<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0"><channel><title><![CDATA[Voice TV 21]]></title><description><![CDATA[Voice TV]]></description><link>https://www.voicetv.co.th</link><generator>RSS for Node</generator><lastBuildDate>Tue, 09 Jun 2026 17:21:27 GMT</lastBuildDate><atom:link href="https://www.voicetv.co.th/rss" rel="self" type="application/rss+xml"/><author><![CDATA[Voice TV]]></author><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 17:21:27 GMT</pubDate><language><![CDATA[th]]></language><ttl>60</ttl><item><title><![CDATA['สุริยะ - วัชระพล' พร้อมบินเจรจามาเลเซีย คลี่คลายมาตรการระงับนำเข้ากุ้งไทย เร่งลดผลกระทบเกษตรกร]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85YjljYTY5MWU4NDM5ZTI0NWRmOTk5ZTFjODI5ODE3Zi5wbmc=/640/330" /></p><p class="ql-align-justify">นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมกุ้งไทย พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมกุ้ง เพื่อรับฟังข้อเสนอและติดตามผลกระทบจากกรณีที่กระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารมาเลเซีย ยกระดับมาตรการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย โดยมี&nbsp;นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางการมาเลเซียได้ประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้จากกรณีที่ประเทศไทยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซีย โดยใช้ระยะเวลาตรวจสอบ 15 วัน เนื่องจากเคยตรวจพบสารตกค้างเมื่อปี 2566&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อราคากุ้ง รายได้ของเกษตรกร ตลอดจนผู้ประกอบการและผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน</p><p class="ql-align-justify">นายวัชระพล กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ ผู้แทนสมาคมกุ้งไทยและภาคเอกชนได้สะท้อนข้อกังวลใน 2 ประเด็น&nbsp;โดยประเด็นแรกคือการเร่งรัดการเจรจากับทางการมาเลเซียเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งของไทย ซึ่งในวันนี้ (9 มิถุนายน 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของทั้งสองประเทศประสานงานรายละเอียดเบื้องต้นก่อนการหารือ ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจาจะเป็นไปในทิศทางที่ดี และจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายนนี้</p><p class="ql-align-justify">ในส่วนของมาตรการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซีย กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาจากเดิม 15 วัน เหลือประมาณ 7 วัน แต่ยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศอย่างเคร่งครัด</p><p class="ql-align-justify">“หากได้รับการตอบรับจากฝ่ายมาเลเซีย กระทรวงเกษตรฯ พร้อมเดินหน้าเจรจาโดยทันที เพื่อหาทางออกร่วมกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศโดยเร็ว” นายวัชระพล กล่าว</p><p class="ql-align-justify">สำหรับประเด็นที่สอง ผู้แทนสมาคมกุ้งไทยได้เสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งในระยะยาว เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน หลังจากที่ไทยเคยเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกกุ้งของโลก โดยทางสมาคมฯ ได้เสนอแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569 - พ.ศ. 2573 ครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมประมงรับข้อเสนอไปพิจารณาและจัดทำแนวทางดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p class="ql-align-justify">“สำหรับแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในระยะเร่งด่วน กระทรวงเกษตรฯ จะบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามและดูแลสถานการณ์ด้านราคา ในส่วนของกรมประมง ขณะนี้ได้เร่งจัดทำโครงการและมาตรการลดต้นทุนการผลิต อาทิ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยง รวมถึงการจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคกุ้งในประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกร ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว” นายวัชระพล กล่าวทิ้งท้าย</p><img    src="https://www.thaigov.go.th/uploads/images/261/2026/06/png/20260609163712_8184.png" alt="https://www.thaigov.go.th/uploads/images/261/2026/06/png/20260609163712_8184.png" class="ql-align-justify"><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/f-bwa3Z2D</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/f-bwa3Z2D</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 17:20:03 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 17:14:27 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85YjljYTY5MWU4NDM5ZTI0NWRmOTk5ZTFjODI5ODE3Zi5wbmc=</url><description>&apos;สุริยะ - วัชระพล&apos; พร้อมบินเจรจามาเลเซีย คลี่คลายมาตรการระงับนำเข้ากุ้งไทย เร่งลดผลกระทบเกษตรกร พร้อมรับข้อเสนอเอกชนร่วมเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมกุ้ง</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นายกฯ แถลงผลทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ยึดสารตั้งต้นผลิตยาบ้าได้ 1,100 ล้านเม็ด หลังร่วมมือเกาหลีใต้]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mMmNmYmFmOGYxZDRjMjFiMGVjNzBjOTJhYmQ4YmRmYy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ โกดังเก็บสารเคมี จ.สมุทรปราการ (โกดังที่ 20) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่ายนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ “หนูเฉิน” และเครือข่ายจีนเทา</p><p>นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (National Intelligence Service - NIS) ได้ขยายผลทางการข่าว และมีการส่งตัวนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ คือ นายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ หนูเฉิน ให้กับทางการไทยหลังหนีออกจากไทยไป 14&nbsp;ปี ก่อนที่สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคี ทั้งตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะขยายพบเครือข่ายที่เชื่อมโยงไปยังธุรกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงทั้งในไทยและต่างประเทศ และหนึ่งในธุรกรรมนั้นคือการลักลอบซื้อ - ขาย และส่งสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ เพื่อนำไปใช้ในโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่ผลิตสามเหลี่ยมทองคำ</p><p>โดยปฏิบัติการในวันนี้ มีการปฏิบัติการทั้งสิ้น 3 บริษัท ในพื้นที่ 4 จังหวัด (กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง และนนทบุรี) ทั้งหมด 10 จุดปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดในไทย ที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้การผลิตเอโทมิเดต (วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2) ซึ่งนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และได้มีการจับกุมไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง</p><p>การปฏิบัติการครั้งนี้ จึงเป็นการผนึกกำลังกันอีกครั้ง เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและตัดตอนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย โดยสามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ อาเซโตน 9,105 กก. (อุตสาหกรรมพลาสติก) กรดไฮโดรคลอริก 225 กก. (อุตสาหกรรมโลหะ การฟอกขาวผลิตปุ๋ยทำความสะอาด ยา และสารอินทรีย์) กรดอะซิติก 10,170 กิโลกรัม (ใช้สำหรับอุตสาหกรรมย้อมผ้า ฟอกหนัง) กรดซัลฟิวริก 4,500 กิโลกรัม (สารใช้ล้างคราบไขมัน หรือชุบผิวโลหะ) และ ไดออกทิล ทาเลต 26,000 กิโลกรัม จำนวนรวม 50 ตัน โดยสารเคมีดังกล่าวหากส่งไปถึงโรงงานผลิตยาเสพติด จะสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้ปริมาณ 1,100 ล้านเม็ด เท่ากับปริมาณการตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งปี หรือผลิตไอซ์ได้ 21 ตัน</p><p>"รัฐบาลยืนยันการเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดและสารตั้งต้นที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ทั้งภายในประเทศและการลักลอบส่งข้ามแดน โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในทุกมิติ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานตระหนักถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้น และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่" นายกรัฐมนตรี กล่าว</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/A1NYiP2ir</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/A1NYiP2ir</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 16:58:47 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 16:54:03 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mMmNmYmFmOGYxZDRjMjFiMGVjNzBjOTJhYmQ4YmRmYy5wbmc=</url><description>นายกฯ อนุทิน แถลงผลทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ยึดสารตั้งต้นผลิตยาบ้าได้ 1,100 ล้านเม็ด หลังร่วมมือเกาหลีใต้ บูรณาการทุกหน่วยงานขยายผลเชื่อมโยงธุรกรรม</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ทนายไพศาล' โพสต์จะยึดทรัพย์ทักษิณ ยึดซ้ำยึดซ้อนไปถึงไหน? เมื่อ 46,000 ล้านบาท ถูกพิพากษาตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mYmI1ZDMyNzA5Yjc0ZDc0YjVkMGFlODdkZjliN2Y0OS5wbmc=/640/330" /></p><p>ไพศาล พืชมงคล ทนายความ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันนี้ (9 มิถุนายน 2569) ว่า ยึดทรัพย์ทักษิณ จะยึดซ้ำยึดซ้อนกันไปถึงไหน <strong>การพยาบาทจองเวรทักษิณ และกระเหี้ยนกระหือรือจะให้ยึดทรัพย์ทักษิณ 17,000 ล้าน เป็นค่าภาษี ถ้ายึดไม่ได้ก็จะให้ฟ้องล้มละลายนั้น ท่านทราบหรือไม่ว่ามีการยึดอายัดทรัพย์สินทักษินอย่างไรบ้าง จะขอบอกให้เอาบุญ</strong></p><p>เมื่อมีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คณะ คมช. มีคำสั่งให้ยึดอายัดทรัพย์สินของทักษิณไว้เป็นการชั่วคราว จำนวนรวม 76,000 ล้านบาท แล้วส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ร้องต่อศาลขอให้ทรัพย์ที่ยึดไว้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยอ้างว่า เป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ และปกปิดทรัพย์สินนั้น</p><p>ในที่สุด ศาลฎีกาพิพากษาว่า ทรัพย์สินดั้งเดิมที่ทักษิณมีอยู่ก่อนดำรงตำแหน่งหรือที่ได้มาโดยไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จำนวน 30,000 ล้านบาท จะยึดไม่ได้ ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบ จึงพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 46,000 ล้านบาท และถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่ากระทรวงการคลังได้คืนทรัพย์สินจำนวน 30,000 ล้านบาท ที่ไม่ตกเป็นของแผ่นดินของทักษิณแล้วหรือไม่ ใครเกี่ยวข้องก็ต้องไปดูกันเอาเอง</p><p>ทรัพย์สิน 46,000 ล้านบาท ที่ศาลพิพากษาให้ตกเป็นของแผ่นดินนั้น คือทรัพย์สินจากการขายหุ้น AIS ที่แอมเปิ้ลลิสขายให้แก่เทมาเส็ก ประกอบด้วยเงิน 3 ส่วน คือ</p><p>(1) ราคาทุนหุ้น AIS ที่แอมเปิ้ลลิสซื้อจากครอบครัวทักษิณ</p><p>(2) ส่วนต่างหรือกำไรในการขายหุ้นได้แก่ ราคาขายหักด้วยราคาทุนซึ่งถือว่าเป็นกำไรจากการขายหุ้น และถ้ามีค่าภาษีบุคคลธรรมดา 30% จากการขายหุ้นนี้ ค่าภาษีนั้นก็จะรวมอยู่ในส่วนที่เป็นกำไรนี้ ซึ่งมีการประเมินค่าภาษีเป็นเงิน 17,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นการอำพรางปกปิด จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษี</p><p><strong>ดังนั้น ถ้าหากจะต้องเสียภาษี 17,000 ล้านบาท ค่าภาษี 17,000 ล้านบาทนั้น ก็รวมอยู่ในมูลค่าทรัพย์สิน คือส่วนกำไรจากการขายหุ้น 46,000 ล้านบาทแล้ว และได้ยึดเอาไปแล้ว จะยึดซ้ำยึดซ้อนกันไปถึงไหน</strong></p><p>ขอทำความเข้าใจการยกเว้นภาษีในการขายหุ้นในตลาดหุ้นว่า กฎหมายของตลาดหุ้นนั้น ให้ยกเว้นภาษี "สำหรับการขายหุ้นในตลาดหุ้น" คือยกเว้นสำหรับรายการขายหุ้นที่ขายในตลาดหุ้น โดยไม่จำกัดว่าผู้ขายเป็นใคร จะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าว จะเป็นผู้ขายในฐานะตัวแทนนายหน้า หรือโบรกเกอร์ หรือจะขายโดยปกปิดหรือเปิดเผยชื่อผู้ขายก็ไม่สำคัญ กฎหมายบัญญัติยกเว้นภาษีให้แก่รายการขายในตลาดหลักทรัพย์ คือถือเอารายการขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นสำคัญ แต่ไม่ทราบว่าได้ต่อสู้ในคดีประเด็นนี้ว่าอย่างไร จึงต้องเรียกภาษี</p><p>ด้วยความเคารพต่อคำตัดสินของศาล ผมยังเห็นว่าการขายหุ้นรายนี้ ต่อให้ปกปิดอำพรางผู้ขายตัวจริงก็ยังคงได้รับยกเว้นภาษีอยู่นั่นเอง</p><p>เมื่อกระทรวงการคลังได้ยึดเอาค่าภาษีอากร ในเรื่องนี้เอาไว้แล้วแม้จะอ้างเหตุร่ำรวยผิดปกติหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ก็เป็นเงินค่าภาษีที่ได้ยึดไปแล้วนั่นเอง จะยึดซ้ำยึดซ้อนต่อไปอีกหรือ </p><div class="facebook" ></div><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/v1cW-7IdV</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/v1cW-7IdV</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 16:52:06 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 15:33:56 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mYmI1ZDMyNzA5Yjc0ZDc0YjVkMGFlODdkZjliN2Y0OS5wbmc=</url><description>ทนายไพศาล โพสต์ระบุ การพยาบาทจองเวรทักษิณ จะให้ยึดทรัพย์ทักษิณ 17,000 ล้าน เป็นค่าภาษี ไปถึงไหน? เมื่อ 46,000 ล้านบาท ถูกพิพากษาตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ชัชชาติ' ดัน 'Street Economy' คู่เทศกาลระดับโลก ชูนโยบายเศรษฐกิจ ปลดล็อกคนตัวเล็กเข้าถึง เงิน-พื้นที่-ทักษะ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85ZGI4NTc1YWRmYWE2ZDhiZjE4ZjdmMGQ1ZWM5MDJhOC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” อาทิ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม, รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช และ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่หาเสียงย่านสีลม บริเวณตลาดหลังอาคารไอทีเอฟ ตลาดละลายทรัพย์ ศูนย์การค้าพาร์คสีลม ศูนย์การค้าเซนทรัลพาร์ค และตลอดแนวถนนสีลม พร้อมนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจโดยชูแนวคิด Street Economy หรือการส่งเสริมเศรษฐกิจริมถนน ควบคู่กับการผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองเทศกาลระดับโลก หรือ World Festival City</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า เมืองคือพื้นที่เศรษฐกิจ และเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีเพียงบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย หาบเร่แผงลอย และธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากที่เป็นกำลังสำคัญของเมือง</p><p>“เมืองคือพื้นที่ทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจก็มีสองส่วน คือเศรษฐกิจที่เป็นบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งในกรุงเทพฯ มีประมาณ 1,400 บริษัท จ้างงานประมาณ 3 ล้านคน อีกส่วนคือ MSME หรือ Micro SME มีประมาณ 5 แสนกว่าราย จ้างงานอีก 3 ล้านกว่าคน ทั้งสองระบบช่วยเกื้อหนุนเมืองให้เจริญเติบโตต่อไป” ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติระบุว่า หน้าที่ของ กทม. ไม่ใช่การดูแลเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ แต่ต้องทำให้ธุรกิจรายย่อยและผู้ประกอบการฐานรากมีโอกาสเข้มแข็งขึ้น เพราะเศรษฐกิจทั้งสองระดับเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน หากบริษัทใหญ่เติบโตและเกิดการจ้างงาน ก็จะมีคนทำงานเข้ามาจับจ่ายใช้สอยกับร้านค้า ตลาด และผู้ค้าริมถนนมากขึ้น</p><p>สำหรับนโยบาย Street Economy ชัชชาติระบุว่า แนวทางสำคัญคือ การทำให้ผู้ค้ารายย่อยเข้าถึง 3 โอกาสหลัก ได้แก่ เงิน พื้นที่ และทักษะ โดย กทม. จะทำหน้าที่ออกแบบและจัดการระบบพื้นที่ค้าขาย เชื่อมผู้ค้ากับแหล่งเงินทุนในระบบ และสนับสนุนการพัฒนาทักษะใหม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการเติบโตในอนาคต</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า เมื่อเข้ามาทำงานช่วงแรก กรุงเทพฯ มีหาบเร่แผงลอยประมาณ 20,000 ราย แต่มีจุดผ่อนผันที่ถูกต้องเพียงประมาณ 60 จุด ขณะที่มีจุดค้าขายนอกระบบมากกว่า 700 จุด ซึ่งพื้นที่นอกระบบเหล่านี้กลายเป็นช่องว่างให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ค้า</p><p>“จุดผิดกฎหมายคือจุดที่ทำให้เกิดการมีส่วย มีการรีดเงิน เพราะมันอยู่นอกจุด มันผิดกฎหมาย มันมีช่องว่าง เพราะฉะนั้นเราต้องจัดระเบียบให้ดีขึ้น เอาผู้ค้าเข้าสู่จุดผ่อนผัน แล้วก็หาที่ให้ผู้ค้าไปขาย” ชัชชาติกล่าว</p><p>นโยบายของทีมชัชชาติจะเดินหน้าจัดพื้นที่ค้าขายริมถนนและหาบเร่แผงลอยให้เป็นระบบ ผ่านจุดผ่อนผัน พื้นที่อัตลักษณ์ ตลาดนัดชุมชน และ ศูนย์อิ่มท้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ค้าขายราคาถูกสำหรับผู้ค้าในพื้นที่ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามีที่ทำกินที่มั่นคง เป็นหลักแหล่ง และไม่กีดขวางทางสัญจรหลักของประชาชน</p><p>ปัจจุบัน กทม. มีจุดผ่อนผัน 59 จุด และอยู่ระหว่างเสนอเพิ่มอีก 61 จุด คาดว่าจะรองรับผู้ค้าได้ประมาณ 7,000-10,000 ราย รวมถึงจุดอัตลักษณ์และตลาดชุมชนที่อยู่ระหว่างเสนออีก 51 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะรองรับผู้ค้าได้อีกประมาณ 2,000 ราย โดยใน 4 ปีต่อไป ทีมชัชชาติพร้อมผลักดันศูนย์อิ่มท้องให้ครบ 50 เขต เพื่อเพิ่มพื้นที่ทำกินให้ผู้ค้าและธุรกิจรายย่อยในแต่ละชุมชน</p><p>ชัชชาติย้ำว่า การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยต้องไม่ใช่การผลักพ่อค้าแม่ค้าออกจากเมือง แต่ต้องจัดระบบให้ถูกต้อง หาพื้นที่รองรับ และค่อยๆ เปลี่ยนผ่านให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ ทั้งผู้ค้าและประชาชนที่ใช้ทางเท้า</p><p>“เราต้องเอาส่วนรวมเป็นหลัก บ้านเมืองมันต้องมีระเบียบ ต้องเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน แต่เราก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ เราให้เวลาเขา หาที่ให้เขา ค่อย ๆ ขยับไป” ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้จัดระเบียบหลายพื้นที่ที่เคยมีปัญหาสะสม เช่น โบ๊เบ๊ ตลาดลาว สีลม และสุขุมวิท ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ทางเท้าเดินได้สะดวกขึ้น ขณะที่ผู้ค้าจำนวนมากมีพื้นที่ทำมาหากินที่ถูกต้องมากขึ้น</p><p>“หัวใจคือต้องไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น แล้วก็ต้องดูแล ต้องพยายามปรับให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ชัชชาติกล่าว</p><p>ด้านเงินทุน ทีมชัชชาติจะให้ กทม. เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ค้ารายย่อยกับสถาบันการเงิน โดยใช้ข้อมูลที่ กทม. มี เช่น ใบอนุญาตทำการค้าในที่สาธารณะ และข้อมูลการรับจ่ายเงินของผู้ค้า มาช่วยสร้างเครดิต ให้ผู้ค้าสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยเหมาะสม ลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และช่วยประสานแหล่งเงินทุนในระบบให้กับผู้ประกอบการรายย่อย</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า ในอนาคต กทม. จะพัฒนาระบบออนไลน์ให้ผู้ค้าสามารถเช็กอินเมื่อมาขายของ และเก็บข้อมูลการค้าขายไว้เป็นประวัติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการสร้างเครดิตในการเข้าถึงเงินกู้จากธนาคาร</p><p>“เราจะทำให้แม่ค้าพ่อค้ามีระบบออนไลน์ที่เช็กตัวเองเวลามาขายของ แล้วเก็บเรคคอร์ดไว้ว่าขายได้เท่าไหร่ และเอาข้อมูลตรงนี้ รวมกับสิทธิในการขายบนจุดผ่อนผัน ไปกู้ธนาคารได้ ทำให้เขามีเงินมาหมุนเวียนได้” ชัชชาติกล่าว</p><p>ขณะเดียวกัน ทีมชัชชาติเสนอเดินหน้าลดขั้นตอนการขอใบอนุญาต เพื่อให้สะดวก โปร่งใส และเอื้อต่อผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการยกระดับทักษะ หรือ Upskill-Reskill ให้ผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อช่วยให้ผู้ค้าปรับตัวกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ รู้จักการใช้เทคโนโลยี และเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ได้</p><p>สำหรับพื้นที่สีลม ชัชชาติระบุว่า สีลมยังเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ทั้งในแง่การค้าขายริมถนน ตลาดชุมชน สำนักงาน และการจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่ โดยทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” มีนโยบายส่งเสริมเทศกาลของเมือง เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ไปสู่การเป็น World Festival City</p><p>ที่ผ่านมา กทม. มีการจัดและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เช่น Pride Month และ Colorful Bangkok ซึ่งช่วยสร้างสีสันให้เมือง และสร้างเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท</p><p>ใน 4 ปีข้างหน้า จะยกระดับการจัดงาน 4 เทศกาลหลักของกรุงเทพฯ ได้แก่ สงกรานต์ ลอยกระทง Bangkok Pride และเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ให้ได้มาตรฐานโลก ทั้งด้านพื้นที่และเส้นทาง โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย ห้องน้ำสาธารณะ จุดเติมน้ำดื่ม ระบบขนส่งสาธารณะ และการเชื่อมผู้จัดงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนให้วางแผนร่วมกัน</p><p>นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า วาระต่อไปจะเน้นยกระดับ 4 เทศกาลหลักให้เป็น World Festival ได้แก่ Water Festival หรือสงกรานต์, Winter Festival หรือลอยกระทง, World Pride ในช่วงเดือนมิถุนายน และ Countdown New Year โดยเชื่อว่ากรุงเทพฯ สามารถแข่งขันกับเมืองใหญ่ระดับโลกได้</p><p>ศานนท์ระบุว่า งานสงกรานต์ที่สีลมปี 2569 มีผู้เข้าร่วมประมาณ 650,000 คน ถือเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา จึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับฝูงชนขนาดใหญ่ให้ดีขึ้น ทั้งเรื่องความปลอดภัย การเดินทาง การจัดเส้นทาง และการกระจายกิจกรรมออกจากพื้นที่สีลมไปเชื่อมกับย่านอื่น</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า ในอนาคต กทม. อาจพัฒนาการจัดงานเทศกาลให้เป็นเส้นทางต่อเนื่อง หรือ Festival Circuit ที่เชื่อมสีลมกับย่านใกล้เคียง เช่น ปทุมวัน คลองเตย ราชประสงค์ หรือเจริญกรุง เพื่อให้การเดินของผู้ร่วมงานลื่นไหลขึ้น รองรับคนได้มากขึ้น และกระจายรายได้ไปยังพื้นที่โดยรอบ</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า การยกระดับเทศกาลต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม ทั้งระบบความปลอดภัย กล้อง CCTV จุดข้ามถนน จุดเติมน้ำในช่วงสงกรานต์ จุดทิ้งขยะ ห้องน้ำ และระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้เมืองสามารถจัดงานใหญ่ได้อย่างมีมาตรฐาน ไม่ต้องเริ่มจัดระบบใหม่ทุกปี</p><p>“เฟสติวัลเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งระดับใหญ่และระดับข้างถนนเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;นี่ถือเป็นเสน่ห์สำคัญของกรุงเทพมหานคร” ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของนโยบายเศรษฐกิจเมือง คือการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนตัวเล็กทำมาหากินได้ง่ายขึ้น มีพื้นที่ขายของ มีเงินทุนในระบบ มีทักษะที่จำเป็น และมีเทศกาลของเมืองเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจที่ช่วยกระจายรายได้ไปถึงร้านค้า ตลาด ชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นอย่างทั่วถึง</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mYWM5ZTA4M2NlMDdjNTFkNzQ4YjQyNmIzNWNlYTc2MC5qcGc=" alt="348119_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yYTQxZDg0ZWJhNTU5ODc4NDRiZWQxZDNkODM5NjdmYy5qcGc=" alt="348126_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8xOGEzZDUyM2E4Y2IwZWVkNjM2NmJhZGMwMGIxNGRiMy5qcGc=" alt="348128_0.jpg"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/YlA0OjBXV</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/YlA0OjBXV</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 15:30:44 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 15:12:21 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85ZGI4NTc1YWRmYWE2ZDhiZjE4ZjdmMGQ1ZWM5MDJhOC5wbmc=</url><description>&apos;ชัชชาติ&apos; ดัน &apos;Street Economy&apos; คู่เทศกาลระดับโลก ชูนโยบายเศรษฐกิจ ปลดล็อกคนตัวเล็กเข้าถึง เงิน-พื้นที่-ทักษะ เปลี่ยนข้อมูลการค้าเป็นเครดิต พร้อมยกระดับ 4 เทศกาลหลัก สงกรานต์ ลอยกระทง Bangkok Pride เคานต์ดาวน์ปีใหม่ สู่มาตรฐานโลก กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองตลอดปี</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นายกฯ หารือประธานาธิบดีเวียดนาม ต่อยอดวิสัยทัศน์ 'จับมือและเติบโตไปด้วยกัน' ขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ร่วมกัน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9jMDg3MjFlYzMyOWI5ZTI2MTQ3MWFiZWM1OTEyYzY5ZS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ ห้อง Stateroom ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม (Tonkin Palace) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายโต เลิม (H.E. Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม เพื่อสานต่อความร่วมมือและติดตามผลการหารือระหว่างกัน ภายหลังการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สาระสำคัญ ดังนี้</p><p><strong>1. ไทยเน้นย้ำความสำเร็จของการเยือนและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของผู้นำทั้งสองประเทศ</strong></p><p>ประธานาธิบดีเวียดนามกล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นระหว่างการเยือนประเทศไทย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากและได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งประชาชนไทยและเวียดนาม พร้อมแสดงความยินดีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนเวียดนามในครั้งนี้ ซึ่งมีความหมายสำคัญต่อการสานต่อความร่วมมือระหว่างสองประเทศ</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีเวียดนามที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมคารวะและเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมกล่าวด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองว่า ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นคนตรงต่อเวลามากขึ้น เพราะใช้นาฬิกาที่ประธานาธิบดีเวียดนามมอบให้ระหว่างการเยือนไทย อีกทั้งย้ำว่าการหารือที่กรุงเทพฯ ก่อให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจจำนวนมาก และประชาชนไทยต่างชื่นชมประธานาธิบดีเวียดนามและภริยาอย่างกว้างขวาง โดยการเดินทางเยือนครั้งนี้มีรัฐมนตรีร่วมคณะถึง 9 คน รวมทั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ เพื่อสะท้อนความตั้งใจของไทยในการยกระดับความร่วมมือกับเวียดนามในทุกมิติ</p><p><strong>2. เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือทวิภาคีและเป้าหมายการค้าร่วมกัน</strong></p><p>ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–เวียดนาม โดยประธานาธิบดีเวียดนามเสนอให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศพบปะหารือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นผ่านกลไกความร่วมมือต่าง ๆ โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีร่วมไทย–เวียดนาม (JCR) พร้อมผลักดันยุทธศาสตร์ Three Connects และเป้าหมายการค้าระหว่างกันที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนขยายสู่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต</p><p>นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยพร้อมสนับสนุนยุทธศาสตร์ Three Connects โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ามูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะบรรลุ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ภายในปีนี้ และมีโอกาสขยายตัวถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้</p><p><strong>3. เสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย</strong></p><p>ประธานาธิบดีเวียดนามเสนอให้มีการพัฒนากลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ทั้งในระดับกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานทางทะเล รวมถึงการพิจารณาจัดทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการแก้ไขปัญหาผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพร่วมเดินทางเยือนเวียดนามครั้งนี้ สะท้อนถึงความจริงจังของไทยในการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง พร้อมเสนอจัดตั้งกลไกหารือ 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ไทยยืนยันว่าจะไม่อนุญาตให้มีการใช้ดินแดนไทยเพื่อเคลื่อนไหวต่อต้านประเทศมิตร และพร้อมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ รวมทั้งสนับสนุนการจัดประชุมคณะทำงานร่วมในประเด็นดังกล่าวโดยเร็ว</p><p><strong>4. ดูแลและส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในเวียดนาม</strong></p><p>นายกรัฐมนตรีได้สะท้อนข้อห่วงกังวลของภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนามมายาวนานกว่า 30 ปี โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและคับใช้กฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงกรณีที่บางบริษัทอยู่ระหว่างรอการชำระเงินตามสัญญา</p><p>ประธานาธิบดีเวียดนามยืนยันว่า รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญกับนักลงทุนไทย ซึ่งล้วนเป็นบริษัทชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนาม พร้อมย้ำว่าจะไม่มีการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลัง และได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับฟังและเร่งแก้ไขปัญหาของนักลงทุนอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>5. สานต่อสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย–เวียดนาม</strong></p><p>ไทยยังพร้อมสนับสนุนนกกระเรียนจำนวน 12 ตัวให้แก่เวียดนามภายในปีนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วม “จับมือและเติบโตไปด้วยกัน” อย่างเป็นรูปธรรม</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Xg5Uz7xIp</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Xg5Uz7xIp</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 14:37:23 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 14:16:44 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9jMDg3MjFlYzMyOWI5ZTI2MTQ3MWFiZWM1OTEyYzY5ZS5wbmc=</url><description>สานต่อผลสำเร็จ! นายกฯ หารือประธานาธิบดีเวียดนาม ต่อยอดวิสัยทัศน์ &apos;จับมือและเติบโตไปด้วยกัน&apos; ขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–เวียดนามสู่อนาคตร่วมกัน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['รมว.นิกร' นำทีม พม. รุดเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนริมคลองนางหงษ์ พร้อมเร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mYTdkMTkyNjM1YWUxMDZjMGFkOGY0NzdhMDk4MTM0Mi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 <strong>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)</strong> ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนริมคลองนางหงษ์ เขตปทุมวัน กทม. พร้อมให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นตามภารกิจกระทรวง พม. ด้วยการมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อีกทั้งมีการรับเรื่องปัญหาของกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ประสบภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการสังคม โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) , ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , ทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว จากศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. และ กรมต่างๆ , อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เขตปทุมวัน และภาคีเครือข่าย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัย โรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กทม.</p><p><strong>รมว.นิกร </strong>กล่าวว่า จากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนริมคลองนางหงษ์ เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (8 มิ.ย. 69) ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบและประสบความเดือดร้อนหลายสิบครัวเรือน ซึ่งตนมีความห่วงใยสวัสดิภาพประชาชนที่ประสบภัย โดยเมื่อวานนี้ ตนได้ส่งทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว จาก ศรส. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ร่วมกับ อพม. เขตปทุมวัน ลงพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นโดยด่วน พร้อมทั้งตรวจสอบการเข้าสิทธิสวัสดิการสังคมของผู้ประสบภัย และวันนี้ ตน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย ได้ลงพื้นที่ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัย โรงเรียนวัดสระบัว เพื่อเยี่ยมเยียวยาให้กำลังใจ พร้อมให้ความช่วยเหลือตามภารกิจกระทรวง พม. เบื้องต้นทราบข้อมูลว่า ความเสียหายที่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 40 หลังคาเรือน และมีผู้ประสบภัยเข้าพักที่ศูนย์พักพิงฯ จำนวน 46 ราย ทั้งนี้ ยังพบว่ามีประชาชนที่ประสบภัยบางรายยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. อาทิ คนพิการที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ พม. เร่งดำเนินการช่วยเหลือให้เร็วที่สุด</p><p><strong>รมว.นิกร</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ตนได้เน้นย้ำให้ทุกกรมสังกัดกระทรวง พม. บูรณาการทำงานร่วมกัน และตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบภัยที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว ซึ่งวันนี้ กระทรวง พม. ได้มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และจะพิจารณาเงินสงเคราะห์ตามกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ส่วนในระยะยาวนั้น หากผู้ประสบภัยยังไม่มีที่อยู่อาศัยหรือกลับเข้าที่พักเดิมยังไม่ได้ กระทรวง พม. มีการจัดเตรียมสถานที่ในหน่วยงานของกระทรวง พม. สำหรับรองรับผู้ประสบภัย จากนั้น เป็นการฟื้นฟูร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือการจัดหาที่อยู่อาศัย และการดูแลกลุ่มเปราะบางในระยะยาว เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด</p><p>“นอกจากนี้ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นำโดย คุณสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 70,000 กว่าบาท และมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กับผู้ประสบภัย นับเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของกระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย ด้วยความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน” <strong>รมว.นิกร</strong> กล่าว</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lNDViMDZiMDE3NmUyMTVkZDJjYzE1YzA4ZTE1ODc0NC5qcGc=" alt="นิกร.png"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8xZjI4NGUyMDQ5N2Q0NTBlNjk0OGQ4NzU4MTQwMmYyZS5qcGc=" alt="นิกร.png"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83YzQxNDA1ZTU1ZDhhOTljMDZhNTE2ZWZhOWU3ZWVjNS5qcGc=" alt="นิกร.png"><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/bEvddwIAZ</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/bEvddwIAZ</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 13:59:58 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 13:39:32 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mYTdkMTkyNjM1YWUxMDZjMGFkOGY0NzdhMDk4MTM0Mi5wbmc=</url><description>&apos;นิกร โสมกลาง&apos; รมว.