ไม่พบผลการค้นหา
‘พัชรินทร์’ ส.ส. พปชร. เสนอในวง กมธ.วิสมัญศึกษาป้องกันการข่มขืน ให้ลงโทษผู้กระทำความผิดคดีข่มขืนรุนแรงและถูกศาลวินิจฉัย โดยฉีดอวัยวะเพศชายให้ฝ่อ ด้น‘มงคลกิตติ์’ ค้าน ให้ ‘พัชรินทร์’ รับผิดชอบภรรยาของผู้กระทำผิดด้วย

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้เเทนราษฎร ที่มีนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย เป็นประธาน กมธ. วิสามัญฯ และทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาสถานการณ์ การป้องกัน และแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ และติดตามงานของคณะอนุ กมธ. ศึกษากระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการข่มขืนกระทำชำเรา 

มงคลกิตติ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้หยิบยกข่าวกรณีการล่วงละเมิดทางเพศ เด็กนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร ขึ้นมาถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ. ได้นำทีมนักวิชาการอาชญวิทยา เข้ายื่นเรื่องต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้เพิ่มโทษ ฉีดอวัยวะเพศชายให้ฝ่อสำหรับผู้กระทำความผิดคดีข่มขืนรุนแรง ทำให้นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะ กมธ. โต้แย้งเเนวคิดนี้ว่า ขอให้ ส.ส.หญิงคนดังกล่าวรับผิดชอบต่อภรรยาของผู้กระทำผิดที่ถูกทำให้ฝ่อ หากเรื่องนี้มีผลบังคับใช้

ด้าน น.ส. พัชรินทร์ ชี้เเจงว่า เรื่องที่ตนเสนอเป็นเพียงเป็นโมเดลให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาในหลายแนวทาง ส่วนกรณีการฉีดอวัยวะเพศชายให้ฝ่อนั้น ตนเสนอให้ฉีดเฉพาะบุคคลที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นนักข่มขืน โดยไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมได้

พัชรินทร์.jpeg

หลังจากจบการประชุม น.ส. พัชรินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่ตนเสนอให้ฉีดฝ่อนักโทษคดีข่มขืน เป็นเพียงเป็นโมเดลหนึ่ง ขอย้ำว่า ตนเสนอให้ฉีดเฉพาะบุคคลที่ถูกวินิจฉัย ว่าเป็นนักข่มขืนโดยไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมได้เท่านั้น ไม่ใช่เสนอให้ฉีดผู้ต้องหาคดีข่มขืนทุกคนได้เลย อย่างไรก็ตาม วันนี้ในที่ประชุมมีการเเสดงความคิดเห็นหลายประเด็น เช่น นายมงคลกิตติ์ ได้เสนอให้มีการเรียกครู 5 คน ที่เกี่ยวข้องกับคดีใน จ.มุกดาหาร เข้ามาชี้เเจงกับ กมธ. เป็นต้น แต่ กมธ. คงจะไม่ไปเชิญถึงขนาดนั้น และจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการสืบสวนในคดีต่างๆ เเต่จะเน้นศึกษาเเนวทางการแก้ไขและเยียวยาต่างๆ ในหลายรูปแบบ โดยเบื้องต้นอาจจะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อคิดเห็นเพื่อประกอบหารศึกษากรณีนักโทษคดีข่มขืน ที่มีการกระทำผิดซ้ำ อาทิ อาจจะเชิญเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ และนางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก เยาวชน สตรีและครอบครัว ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ มาให้มุมมองเกี่ยวกับการบำบัดฟื้นฟูต่างๆที่น่าจะเป็นประโยชน์กับเเนวทางศึกษาและถอดบทเรียนของ กมธ. ในอนาคต แต่ก็ขึ้นอยู่กับประธาน กมธ. จะหารืออีกครั้งหนึ่ง 

นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมกมธ. ว่ากมธ.ฯ ได้รับการต่ออายุการทำงาน จากเดิมที่จะครบกำหนดและสิ้นสุดการทำงานภายในสัปดาห์นี้ออกไปอีก 90 วัน ทำให้กมธ.ฯ​มีระยะเวลาทำงานจนถึงเดือน ส.ค.นี้

