ทำไมคนญี่ปุ่นถึงหยุดมี 'เซ็กส์' ?

by Sutthiporn 30 ตุลาคม 2556 เวลา 06:54 น.
หลายฝ่ายพยายามทำความเข้าใจสภาพสังคมญี่ปุ่นในปัจจุบัน ว่าอะไรอยู่เบื้องหลังสาเหตุที่ทำให้อัตราการเกิดในประเทศลดลงกันแน่ ขณะที่ ผลสำรวจล่าสุดก็ระบุว่า ชาวญี่ปุ่น ทั้งหญิงและชาย โดยเฉพาะในวัยเจริญพันธุ์ ไม่ยอมออกเดทหรือมีเซ็กส์ เป็นจำนวนมาก เพราะไม่ต้องการความสัมพันธ์แบบผูกมัด 
 
 
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดของประชากรน้อยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก และสังคมญี่ปุ่นก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ทางการญี่ปุ่นกำลังเร่งแก้ไข แต่ดูเหมือนว่า แม้จะพยายามเท่าไหร่ ชาวญี่ปุ่นก็ไม่สนใจที่จะมีลูกเหมือนเดิม
 
 
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีประชากรอยู่ทั้งหมด 126 ล้านคน คาดว่าในปี 2603 จำนวนประชากรเหล่านี้อาจลดลงอีก 1 ใน 3 ซ้ำร้ายผลสำรวจล่าสุดยังระบุอีกว่า ชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ เลือกที่จะใช้ชีวิตโสด และไม่ยอมผูกพันกับใครจนถึงขั้นใช้ชีวิตคู่หรือแต่งงานกัน ยิ่งไปกว่านั้น บางคนยังไม่ยอมมีเซ็กส์ หรือไม่ยอมออกเดทกับใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่ส่วนใหญ่มองว่า การแต่งงานเป็นเรื่องที่น่ากลัว และพวกเธอจะไม่ยอมเอาชีวิต ไปผูกติดกับความเสี่ยงเช่นนั้นอย่างแน่นอน
 
 
สมาคมวางแผนครอบครัวของญี่ปุ่น หรือ JFPA เปิดเผยผลข้อมูลว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีชายโสดอายุ 18-34 ปี ที่ไม่ยอมแต่งงานกว่าร้อยละ 61 และผู้หญิงอายุ 18-34 ปีกว่าร้อยละ 49 ที่ไม่ยอมข้อเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบโรแมนติกกับเพศตรงข้าม ซึ่งจำนวนนี้ ถือว่าเพิ่มขึ้นจาก 5 ปีก่อนถึงร้อยละ 10 นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ว่า 1 ใน 3 ของชาวญี่ปุ่นอายุต่ำกว่า 30 ปี ยังไม่เคยออกเดทแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ ร้อยละ 45 ของผู้หญิงอายุ 16-24 ปี ยังมีความรู้สึกไม่สนใจในเรื่องเซ็กส์อีกด้วย
 
 
หลายฝ่ายพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่นตอนนี้ โดยหยิบยกเหตุผลต่างๆมาอธิบาย บ้างก็ว่า หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น มีแนวคิดที่เปลี่ยนไปจากในอดีต โดยผู้ชายจะไม่ยอมแต่งงาน หรือมีความสัมพันธ์ในเชิงผูกมัดกับใคร ถ้าหากว่าพวกเขายังไม่พร้อม และยังรู้สึกไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน ขณะที่หญิงญี่ปุ่น ก็มีอิสระ และมีความทะเยอทะยานมากขึ้น พวกเธอรู้สึกว่าสามารถใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังได้โดยไม่ต้องแต่งงาน อีกทั้ง ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วนั้น ผู้ที่แต่งงานแล้ว และตั้งครรภ์ จะต้องลาออกจากงาน มาเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ซึ่งธรรมเนียมนี้ คนส่วนใหญ่มองว่า เป็นตัวสะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมกันทางเพศในสังคมญี่ปุ่น ที่เด่นชัดมากที่สุดอย่างหนึ่ง ทำให้ผู้หญิงญี่ปุ่นหวาดกลัวการแต่งงานไปโดยปริยาย
 
 
ขณะเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งก็มองว่า ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ชาวญี่ปุ่น มีเวลาอยู่กับคู่รักที่เป็นคนจริงๆน้อยลง หรือบางคนก็เลือกที่จะมีคู่เดท หรือคู่รักเป็นตุ๊กตายาง รวมถึงการระบายความใคร่ผ่านการชมหนังโป๊ออนไลน์ หรือการอ่านการ์ตูนแทน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีในกลุ่มผู้หญิง 
 
 
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามแก้ไขปัญหานี้ ด้วยการออกนโยบายต่างๆเพื่อกระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่น มีลูกเพิ่มขึ้น ล่าสุด ก็เพิ่งมีการประกาศแผนการระยะยาว ที่จะช่วยให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นมากขึ้น พร้อมกับส่งเสริมกิจการการเลี้ยงดูเด็กในตอนกลางวันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อที่ผู้หญิงจะได้ทำงานไปด้วยได้ แม้ว่าจะแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ตาม
EMBED CODE :
Saturday, Sep 20 2014