สิงคโปร์ขึ้นเป็น 'ตลาดผู้สูงวัย' อันดับ 3 ในเอเชีย

by Chethapong 16 เมษายน 2556 เวลา 11:50 น.

Asean Review ประจำวันที่ 16 เมษายน 2556

- สิงคโปร์ขึ้นเป็น "ตลาดผู้สูงวัย"อันดับ 3 ในเอเชีย
- อินโดนีเซียเริ่มเก็บกู้ซากเครื่องบินไลออนแอร์
- ฟิลิปปินส์จับขน "ตัวนิ่ม" เถื่อนจากจีน
 
 
สิงค์โปร์ขึ้นเป็น "ตลาดผู้สูงวัย"อันดับ 3 ในเอเชีย
เอจจิ้ง เอเชีย บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจชื่อดัง จัดอันดับให้ประเทศสิงค์โปร์ เป็นประเทศในเอเชีย-แปซิฟิค ที่มีศักยภาพทางการตลาดกับผู้สูงวัยมากที่สุด เป็นอันดับ 3 โดยอันดับ 1 คือฮ่องกง ตามด้วยประเทศออสเตรเลีย โดยปัจจัยสำคัญที่สิงคโปร์ถูกจัดเป็นที่ 3 นั้น มาจากอายุขัยเฉลี่ยของประชากรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเงินฝากครัวเรือนต่อหัวที่อยู่ในอัตราสูง แสดงให้เห้นว่าสิงคโปร์มีแนวโน้มที่จะมีผู้สูงวัยมาก และเป็นผู้สูงวัยที่มีรายได้ดี
 
ด้านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและ ครอบครัวของสิงคโปร์ กล่าวว่าปัญหาผู้สูงวัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นจะไม่กลายเป็นวิกฤติ หากมีการเตรียมพร้อมรับมือที่ดีมาตั้งแต่ต้น โดยรัฐบาลเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐาน ที่ต้องครอบคลุมให้กับผู้สูงวัย และสิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญในด้านนี้อย่างมาก
 
อินโดนีเซียเริ่มเก็บกู้ซากเครื่องบินไลออนแอร์
เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียเริ่มต้นการเก็บกู้ซากเครื่องบินไลออนแอร์ที่ประสบอุบัติเหตุตกตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยต้องมีการตัดซากเครื่องบินเป็นชิ้นๆ ก่อนขนย้ายออกทีละส่วน เนื่องจากจุดตกเป็นพื้นที่น้ำตื้น จึงไม่สามารถลากเครื่องเข้าสู่ฝั่งได้ เนื่องจากน้ำหนักเครื่องมากเครื่องที่มากเกินไป อาจจะสร้างความเสียหายต่อแนวปะการังในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเก็บกู้กล่องดำที่อยู่ท้ายเครื่องได้ เนื่องจากส่วนท้ายเครื่องยังจมอยู่ใต้น้ำได้ด้วยเช่นเดียวกัน
 
ทั้งนี้ เหตุเครื่องบินตกดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งเกาะบาหลีของประเทศอินโดนีเซีย โดยผู้โดยสารทั้ง 108 คนรอดชีวิต สำหรับสาเหตุการตกในครั้งนี้ คาดว่า เกิดจากกระแสลมในพื้นที่ ทำให้เครื่องบินเสียการควบคุมจนตกในบริเวณดังกล่าว
 
ฟิลิปปินส์จับขน "ตัวนิ่ม" เถื่อนจากจีน
โฆษกหน่วยตำรวจชายฝั่งของฟิลิปปินส์ ออกแถลงการณ์ว่าได้ตรวจค้นเรือประมงจีนที่แล่นผ่านน่านน้ำฟิลิปปินส์และเกยตื้นบริเวณแนวปะการังชายฝั่ง ปรากฏว่าพบกล่องบนเรือกว่า 400 กล่อง ข้างในแต่ละกล่องพบตัวนิ่มแช่แข็งน้ำหนักรวมกว่า 10,000 กิโลกรัม นับเป็นการค้นพบหลักฐานสำคัญ ที่ทำให้ลูกเรือประมงจีนทั้ง 12 คนของเรือลำดังกล่าวถูกตั้งข้อหาลักลอบขนสัตว์ป่าหายาก เพิ่มเติมจากข้อหาเดิมคือการรุกล้ำเข้าเมืองผิดกฎหมายและทำลายแนวปะการังซึ่งเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก
 
ทั้งนี้ จีนและฟิลิปปินส์ รวมถึงหลายประเทศในอาเซียน มีความขัดแย้งเรื้อรังในกรณีพิพาทเหนือพื้นที่หมู่เกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้ แต่ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่แข็งกร้าวกับจีนในเรื่องนี้มากที่สุด และมีการเผชิญหน้าทางทะเลเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยฟิลิปปินส์มักจับลูกเรือประมงจีนที่ล่วงล้ำน่านน้ำฟิลิปปินส์และตั้งข้อหารุนแรง สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลจีนอย่างมาก และทำให้ความสัมพันธืระหว่างสองประเทศเป็นไปอย่างตึงเครียด
EMBED CODE :
Tuesday, Sep 02 2014