ไม่พบผลการค้นหา
รัฐบาลฝรั่งเศสจะจ่ายค่าโรงแรมให้กับผู้หญิงที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว พร้อมเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาทั่วประเทศ หลังตัวเลขชี้ว่าจำนวนเหตุความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นระหว่างสัปดาห์แรกของการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโควิด-19

'มาร์ลีน เชียอัปปา' รัฐมนตรีความเท่าเทียมทางเพศของฝรั่งเศสเผยว่า จะมีการเปิดศูนย์ให้คำปรึกษา 20 แห่ง ในร้านค้าทั่วประเทศเพื่อให้ผู้หญิงสามารถมาขอความช่วยเหลือระหว่างที่ออกมาซื้ออาหารและของใช้ และยังประกาศให้เงินพิเศษ 1 ล้านยูโร สนับสนุนหน่วยงานต่อต้านการกระทำทารุณในครอบครัวเพื่อช่วยองค์กรเหล่านี้ในการตอบสนองความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และรัฐบาลจะจ่ายเงินค่าที่พักในโรงแรมสูงสุด 20,000 คืน เพื่อให้เหยื่อความรุนแรงในครอบครัวสามารถย้ายมาพัก หลีกหนีจากคู่ของตัวเองที่กระทำทารุณได้ 

โครงการนี้มีขึ้นหลังรัฐบาลฝรั่งเศสระบุว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัวต่อตำรวจเพิ่มขึ้นร้อยละ 36 ในกรุงปารีส และร้อยละ 32 ในพื้นที่อื่นๆ ของฝรั่งเศสหลังมีการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์คุมการระบาดของโควิด-19 โดยในจำนวนนี้มีเหตุฆาตกรรมรวมอยู่ด้วย 2 กรณี 

ฝรั่งเศสเริ่มล็อกดาวน์ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมาและยังคงบังคับใช้กฎนี้ไปถึงวันที่ 15 เม.ย. เป็นอย่างน้อย โดยไม่อนุญาตให้ประชาชนออกจากบ้านยกเว้นไปซื้ออาหารหรือยา พบแพทย์ ออกกำลังกาย หรือพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ซึ่งนักกิจกรรมเตือนว่ามาตรการกักตัวจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของความรุนแรงในครอบครัวและยิ่งทำให้ยากสำหรับเหยื่อในการขอความช่วยเหลือ

ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝรั่งเศสยังได้จัดให้มีระบบแจ้งเหตุในร้านขายยาทั่วประเทศ โดยให้เหยื่อความรุนแรงในครอบครัวสามารถขอให้เภสัชกรช่วยแจ้งตำรวจด้วยการบอกว่าขอซื้อ “Mask 19” ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นรหัสลับในการขอความช่วยเหลือ โดยโครงการนี้เลียนแบบโครงการที่เกิดขึ้นบนเกาะคานารีของสเปน ซึ่งก็ใช้รหัสลับเดียวกัน

การล็อกดาวน์ทั่วโลกส่งผลให้ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น

หลายเมืองทั่วโลกอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ ปิดเมือง ห้ามการเดินทางเพื่อหวังหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาโดยเป็นมาตรการที่พยายามรักษาชีวิตประชาชน แต่ในขณะที่เดียวกันนี่ก็ทำให้คนกลุ่มเปราะบางกลุ่มหนึ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น

คนกลุ่มดังกล่าวได้แก่ผู้หญิงและเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งไม่มีทางหลบหนีจากผู้ที่ข่มเหงรังแกได้ระหว่างช่วงเวลากักตัวนี้ นักกิจกรรมในหลายประเทศบอกว่าได้เห็นการเพิ่มขึ้นที่น่ากังวลของความรุนแรงในครอบครัว

โดยที่มณฑลหูเป่ยของจีน พื้นที่ต้นตอการะบาดของไวรัส นักกิจกรรมได้เผยกับสื่อท้องถิ่นว่า เพียงแค่พื้นที่อำเภอเดียวมีการแจ้งเหตุรุนแรงในครอบครัวต่อตำรวจเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัวระหว่างช่วงล็อกดาวน์ในเดือน ก.พ. โดยเพิ่มขึ้นเป็น 162 กรณีในปีนี้ จากจำนวน 47 กรณีเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่ง 'ว่าน เฟย' เจ้าหน้าที่ตำรวจเกษียณอายุคนหนึ่งที่รณรงค์ต้านการทารุณกรรรมบอกว่า ร้อยละ 90 ของสาเหตุความรุนแรงในครอบครัวในช่วงเวลานี้เกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด-19  

ส่วนที่บราซิล สื่อท้องถิ่นรายงานว่าศูนย์บริการชุมชนที่ดำเนินการโดยรัฐบาลพบจำนวนเหตุความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นซึ่งน่าจะเป็นผลจากการกักตัวช่วงไวรัสระบาด โดยผู้พิพากษาด้านคดีความรุนแรงในครอบครัวคนหนึ่งในนครรีโอเดจาเนโร ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของเหตุรุนแรงในครอบครัวอยู่ที่ร้อยละ 40-50 ขณะที่ในแคว้นกาตาลุญญา รัฐบาลเผยว่าจำนวนการโทรเข้าสายด่วนให้ความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ในช่วงวันแรกๆ ของการล็อกดาวน์ 

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว 'เดอะการ์เดียน' ระบุว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือตัวเลขเหล่านี้เป็นการบันทึกเฉพาะกรณีที่ผู้หญิงสามารถขอความช่วยเหลือได้เท่านั้น ซึ่งอาจยังมีผู้หญิงอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ เนื่องจากกลัวคู่ของตัวเองที่ทำร้ายร่างกายจะได้ยินเข้าโดยบังเอิญ หรือผู้หญิงที่ถูกห้ามไม่ให้ออกจากบ้าน 

นักกิจกรรมระบุว่า การเพิ่มขึ้นของการคุกคามผู้หญิงและเด็กเป็นผลกระทบข้างเคียงที่คาดเดาได้จากการล็อกดาวน์ป้องกันโควิด-19 เพราะการละเมิดที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในหลายเหตุการณ์วิกฤตฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้ง วิกฤตเศรษฐกิจ หรือช่วงเกิดโรคระบาด แม้ว่ากฎการกักตัวจะทำให้มีความน่ากังวลเป็นพิเศษ โดย 'มาร์ซี เฮิร์ช' ผู้จัดการอาวุโสของกลุ่มทำงานเพื่อมนุษยธรรมขององค์กร Women Deliver ระบุว่าสิ่งที่น่ากังวลคือในขณะที่อัตราเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้น การเข้าถึงบริการและความสามารถของผู้หญิงในการเข้าถึงความช่วยเหลือเหล่านี้จะลดลง ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ท้าทายที่สุด 

ทั้งนี้ มีความพยายามจากเจ้าหน้าที่ในหลายประเทศในการดำเนินการช่วยเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวใ้ห้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือในช่วงวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่นี้ เช่นตำรวจในรัฐอุตตรประเทศของอินเดียที่เปิดหมายเลขสายด่วนพิเศษ หรือรัฐบาลสเปนที่ได้แนะนำผู้หญิงว่า พวกเธอสามารถได้รับการยกเว้นจากคำสั่งล็อกดาวน์ที่เข้มงวดได้หากจำเป็นต้องการออกจากบ้านเพื่อหนีภัยหรือเพื่อรายงานการถูกข่มเหงรังแก ขณะที่ในเมืองเทรนโตของอิตาลี อัยการตัดสินให้ผู้ที่ก่อเหตุละเมิดต้องออกจากบ้าน ไม่ใช่ให้เหยื่อที่ต้องออกจากบ้าน

อ้างอิง Aljazeera/The Guardian/Vice