเซีย เลือกเมืองบาหลีเข้าร่วมโครงการ "blue economy" ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ลดการปล่อยของเสีย และสร้างความสมดุลระหว่างการผลิตและบริโภค เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเมืองที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ต้องเน้นการใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์และลม รวมถึงการนำของเสียไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน และการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
ส่วนสาเหตุที่ทางการอินโดนีเซียเลือกบาหลีนั้น เนื่องมาจากบาหลีเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศเหมาะสม อีกทั้งยังมีการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมประมง และการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาคุณภาพของสิ่งแวดล้อม และลดปริมาณการปล่อยของเสียลงสู่ธรรมชาติ  โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมภายในปีหน้า และถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญ ที่รัฐบาลอินโดนีเซียให้การสนับสนุน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
 
เต็ง เส่งแถลงการณ์เนื่องในวันปีใหม่
 
พลเอกเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ออกแถลงการณ์เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ผ่านสถานีวิทยุ ซึ่งถือเป็นช่องทางที่ชาวเมียนมาร์จะสามารถเข้าถึงได้มากที่สุด โดยได้กล่าวย้ำถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเมียนมาร์เมื่อปีที่ผ่านมา ที่ถือเป็นปีที่เมียนมาร์มีความก้าวหน้าทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่รอการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคงต้องอาศัยระยะเวลา ความอดทน และความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้ประเทศมีความก้าวหน้ามากกว่านี้
 
ทั้งนี้ เมื่อวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ทางการเมียนมาร์ได้อนุญาตให้มีการจัดงานเฉลิมฉลองในนครย่างกุ้ง และเปิดโอกาสให้ประชาชนมารวมตัวกันในที่สาธารณะอย่างถูกกฎหมายได้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการปฏิรูปประเทศ ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย และเปิดรับกับวัฒนธรรมตะวันตกมากยิ่งขึ้น
EMBED CODE :
Wednesday, Jul 30 2014