ไม่พบผลการค้นหา
ผู้ว่าแบงก์ชาติยันเศรษฐกิจไทยยังไม่วิกฤติ หลัง กนง.หั่นจีดีพีปี 2562 โตร้อยละ 2.8 ต่ำกว่าเป้าหมาย ยืนยันไม่คุมสถาบันการเงินออกโปร 0 เปอร์เซ็นต์ แต่สถาบันการเงินควรพิจารณาความเหมาะสม

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังกล่าวเปิดการสัมมนา BOT Sympodium 2019 พลิกโฉมเศรษฐกิจ พิชิตการแข่งขัน ว่า การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในรอบที่ผ่านมาให้ลงเหลือร้อยละ 2.8 นั้น ได้มีการรวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว แม้ภาพรวมจะยังชะลอตัวลงจากปีก่อน และเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าศักยภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจไทยกำลังจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติแต่อย่างใด

เพราะเศรษฐกิจไทยมีวัฎจักรขึ้นลง อยู่กับหลากหลายปัจจัย โดยเฉพาะจากต่างประเทศ โดยการปรับลดประมาณการในครั้งนี้ เป็นผลมาจากสงครามการค้าระหว่างประเทศที่มีผลกระทบรุนแรงต่อปริมาณการค้าโลก ซึ่งไทยเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเปิดต้องพึ่งพิงการส่งออกเป็นหลัก ดังนั้นจึงทำให้การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก

พลิกโฉมเศรษฐกิจพิชิตการแข่งขัน
  • นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ปัญหาสงครามการค้าโลกที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งได้เริ่มส่งผลกระทบไปสู่การลงทุนของภาคเอกชนในบางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกให้ชะลอตัวลง รวมถึงการจ้างงานในบางภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลงเช่นกัน ส่งผลมาถึงรายได้ของแรงงาน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์การค้าโลกจะคลี่คลายลงในช่วงปลายปีนี้ โดยขณะนี้เงินบาทไทยมีแนวโน้มเริ่มอ่อนค่าลงบ้างแล้ว น่าจะทำให้ผู้ประกอบการไทย สามารถพยุงการแข่งขันส่งออกได้

แต่ยังต้องรอติดตามและประเมินผลอีกครั้งว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจมากแค่ไหน เนื่องจากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก

นอกจากนี้ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยังได้ระบุถึงกรณี ประเด็นการดูแลเรื่องหนี้ครัวเรือน ว่า ธปท. ไม่ได้มีการบังคับให้สถาบันการเงินห้ามออกโปรโมชัน 0% เพียงแต่เป็นการขอความร่วมมือและส่งเสริมให้สถาบันการเงินให้ความสำคัญในการปล่อยสินเชื่ออย่างเหมาะสม ไม่สร้างผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ต่อสังคม และสำหรับบริการที่มีความจำเป็นไม่ใช่เรื่องผิด เช่น ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการลงทุนด้านอาชีพ แต่ไม่ใช่ส่งเสริมให้นำเงินไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเมื่อผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็จะทำให้เกิดหนี้เสีย มีอัตราดอกเบี้ยปรับที่แพงมาก ดังนั้นสถาบันการเงินพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :