'เขตห้ามบิน' และทางออกของ 'สงครามลิเบีย'

by VoiceNews 21 มีนาคม 2554 เวลา 22:11 น.

การประท้วงที่ยืดเยื้อ จนกลายมาเป็นการใช้กำลัง และสงครามกลางเมืองของประเทศลิเบีย ในเวลาต่อมา และมี มติกำหนดเขตห้ามบินของสหประชาชาติ จะเป็นวิถีทางแก้ไขปัญหาที่นำไปสู่ 'สันติภาพ' ที่แท้จริง ได้หรือไม่

 

จากที่กองทัพลิเบียของพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี เดินหน้ายึดคืนเมืองสำคัญจากฝ่ายต่อต้านกลับมาได้หลายเมือง พร้อมประกาศเตรียมทำสงครามขั้นเด็ดขาดกับเมืองเบงกาซี ฐานที่มั่นของกองทัพฝ่ายตรงข้าม แต่เพียงไม่กี่วัน หลังจากที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็น มีมติเริ่มมาตรการห้ามบิน ขั้วอำนาจของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ก็ได้ถูกเปลี่ยนตัวไปอย่างรวดเร็ว 

 
กองกำลังนานาชาติจากทั้ง ฝรั่งเศส, อังกฤษ และสหรัฐฯ ต่างเดินหน้าส่งกองทัพประชิดติดชายแดนลิเบีย และเริ่มมาตรการใช้อาวุธจำพวกมิสไซล์ยิงเข้าถล่ม ฐานที่มั่นของฝ่ายกองทัพ และผู้สนับสนุนพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี ตามข้อกำหนดมาตรการห้ามบิน ขององค์การสหประชาชาติ เมื่อปี 2516  ที่อนุญาติให้ใช้ 'มาตรการทุกอย่าง' ที่จำเป็น
 
โดยเครื่องบินรบของฝรั่งเศส รวมถึงจรวดโทมาฮอร์ค จำนวนกว่า 124 ลูก ของกองทัพสหรัฐฯและอังกฤษ เปิดฉากโจมตีบริเวณจุดป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพลิเบีย รวมถึงศูนย์บัญชาการในเขตบ้านพักของกัดดาฟี จนเป็นผลให้มีรายงานของผู้เสียชีวิตแล้วขณะนี้ กว่า 64 ราย
 
เหตุการณ์การโจมตีประเทศลิเบีย ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความชอบธรรม ในสิ่งที่กองกำลังพันธมิตรปฏิบัติ โดยประเทศที่งดออกเสียงระหว่างการลงมติห้ามบินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่าง จีนและรัสเซีย ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยจีน กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียในประเทศลิเบีย ขณะที่รัสเซียกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่เร่งรีบเกินไป
 
นอกจากนี้ เนื่องจากใกล้วันครบรอบ 8 ปี ของการเริ่มต้นทำสงครามในประเทศอิรัค กลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยในสหรัฐฯ ได้ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านการทำสงครามกับลิเบีย 
 
โดยชี้ให้เห็นถึงบาดแผลที่ชาวอิรัค และชาวอัฟกานิสถาน ยังต้องเผชิญ หลังถูกรัฐบาลกรุงวอชิงตัน ดีซี ข่มเหง ด้วยเหตุผลในเรื่องการปลดแอกอิสรภาพของประชาชนประเทศนั้นๆ แต่สุดท้ายกลับลงเอยด้วยผลประโยชน์ธุรกิจน้ำมัน และการโฆษณาขายอาวุธมูลค่ามหาศาล
 
ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุม ได้แสดงเจตจำนงไม่เอาสงคราม และเรียกร้องให้ทางการหันมาให้ความใส่ใจกับปัญหาความมั่นคงภายในประเทศ และช่วยเหลือผู้อื่นในทางมนุษยธรรมทดแทน รวมถึงประกาศเตือนว่า 'การยุติสงคราม ไม่สามารถทำได้ด้วยการบุกเข้าทำสงคราม'

 

Produced by VoiceTV

Source : AFP (Image)

EMBED CODE :
Saturday, Apr 19 2014
12:00 PM