อย่างไรก็ตามการกลับมาหารือกันหลังจากที่ผ่านวิกฤตระบาดไวรัสโควิด-19 นั้นมีหลายประเด็นที่กมธ.ฯ ได้หารือร่วมกันต่อแนวทางการป้องกันปัญหาการข่มขืนและการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้มีกมธ. ได้ยกประเด็นของกรณีที่ครูใน จ.มุกดาหาร ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนหญิง ขึ้นมาพิจารณาและมีผู้เห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหานั้นควรพิจารณาถึงแนวทางแก้ปัญหาตั้งแต่ก่อนการเกิดเหตุ อาทิ การพิจารณาพฤติกรรมของครู หรือบุคลากรทางการศึกษา และหลังการเกิดเหตุ คือ ว่าด้วยบทลงโทษทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามในประเด็นดังกล่าว กมธ.ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเพราะมี กมธ.ที่แสดงความเห็นอย่างหลากหลาย 

สำหรับข้อเสนอของกมธ.ฯ ที่นำเสนอแนวทางต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ต่อบทลงโทษผู้ต้องคดีข่มขืนด้วยการใช้ยาฉีดให้ระบบสืบพันธุ์ไม่สามารถใช้งานได้หรือฝ่อ นั้น ไม่ใช่ข้อเสนอของ กมธ. ที่ได้ข้อยุติแล้ว ทั้งนี้ในการประชุมมี กมธ. ที่เสนอความเห็นเพิ่มเติมด้วย ทั้งนายมงคลกิตติ์ ในฐานะที่ปรึกษากมธ. ที่เห็นว่าควรพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมก่อนสรุปเนื้อหาหรือยื่นต่อหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ได้เสนอแนวคิดต่อการมีอุปกรณ์บำบัดความรู้สึกทางเพศ (เซ็กซ์ทอย) เพื่อแก้ปัญหาการข่มขืน โดยระบุด้วยว่าเพราะสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดทำให้ร้านอาบอบนวด หรือสถานบริการทางเพศปิด ทำให้เกิดกรณีข่มขืนหรือละเมิดทางเพศเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ทั้งนี้ น.ส.พัชรินทร์ ในฐานะเลขานุการ และผู้ยื่นเรื่องต่อ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่าในข้อเสนอทางกฎหมายด้วยว่าไม่ใช่เป็นข้อเสนอที่บังคับให้ใช้กับผู้ถูกดำเนินคดีข่มขืนทุกราย แต่ต้องพิจารณาเป็นเฉพาะกรณีๆ 

“กมธ.ฯ ยังมีความเห็นหลากหลายและยังไม่ได้ข้อสรุปในแนวทางใด ดังนั้นจึงมอบหมายให้อนุกมธ.ฯ​ที่ ศึกษาด้านข้อกฎหมาย ไปศึกษาแนวทางและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง อย่างไรก็ดีข้อเสนอเรื่องบทลงโทษทั้งการฉีดยาให้ฝ่อ หรือการลงโทษ มีกมธ.ฯ เห็นแย้ง แต่ไม่ถึงขั้นโต้ตอบ เป็นวิวาทะอะไร ทั้งนี้ข้อเสนอทั้งหมด ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่จะได้ให้เกิดการศึกษาอย่างรอบด้านก่อนจะเสนอต่อสภาฯ และส่งต่อไปยังรัฐบาล” นายโกวิทย์ กล่าว 

ขณะที่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานอนุ กมธ. ศึกษากระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ กล่าวว่าสำหรับข้อเสนอด้านการลงโทษที่มีตัวแทน กมธ.เสนอให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณา เรื่องการใช้ยาเพื่อลดประสิทธิภาพทางเพศ เป็นประเด็นที่ยังไม่ตกผลึก และกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมระหว่างนายมงคงกิตต์ และน.ส.พัชรินทร์ นั้นเป็นเพียงการแสดงความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมงคลกิตติ์ ระบุว่าหากจะลงโทษด้วยการฉีดยาให้ฝ่อจะรับผิดชอบต่อครอบครัวของบุคคลที่ได้รับการลงโทษอย่างไร ทั้งนี้นายมงคลกิตต์ ไม่มีการโต้เถียงหรือมีอาการฉุนเฉียวใดๆ ในที่ประชุม 

“การใช้มาตรการลงโทษอย่างไรนั้นต้องศึกษาผลกระทบให้รอบด้าน เพราะบางกรณีได้พูดถึงสิทธิของผู้ถูกกระทำเพียงด้านเดียว แต่ลืมคำนึงถึงสิทธิของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือกระทำ ดังนั้นอนุกมธ.ฯ จะใช้เวลาศึกษาเรื่องกฎหมายและบทลงโทษให้รอบด้านก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมกมธ.ฯ ชุดใหญ่ต่อไป” น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว