โจมตีโป๊ปองค์ใหม่ต้านเกย์ เคยใกล้ชิดเผด็จการทหาร

by sathitm 14 มีนาคม 2556 เวลา 11:25 น.
โจมตีโป๊ปองค์ใหม่ต้านเกย์ เคยใกล้ชิดเผด็จการทหาร

เผยสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่มีความคิดอนุรักษ์นิยมเช่นเดียวกับองค์ก่อน ต่อต้านการแต่งงานของชาวเกย์ การทำแท้ง การรับบุตรบุญธรรมของคู่รักเพศเดียวกัน และถูกครหาเคยใกล้ชิดเผด็จการทหาร

 

จอร์เก มาริโอ แบร์โกลอิโอ วัย 76 ชาวอาร์เจนตินา สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ผู้เลือกพระนามของตนเองว่า ฟรานซิส ตามชื่อของนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซิซี นับเป็นผู้นำศาสนจักรทาทอลิกองค์แรกที่มาจากคณะเยซูอิต และเป็นองค์แรกที่มาจากละตินอเมริกา

 

พระคาร์ดินัล แบร์โกลอิโอ มีแนวคิดทางเทววิทยาแบบอนุรักษ์นิยม สนับสนุนจุดยืนของวาติกันในการคัดค้านการทำแท้ง, การแต่งงานของคนเพศเดียวกัน, การบวชของสตรี ขณะที่เคยพูดถึงการใช้ถุงยางอนามัยว่า "อาจอนุญาตได้" เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

 

ด้วยเพราะมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ท่านจึงเป็นปรปักษ์กับประธานาธิบดีคนปัจจุบันของอาร์เจนตินา ซึ่งมีแนวคิดเอียงซ้าย

 

ในช่วงที่ประเทศบ้านเกิดถูกรุมเร้าด้วยความขัดแย้งในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 ซึ่งเกิดการสู้รบระหว่างฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวา ที่เรียกกันว่า สงครามสกปรก (Dirty War) นั้น ท่านไม่ได้ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารในยุคนั้น ซึ่งผู้ต้องสงสัยเป็นฝ่ายซ้ายราว 30,000 คนได้หายสาบสูญ, ถูกทรมาน และถูกสังหาร ท่านถูกกล่าวหาว่ารับรู้การละเมิดสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ แต่ไม่ได้พยายามอย่างมากพอที่จะยับยั้ง

 

อย่างไรก็ดี ผู้คนจำนวนมากยกย่องพระคาร์ดินัลแบร์โกลอิโอ ซึ่งชอบให้ใครๆเรียกท่านว่า คุณพ่อจอร์เก ว่า เป็นผู้ปกป้องคนยากคนจนและคนชายขอบ แม้ท่านรังเกียจเทววิทยาแห่งการปลดปล่อย ซึ่งท่านมองว่าถูกเจือปนด้วยอุดมการณ์มาร์กซิสต์ แต่ท่านก็เห็นอกเห็นใจคนยากจน

 

@ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ในอาร์เจนตินา เสนอข่าวโป๊ปองค์ใหม่

 

ท่านเกิดในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2479  บิดาเป็นผู้เข้าเมืองจากอิตาลี มารดาเป็นแม่บ้าน เคยเรียนวิชาเคมีแต่เรียนไม่จบเพราะโรคปอดติดเชื้อ ต้องผ่าทิ้งข้างหนึ่ง ท่านได้บวชเป็นพระเมื่ออายุ 33 ปี ในปี 2516 ท่านได้ดำรงตำแหน่งผู้นำคณะเยซูอิตของอาร์เจนตินา โดยครองตำแหน่งนี้จนถึงปี 2522

 

ในช่วงที่เผด็จการปกครองประเทศระหว่างปี 2519-2526 นั้น ท่านถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นกับการหายสาบสูญของพระคณะเยซูอิต 2 รูป ซึ่งท่านมองว่าทัศนะต่อต้านรัฐบาลของทั้งสองเป็นเรื่องนอกลู่นอกทาง ท่านได้ขับทั้งสองออกจากคณะเยซูอิต แล้วสัปดาห์ต่อมา พระทั้งสองรูปก็ได้หายไป ก่อนที่จะถูกพบในอีกหลายเดือนต่อมาที่ชานกรุงบัวโนสไอเรสในสภาพถูกวางยา

 

เมื่อปี 2548 มีการฟ้องร้องกรณีการลักพาตัวนี้ ทนายความชาวอาร์เจนตินากล่าวหาพระคาร์ดินัลแบร์โกลอิโอว่า รู้เห็นเป็นใจกับการลักพาตัวพระคณะเยซูอิตทั้งสอง แต่ต่อมาคดีนี้ได้ถูกยกฟ้อง

 

หลังจากปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเผด็จการตลอดหลายปีก่อนหน้านั้น ในปี 2553 ท่านได้ให้การว่าตนได้พบปะเป็นการลับกับนายพลจอร์เก วิเดลา อดีตผู้นำรัฐบาลทหาร และนายพลเรือเอมิลิโอ มาสเซรา ผบ.ทร. ขอร้องให้ปล่อยตัวพระทั้งสองรูป 

 

ในปีเดียวกัน ท่านได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ในอาร์เจนตินาฉบับหนึ่ง ชี้แจงการกระทำของตนในยุคเผด็จการ โดยบอกว่า ท่านได้ช่วยคนหลายคนหลบหนีการจับกุม หรือการถูกอุ้มหาย ช่วยให้บางคนออกนอกประเทศ และได้ล็อบบี้ผู้ปกครองทหาร ขอให้ปล่อยตัวและคุ้มครองคนที่มีความคิดทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลทหาร

 

หลายปีที่ผ่านมา พระคาร์ดินัลแบร์โกลอิโอได้ขัดแย้งกับอดีตประธานาธิบดี เนสเตอร์ เคิร์ชเนอร์ และภรรยาหม้ายผู้สืบทอดตำแหน่งจากสามี คริสตินา เฟอร์นันเดส เดอ เคิร์ชเนอร์ ในประเด็นเรื่องการแต่งงานของเกย์, การทำแท้ง, และการรับบุตรบุญธรรมของคู่รักเพศเดียวกัน

 

เมื่อปี 2553 ท่านกล่าวโจมตีร่างกฎหมายของรัฐบาล ที่จะรับรองการแต่งงานและการรับบุตรบุญธรรมของคู่รักเพศเดียวกัน โดยบอกว่า เป็น "สงครามต่อต้านพระเจ้า" และเป็น "กลเกมของปีศาจ" ขณะที่ประธานาธิบดีหญิง เคิร์ชเนอร์ ตอบโต้ว่า "จุดยืนของท่านแบร์โกลอิโอเป็นแบบยุคกลาง"

 

ฟอร์ตูนาโต มัลลิมักกี อดีตคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส เคยพูดถึงแบร์โกลอิโอว่า "ประวัติศาสตร์ประณามท่าน ท่านต่อต้านการริเริ่มใหม่ๆทุกอย่างในศาสนจักร ในยุคเผด็จการ ท่านเป็นมิตรอย่างยิ่งกับกองทัพ"

 

โฮราซิโอ เวอร์บิตสกี ผู้เขียนหนังสือชื่อ "The Silence" ซึ่งได้เจาะลึกสายสัมพันธ์ระหว่างพระคาร์ดินัลแบร์โกลอิโอ กับผู้นำทหารของอาร์เจนตินา ให้ความเห็นว่า "โป๊ปองค์ใหม่คงมองทุกประเด็นด้วยแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยม แต่ก็เห็นอกเห็นใจคนจนทั่วโลก". 

 

Source : New York Times ; Reuters; BBC

EMBED CODE :
Saturday, Sep 20 2014