พม. นำทีม พม. รุดเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนริมคลองนางหงษ์ พร้อมเร่งช่วยกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคม</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ 'ทักษิณ' ยึดหลักเสมอภาค เป็นไปตามหลักเกณฑ์พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ๒๕๖๙ ตามกฎหมายทุกประการ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82NzMzZTlkYWE0YzRmYTg0ZmQ3MTE2MjY0MWI1YjIzOC5wbmc=/640/330" /></p><p>ตามที่กรมราชทัณฑ์ ได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ให้พักการลงโทษกรณีปกติ แก่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และปล่อยตัวคุมประพฤติพร้อมติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จากเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ โดยมีกำหนดระยะเวลาคุมประพฤติรวม ๔ เดือน ๑ วัน และที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่างถูกต้องมาโดยตลอด นั้น</p><p>กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๖๙ มีผลใช้บังคับในวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ นายทักษิณฯ ซึ่งมีสถานะเป็น "ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ" ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษแต่ประการใด จึงเป็นผู้อยู่ในข่ายให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา ๗ โดยมีลักษณะตามมาตรา ๘ (๒) (ฉ) คือ เป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า ๖๐ ปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับฯ ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน ๓ ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ</p><p>ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย และโปร่งใสตามขั้นตอนทางกฎหมาย อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.๒๕๖๙ คำสั่งกระทรวงยุติธรรม เรื่อง แต่งตั้งกรรมการทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ จึงมีมติให้นายทักษิณฯ ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามกฎหมาย และกรมคุมประพฤติได้ดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเรือนจำได้ดำเนินการออกหนังสือสำคัญการปล่อยตัว (รท.๒๕) หรือใบบริสุทธิ์ให้แก่ นายทักษิณฯ เป็นที่เรียบร้อย</p><p>ดังนั้น นายทักษิณ ชินวัตร จึงมีสถานะเป็นบุคคลพ้นโทษโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และสิ้นสุดการอยู่ภายใต้การควบคุมตามโทษทางอาญาและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เฉกเช่นเดียวกับผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติรายอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเข้าตามเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวทุกประการ</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zZDcyYjNmN2IxNjRiM2IyNjUyYjc0OGRlNTMzZGRmYS5qcGc=" alt="S__14893119.jpg"><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/GNC99mhm5</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/GNC99mhm5</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 13:36:19 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 13:20:57 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82NzMzZTlkYWE0YzRmYTg0ZmQ3MTE2MjY0MWI1YjIzOC5wbmc=</url><description>ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ &apos;ทักษิณ&apos; ยึดหลักเสมอภาค เป็นไปตามหลักเกณฑ์พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ๒๕๖๙ ตามกฎหมายทุกประการ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ชัชชาติ' ตั้งโต๊ะโต้ข้อกล่าวหาคดีเครื่องออกกำลังกาย ยันไม่เคยปล่อยผ่าน ประสาน ป.ป.ช. ฟันโทษอาญาเพิ่มเติม]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lN2RhYzQzMTZjOGI5MDQyMTcxNGRmOGNkNWFjOTJiNS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงกรณีคดีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของ กทม. ร่วมกับอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช และ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ หลังนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงผลสอบวินัยข้าราชการ กทม. และกรณีบทลงโทษตัดเงินเดือน 2% หรือประมาณ 600 บาท</p><p>ชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณ ส.ส.แบงค์ ที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็น เพราะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีการพูดถึงเรื่องทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะของ กทม. แต่เป็นปัญหาของประเทศไทยด้วย ดังนั้นจึงอยากให้สังคมติดตามประเด็นนี้ต่อเนื่องจนกระทั่งหลังการเลือกตั้ง ไม่ใช่พูดกันเฉพาะในช่วงการหาเสียง</p><p><strong>ยืนยันคดีเครื่องออกกำลังกายยังไม่จบ เดินต่อ 3 กระบวนการ</strong></p><p>ชัชชาติ ยืนยันว่า คดีนี้ยังไม่ถึงข้อยุติ และไม่ใช่การรอด “ยกแก๊ง” ตามที่มีการกล่าวหา โดยขณะนี้ยังมี 3 กระบวนการที่ต้องดำเนินต่อ</p><p>กระบวนการแรก คือการสอบวินัยของ กทม. ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ก.ก. สั่งให้ทบทวนผลการลงโทษใหม่แล้ว กระบวนการที่สอง คือการเรียกค่าเสียหายทางละเมิด ซึ่งยังไม่สิ้นสุด และกระบวนการที่สาม คือการตรวจสอบของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่ง กทม. ส่งเรื่องให้ดำเนินการตั้งแต่ช่วงแรกของคดี</p><p>ชัชชาติระบุว่า อำนาจสอบสวนของ กทม. อยู่ในกรอบวินัยราชการเป็นหลัก ขณะที่ ป.ป.ช. มีอำนาจตรวจสอบในวงกว้างและลึกกว่า โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การฮั้วประมูล หรือความเชื่อมโยงกับผู้รับเหมา จึงต้องให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบคู่ขนาน</p><p><strong>แจงลำดับสอบสวน เริ่มจาก 7 โครงการ ก่อนขยายผลต่อ</strong></p><p>สำหรับลำดับการดำเนินการ ชัชชาติกล่าวว่า เมื่อมีข้อมูลร้องเรียนและมีรายงานจากหน่วยงานตรวจสอบ ทาง กทม. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงใน 7 โครงการแรก ก่อนพบว่ามีมูล จึงตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงระดับผู้บริหารในระบบราชการ กทม.</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า เหตุที่เริ่มจาก 7 โครงการก่อน เพราะเป็นชุดข้อมูลแรกที่มีประเด็นชัดเจน แต่หากการสอบสวนพบว่ามีมูลหรือมีหลักฐานเพิ่มเติม ก็ต้องขยายผลไปยังโครงการอื่นทั้งหมด ไม่ใช่จำกัดเฉพาะ 7 โครงการ 17 โครงการ หรือ 24 โครงการเท่านั้น</p><p><strong>ปฏิเสธเห็นชอบโทษ 600 บาท ชี้เป็นเพียงการส่งเรื่องเข้ากรรมการใหญ่</strong></p><p>ชัชชาติชี้แจงว่า ภายหลังคณะกรรมการสอบสวนเสนอผลขึ้นมา ตนเห็นว่าโทษที่เสนอยังไม่รุนแรงพอ จึงให้กลับไปสอบสวนใหม่ให้ละเอียดขึ้น แต่เมื่อผลสอบกลับมายืนยันในแนวทางเดิม จึงให้ส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคณะกรรมการใหญ่ที่มีอำนาจพิจารณาโทษทางวินัยขั้นสุดท้าย</p><p>ชัชชาติย้ำว่า คำว่าเห็นชอบในขั้นตอนดังกล่าว ไม่ใช่การเห็นชอบกับบทลงโทษ 600 บาท แต่เป็นการเห็นชอบให้ส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาต่อ และขณะนี้คณะกรรมการดังกล่าวก็เห็นว่าผลสอบยังไม่เพียงพอ จึงมีมติให้สอบสวนเพิ่มเติม</p><p>“เมื่อผมมารู้เรื่องเงิน 600 บาท ผมไม่เคยเห็นชอบนะ ให้กลับไปสอบใหม่ด้วยซ้ำ พอสอบใหม่มาครั้งที่สอง มันกลับมาเหมือนเดิม ผมก็เลยให้เอาเรื่องเข้าคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะเขามีอำนาจสูงสุด” ชัชชาติกล่าว</p><p><strong>ใจอาจอยากไล่ออก แต่ผู้ว่าฯ สั่งเองไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย</strong></p><p>ชัชชาติกล่าวว่า การจะเข้าไปสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนลงโทษแบบใดแบบหนึ่งโดยตรง ทำไม่ได้ เพราะระบบราชการต้องมีคณะกรรมการและกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาและฝ่ายประชาชนที่ต้องการความโปร่งใส</p><p>“อยู่ดีๆ ผมจะไปสั่งให้ไล่ออกเลย ทั้งที่ใจอาจจะอยากไล่ออกนะ ก็ทำไม่ได้ เพราะมันมีกระบวนการที่ต้องมีกรรมการอยู่ ต้องดูทั้งสองฝั่ง ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝั่ง” ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติกล่าวอีกว่า ไม่ควรมองว่า กทม. อ่อนข้อหรือปล่อยผ่าน เพราะฝ่ายบริหารดำเนินการตามกรอบอำนาจที่มี และส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการที่มีอำนาจสูงกว่าเพื่อตรวจสอบต่อ อีกทั้งเรื่องการลงโทษตัดเงินเดือน 600 บาทก็ยังไม่ได้ข้อยุติ บทลงโทษสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้</p><p><strong>ทวิดาแจงตัดเงินเดือนเป็นขั้นตอนราชการ แต่คดียังไม่ยุติ</strong></p><p>ด้าน ทวิดา ชี้แจงในประเด็นนี้ต่อว่า การตัดเงินเดือนที่เกิดขึ้นเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนราชการ เมื่อมีผลสอบสวนเสนอขึ้นมา ผู้มีอำนาจต้องสั่งลงโทษไปก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุดแล้ว เพราะเมื่อเรื่องขึ้นสู่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงหลายส่วนที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้สอบสวนใหม่</p><p>“มันไม่ได้ยุตินะคะ การลงโทษต้องทำก่อนตามระบบราชการ แต่เมื่อเรื่องขึ้นมาถึงคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ยังมีหลายคำถามที่ต้องตอบ มีข้อเท็จจริงบางอย่างที่ยังไม่เคลียร์ จึงให้สอบสวนต่อ” ทวิดากล่าว</p><p>ทวิดาระบุว่า หากการสอบสวนเพิ่มเติมพบหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใหม่ คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจกำหนดโทษที่สูงขึ้นได้ ตั้งแต่ลดขั้นเงินเดือน ไปจนถึงปลดออกหรือไล่ออก หากพบว่ามีความผิดร้ายแรง</p><p><strong>ทวิดาชี้ ผู้ว่าฯ สั่งเร็ว ตั้งคณะกรรมการใน 1 สัปดาห์</strong></p><p>ทวิดา ระบุว่า ช่วงที่อดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติบริหาร กทม. ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบทุจริตตั้งแต่ต้น โดยเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ 7 โครงการ ก็สั่งให้นำเรื่องเข้าสู่ศูนย์ต่อต้านทุจริตของ กทม. และมีหน่วยงานตรวจสอบภายนอกเข้าร่วม ทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ บก.ปปป. และหลังจากได้รับเรื่องไม่นาน กทม. ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเร็วมากเมื่อเทียบกับระบบราชการทั่วไป โดยภายในช่วงเวลาประมาณครึ่งปี ก็มีผลการสอบสวนขั้นต้นเสนอขึ้นมา</p><p>“ถ้าถามว่าท่านผู้ว่าฯ ชนไหม ก็ต้องเรียกว่าชนนะคะ เพราะกระบวนการนี้จัดทำได้เร็วขึ้น และเป็นกระบวนการที่โปร่งใส” ทวิดากล่าว</p><p><strong>ส่ง ป.ป.ช. ตรวจคู่ขนาน หากชี้มูลหนักต้องลงโทษตามผล</strong></p><p>ชัชชาติกล่าวว่า กทม. ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบคู่ขนาน เพราะ ป.ป.ช. มีอำนาจมากกว่า กทม. ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การฮั้วประมูล และรายละเอียดที่เกินกรอบการสอบวินัยภายใน</p><p>เมื่อถูกถามว่าหาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร ชัชชาติกล่าวว่า หาก ป.ป.ช. พบหลักฐานที่หนักกว่า เช่น เส้นทางการเงินหรือการฮั้วประมูล ก็สามารถนำไปสู่โทษที่รุนแรงขึ้นได้ และที่ผ่านมาเคยมีหลายกรณีที่การสอบวินัยภายในอาจเห็นเป็นโทษไม่ร้ายแรง แต่เมื่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบเพิ่มเติมแล้ว พบความผิดร้ายแรง ก็ต้องดำเนินการตามผลของ ป.ป.ช.</p><p>“ถ้า ป.ป.ช. ไปสอบเส้นเงิน ไปสอบรายละเอียด แล้วชี้ว่าผิดหนัก ให้ไล่ออกก็ต้องไล่ออก เพราะคำสั่งของ ป.ป.ช. เป็นที่สุด ใหญ่สุด” ชัชชาติกล่าว</p><p><strong>ตอบปมล็อกสเปก-e-Bidding ต้องอุดช่องตั้งแต่ราคากลางและ TOR</strong></p><p>เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการล็อกสเปกหรือปัญหาในกระบวนการ e-Bidding ชัชชาติกล่าวว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีระบบตรวจสอบบางส่วนอยู่แล้ว เช่น การเปิดให้ร้องเรียน TOR หากเห็นว่ามีการล็อกสเปก แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การตั้งราคากลางและรายละเอียดโครงการที่ต้องเหมาะสม เพื่อลดช่องว่างการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า ในกรณีเครื่องออกกำลังกาย ปัญหาหนึ่งคือการกำหนดราคากลางทำได้ยาก เนื่องจากอุปกรณ์มีความหลากหลายด้านคุณสมบัติ แต่หลังเกิดกรณีนี้ กทม. ได้เห็นจุดอ่อนของกระบวนการ และนำไปสู่การปรับปรุงการเสนองบประมาณให้ละเอียดขึ้น ไม่สามารถเสนอข้อมูลแบบสั้นหรือไม่ครบถ้วนเหมือนเดิมได้</p><p><strong>ถอดบทเรียน 3 เรื่อง ปรับระบบกันทุจริตซ้ำ</strong></p><p>ชัชชาติระบุว่า จากกรณีนี้ ทำให้ กทม. ปรับปรุงระบบใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ </p><p>1. การทำงานร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบภายนอกให้เข้มข้นขึ้น ทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ บก.ปปป. </p><p>2. ปรับกระบวนการเสนองบประมาณให้มีรายละเอียดมากขึ้นตั้งแต่ต้นทาง </p><p>3. ปรับกระบวนการสอบสวนวินัยให้รัดกุม รวดเร็ว และตรวจสอบได้มากขึ้น</p><p>ชัชชาติย้ำว่า การลงโทษผู้กระทำผิดเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีกในอนาคต โดยเฉพาะการอุดช่องว่างในกระบวนการตั้งงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และการสอบสวนวินัย</p><p><strong>หากได้กลับมาทำงาน จะลุยต่อให้สุดซอย</strong></p><p>ชัชชาติกล่าวว่า หากได้รับโอกาสกลับมาทำงานอีกครั้ง จะเดินหน้าติดตามเรื่องนี้ต่อให้ถึงที่สุด เพราะกระบวนการยังไม่จบ ทั้งในส่วนของคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและ ป.ป.ช. รวมถึงต้องขยายผลไปยังโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง</p><p>“ก็ต้องลุยต่อ ต้องไปให้สุดซอย กระบวนการมันไปแล้ว คณะกรรมการให้สอบสวนใหม่ ป.ป.ช. ก็ยังเดินต่อ เราก็ต้องไปตามเรื่อง และต้องขยายผลไปให้ครบทุกโครงการ” ชัชชาติกล่าว</p><p><strong>ชี้คอร์รัปชันฝังรากลึก ต้องพูดให้ชัด ไม่เช่นนั้นไม่มีทางจบ</strong></p><p>ชัชชาติกล่าวถึงภาพรวมการต่อต้านทุจริตว่า เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกและแก้ได้ไม่ง่าย แต่ต้องพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา เพราะหากไม่พูดถึงปัญหานี้ ก็ไม่มีทางแก้ไขได้ และจะกลายเป็นภาระต่อคนรุ่นหลัง</p><p>“ทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่หนักที่สุด มันฝังรากลึก ยาวนานมาก เป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวของหลายฝ่าย ถ้าเราไม่พูดเรื่องนี้ มันก็ไม่มีทางจบ แล้วก็เป็นภาระกับลูกหลาน” ชัชชาติกล่าว</p><p><strong>รับผิดชอบในฐานะหัวหน้าทีม หากพบคนไม่สุจริตต้องให้ออก</strong></p><p>เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทีมงานของตนอาจไม่ใสซื่อ ชัชชาติกล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าทีม ตนขอรับผิดชอบทั้งหมด และหากพบว่ามีผู้ใดไม่สุจริต ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการอย่างชัดเจน</p><p>“ผมรับผิดชอบแทนทุกคน ผมเป็นหัวหน้าทีม ถ้ามีปัญหาผมรับผิดชอบ ถ้ามีคนไหนไม่บริสุทธิ์ ไม่ดี ผมก็ต้องให้ออก” ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า การตั้งโต๊ะชี้แจงครั้งนี้ไม่ใช่เพราะโกรธผู้ที่ตั้งคำถาม แต่เป็นโอกาสในการอธิบายข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจ พร้อมยืนยันว่าเรื่องความโปร่งใสควรเป็นวาระสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะระดับเมือง แต่ต้องเป็นวาระระดับประเทศ</p><p>“ผมไม่ได้โกรธเลยนะ ผมว่าขอบคุณเลย ทำให้เรามีโอกาสชี้แจง และปีนี้ผมว่าเป็นวาระของเรื่องความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่เราพูดเรื่องนี้กัน และต้องทำในระดับประเทศด้วย ไม่ใช่เฉพาะระดับเมือง” ชัชชาติกล่าว</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/L1TwIDwJQ</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/L1TwIDwJQ</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 08:57:01 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 08:52:04 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lN2RhYzQzMTZjOGI5MDQyMTcxNGRmOGNkNWFjOTJiNS5wbmc=</url><description>&apos;ชัชชาติ&apos; ตั้งโต๊ะแถลงโต้ข้อกล่าวหาคดีเครื่องออกกำลังกาย ยันไม่เคยปล่อยผ่าน ประสาน ป.ป.ช. ฟันโทษอาญาเพิ่มเติม ชี้เป้าเอาผิดถึงที่สุด ใช้บทเรียนคดีนี้ ยกระดับระบบจัดซื้อจัดจ้าง ให้โปร่งใสและรัดกุมยิ่งขึ้น</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' เป็นประธาน MOU วช.และมอ. เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80ZGY4ZDZlN2ZjNWQ2NGExZmE1NDY1NDYzNzQwYTU2NS5wbmc=/640/330" /></p><p>ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. อว. เป็นประธานในพิธีการลงนาม MOU ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ในระหว่างกิจกรรมการตรวจเยี่ยม "การขับเคลื่อนผลงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก" โดยในพิธี มี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. พร้อมนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เป็นมากกว่าความร่วมมือเชิงวิชาการ แต่คือ ‘หมุดหมายสำคัญ’ ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของกระทรวง อว. ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากงานวิจัย มาเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้จริง โดยกระทรวง อว. พร้อมให้การสนับสนุนทั้งในด้านนวัตกรรมและกลไกงบประมาณ เพื่อผลักดันให้การทำงานร่วมกันระหว่าง วช. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในครั้งนี้ เป็นการใช้ ‘วิทยาศาสตร์นำทาง’ เพื่อกอบกู้และฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการังให้กลับมาสมบูรณ์ เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ แต่คือการสร้าง ‘สมดุลใหม่’ ที่เชื่อมโยงความมั่งคั่งของเศรษฐกิจฐานราก เข้ากับความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล เพื่อให้ชุมชนชายฝั่งของเราเติบโตและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ตามแนวทางที่เราได้ตั้งเป้าหมายไว้</p><p>ด้าน ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช.พร้อมขานรับนโยบาย “MHESI Action Plan 2026–2030” โดยส่งเสริมการบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่ายในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและสร้างอนาคตประเทศไทยภายในปี 2030</p><p>สำหรับ ภายในพื้นที่มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ได้แก่ “นวัตกรรมฐานยึดเกาะตัวอ่อนปะการังสำหรับเพาะเลี้ยงและอนุบาลปะการังธรรมชาติ (Polyp Haven)” ผลิตจากวัสดุผสมพิเศษระหว่างอะราโกไนต์แคลเซียมคาร์บอเนตและพลาสติกชีวภาพ ช่วยในการยึดเกาะของตัวอ่อนและเร่งการเจริญเติบโตของปะการัง โดย ดร.ชุติพันธ์ เลิศวชิรไพบูลย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, “นวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูปะการังด้วยเทคนิคการทำชิ้นส่วนปะการังขนาดเล็ก” โดย รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งช่วยเร่งอัตราการเติบโตของปะการังและทำให้สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เร็วขึ้น และ “การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในแนวปะการังบริเวณเกาะแสมสารและเกาะข้างเคียง” โดย ดร.สุเมตต์ ปุจฉาการ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่รวบรวมองค์ความรู้ชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ทะเลในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/VAwARPaO3</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/VAwARPaO3</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 17:20:06 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 08:50:23 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80ZGY4ZDZlN2ZjNWQ2NGExZmE1NDY1NDYzNzQwYTU2NS5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; เป็นประธาน ในการลงนาม MOU วช. และ มอ. เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างการตรวจเยี่ยม &apos;การขับเคลื่อนผลงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก&apos;</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['แสวง' ย้ำ กกต. พร้อมเปิดพื้นที่ฟังความเห็นประชาชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม กรณีใช้คำหยาบคาย จะลองเปิดรับฟัง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mMzE1YWUzZmM0OWVhYmUyNDIxMTZlYzgyZTcyYTE4Mi5wbmc=/640/330" /></p><p>นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการปรับการทำงานให้มีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า แผนการทำงานมีอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นรากฐานขั้นต่ำของระบอบประชาธิปไตยที่ผู้จัดการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตาม แม้จะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ทุกคนก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนก็ต้องทำหน้าที่อย่างสุจริต บังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม</p><p>ส่วนการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของสำนักงาน กกต. นั้น นายแสวงย้ำว่า ส่วนตัวอยากเปิดให้ทุกคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น การติชมการทำงานตนเองก็ยินดี แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่กลับเป็นคำหยาบคาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะรับไว้พิจารณาและจะลองทนดู ไม่รู้ว่าจะทนได้มากแค่ไหน แต่ กกต. ก็พร้อมทำหน้าที่และพร้อมถูกตำหนิ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตย</p><p>สำหรับผลการตรวจสอบคำร้องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยอมรับว่าบางคำร้องมีแต่คำกล่าวหาและการพูดลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐาน ซึ่งถือเป็นความยากของกระบวนการสืบสวนสอบสวน จึงอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าหน่วยเลือกตั้ง เพื่อจะได้ช่วยเป็นพยานและเป็นหลักฐาน และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย</p><p>พร้อมกันนี้ยังย้ำว่า การเลือกตั้งเป็นของประชาชนทุกคน แต่หากไม่อยากมีภาระ เมื่อประชาชนเลือกตั้งเสร็จก็อาจจะอยู่แต่ที่บ้าน ทว่าในความเป็นจริง ประชาชนยังมีข้อสงสัยและมีการกล่าวหากัน จึงทำให้ลำบากในการหาหลักฐาน ดังนั้น ประชาชนจึงต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง เช่น การมาสังเกตการณ์ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อมาให้เห็นกับตา ซึ่งทาง กกต. ก็สนับสนุนและยินดีให้เข้ามาสังเกตการณ์เป็นอย่างยิ่ง</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/MiVaWjm3k</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/MiVaWjm3k</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 08:05:59 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 08:02:33 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mMzE1YWUzZmM0OWVhYmUyNDIxMTZlYzgyZTcyYTE4Mi5wbmc=</url><description>&apos;แสวง&apos; เลขาฯ กกต. ย้ำ กกต. พร้อมเปิดพื้นที่รับฟังความเห็นจากประชาชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม เผยที่ผ่านมาส่วนใหญ่ใช้คำหยาบคาย ยืนยันจะลองเปิดรับฟัง แต่ไม่รู้จะทนได้แค่ไหน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[เลขาฯ กกต. ให้คำมั่น 28 ปี กกต. มุ่งจัดการเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม พร้อมปรับองค์กรสู่ระบบดิจิทัลคุณภาพสูง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi81OWYzOTg0MWEzYzA5ODcyOWJiNzhhNTZlNzA4NGM4Yy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงผลงานในโอกาสวันสถาปนาสำนักงาน กกต. ครบรอบ 28 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ "การเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม" โดยนายแสวงระบุว่า วันนี้ไม่ได้มาเพื่อแถลงผลงาน แต่จะเป็นการให้คำมั่นสัญญาว่านับจากวันพรุ่งนี้ ประชาชนจะได้เห็นอะไรจาก กกต. ในภาพรวมที่จะเกิดขึ้นในระบบการเมืองไทยและการเลือกตั้งในอนาคต</p><p>ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของประชาชนไม่ได้อยู่ที่การจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเลือกตั้งที่โปร่งใส รวดเร็ว ประชาชนสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล และสามารถตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างแท้จริง ดังนั้น กกต. ตระหนักดีว่าความสำเร็จขององค์กรในอนาคตไม่ได้วัดกันเพียงการเลือกตั้งที่จัดให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา แต่วัดจากความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้งและระบบประชาธิปไตยโดยรวม</p><p>ในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น รวมทั้งมีการจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมกับการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ไม่ใช่เพียงกระบวนการตามกฎหมาย แต่เป็นกระบวนการสำคัญของการแสดงออกซึ่งเจตจำนงของประชาชน และจะเป็นกลไกที่สะท้อนถึงคุณภาพของประชาธิปไตยในสังคม การปฏิบัติภารกิจของสำนักงาน กกต. จึงมุ่งมั่นดำเนินการบนหลักการ "28 ปี กกต. การเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม" เพื่อสะท้อนการทำงานของ กกต. อย่างแท้จริง</p><p>สำหรับก้าวต่อไปของสำนักงาน กกต. มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงภายใต้กรอบกฎหมาย ไปพร้อมกับการพัฒนาองค์กรทุกด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมการเมืองของประชาชน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนความคาดหวังของประชาชน ดังนั้น สำนักงาน กกต. จึงต้องปรับบทบาทจาก "ผู้จัดการเลือกตั้ง" ไปสู่ "องค์กรขับเคลื่อนความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตย" ที่สามารถสร้างความไว้วางใจจากประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ยึดหลักสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม ด้วยการยกระดับการเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้การบริหารจัดการเลือกตั้งมีความถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดขั้นตอน ลดความผิดพลาด และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของ กกต. ได้ทุกที่ ทุกเวลา</p><p>นอกจากนี้ จะเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น สื่อสารกับประชาชนมากขึ้น และรับฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น โดยจะพัฒนาระบบข้อมูลสาธารณะให้เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและพัฒนากระบวนการเลือกตั้งร่วมกัน พัฒนาระบบดูแลการเมืองให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสืบสวนสอบสวน การตรวจสอบค่าใช้จ่ายทางการเมือง รวมทั้งการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย พร้อมสร้างพลเมืองประชาธิปไตยยุคใหม่ ส่งเสริมหน้าที่พลเมืองทุกช่วงวัย และปรับองค์กรไปสู่องค์กรดิจิทัลคุณภาพสูง ลดความซ้ำซ้อน นำระบบบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้</p><p>นายแสวงยืนยันเจตนารมณ์ของสำนักงาน กกต. ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน และปรับตัวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่ทันสมัย ใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้งและการทำงานของ กกต. ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/rr1grJkdE</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/rr1grJkdE</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 08:30:10 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 07:57:42 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi81OWYzOTg0MWEzYzA5ODcyOWJiNzhhNTZlNzA4NGM4Yy5wbmc=</url><description>&apos;แสวง&apos; เลขาฯ กกต. ให้คำมั่น โอกาสสถาปนา กกต. ครบ 28 ปี มุ่งจัดการเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม พร้อมเปิดข้อมูล-รับฟังเสียงประชาชนมากขึ้น และปรับองค์กรสู่ระบบดิจิทัลคุณภาพสูง ลดความซ้ำซ้อน นำระบบบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['สุริยะ' มอบ 'สรวุฒิ' เตรียมพร้อมรับมือทุเรียนใต้ หลังตะวันออกประสบความสำเร็จ มั่นใจปีนี้ถึงเป้า 150,000 ล้าน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83M2E3NmUwODQ0MDJjYmRlNzJjM2I5YTdiNDcwZjYyNy5wbmc=/640/330" /></p><p>นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อม นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร (ศวพ.) ระนอง เพื่อติดตามผลการดำเนินมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังสินค้าเกษตรในพื้นที่ ให้เป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังสั่งการกรมวิชาการเกษตรเตรียมความพร้อมฤดูกาลผลิตทุเรียนภาคใต้ หลังทุเรียนตะวันออกประสบความสำเร็จ มั่นใจไทยยังคงเป็นเบอร์หนึ่งของทุเรียนโลก โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งเป้าส่งออกทุเรียน 150,000 ล้านบาท</p><p>นายสรวุฒิ กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีทองของทุเรียนไทย สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าไทยยังคงเป็นผู้ผลิตทุเรียนอันดับหนึ่งของโลก โดยภาครัฐจะเดินหน้ารักษาคุณภาพสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก พร้อมติดตามประเมินสถานการณ์ทางการค้าอย่างใกล้ชิด และเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดตลาดใหม่ ๆ รองรับสินค้าเกษตรไทยที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน”</p><p>ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก กรมวิชาการเกษตรได้เดินหน้าคุมเข้มคุณภาพทุเรียนไทยช่วงต้นฤดูผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยทุเรียนภาคตะวันออกประสบความสำเร็จ สถิติการส่งออกทุเรียนผลสดไปจีน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 5 มิถุนายน 2569&nbsp;สามารถส่งออกได้ถึง 38,851 ชิปเมนต์ ปริมาณ 631,101.93 ตัน มูลค่า 72,760.27 ล้านบาท สถิติการส่งออกทุเรียนผลสดทั้งประเทศไปจีน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 5 มิถุนายน 2569&nbsp;45,858 ชิปเมนต์ ปริมาณ 744,901.98 ตัน มูลค่า 85,552.54 ล้านบาท</p><p>สำหรับ<strong>ทุเรียนภาคใต้ กรมวิชาการเกษตรยังเดินหน้าต่อเนื่องโดยเน้นย้ำมาตรการ “4 ไม่” ได้แก่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสารตกค้าง เพื่อป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด</strong> โดยจะจัดประชุมผู้ประกอบการ ผู้รวบรวม และผู้ส่งออก เน้นยำแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการตัดทุเรียนแก่ตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ</p><p>ทั้งนี้ หากตรวจพบการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ “ทุเรียนไทยคุณภาพ” อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/7sc9yYiTw</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/7sc9yYiTw</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 08:40:25 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 07:19:32 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83M2E3NmUwODQ0MDJjYmRlNzJjM2I5YTdiNDcwZjYyNy5wbmc=</url><description>รับปีทองทุเรียนไทย &apos;สุริยะ&apos; มอบ &apos;สรวุฒิ&apos; เตรียมพร้อมรับมือทุเรียนใต้ หลังตะวันออกประสบความสำเร็จ เตรียมเปิดตลาดทุเรียนพรีเมียมสู่อินเดีย มั่นใจปีนี้ถึงเป้า 150,000 ล้าน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[สมาคมลูกจ้างส่วนราชการฯ ยื่นร่าง พ.ร.บ. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลฯ ต่อสภาฯ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80N2RmOWMwMGNjODg2ZGEwYTljZjkxM2RkMjAxNGU1ZS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รับการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้ได้รับบำเหน็จรายเดือนและผู้ได้รับบำเหน็จพิเศษรายเดือน พ.ศ. .... พร้อมเอกสารลายมือชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 13,983 รายชื่อ จากนายวิชาญ ชัยชมภู นายกสมาคมลูกจ้างส่วนราชการและผู้รับบำเหน็จรายเดือน พร้อมคณะ</p><p>นายวิชาญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 ไม่ได้บังคับใช้ครอบคลุมถึงผู้ได้รับบำเหน็จรายเดือน นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำที่ลูกจ้างประจำได้รับสิทธิประโยชน์หลังเกษียณน้อยกว่าข้าราชการ โดยเฉพาะการไม่มีสิทธิค่ารักษาพยาบาล การได้รับเงินตกทอดกรณีเสียชีวิตเพียง 15 เท่า ในขณะที่ข้าราชการได้รับถึง 30 เท่า รวมถึงการไม่มีเงินบำเหน็จดำรงชีพก้อนแรก จนทำให้ต้องนำบำเหน็จไปค้ำประกันเงินกู้และแบกรับภาระดอกเบี้ยเอง ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมและองค์กรต่าง ๆ ของลูกจ้างได้ยื่นข้อเรียกร้องอย่างสันติวิธีมานานกว่า 17 ปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับบำเหน็จรายเดือนทั้งรายเก่าและรายใหม่รวมกว่า 139,000 คน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการตรากฎหมายฉบับนี้จะไม่เป็นภาระงบประมาณระยะยาว เนื่องจากภาครัฐได้ยกเลิกการบรรจุลูกจ้างประจำเพิ่มตั้งแต่ช่วงปี 2540 ถึง 2542 ทำให้อัตรากำลังและงบประมาณส่วนนี้มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง การผลักดันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และคืนสิทธิความคุ้มครองที่เท่าเทียมให้แก่ผู้ปฏิบัติงานสนับสนุนภาครัฐในวัยหลังเกษียณ</p><p>ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองฯ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่อทั้งหมด ก่อนเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ซึ่งหากร่างกฎหมายดังกล่าวมีความถูกต้องครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะเข้าสู่กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในขั้นตอนต่อไป</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/KQV1Q-H4U</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/KQV1Q-H4U</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 07:19:30 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 05:51:37 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80N2RmOWMwMGNjODg2ZGEwYTljZjkxM2RkMjAxNGU1ZS5wbmc=</url><description>สมาคมลูกจ้างส่วนราชการและผู้รับบำเหน็จรายเดือน ยื่นร่าง พ.ร.บ. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลฯ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอทบทวนสิทธิค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการหลังเกษียณ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ภิญโญ' เชียร์ 'อนุทิน' ยกเลิกใช้ภาษีลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่คัดกรองบัตรคนจน มองคลังหวังกดตัวเลขบัตรสวัสดิการสร้างภาพ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yZTcxZWU1ZmYwNmViNWI5MjUzNmY5YmIwNGM0MzU2OC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;สั่งยกเลิกหลักเกณฑ์ใช้มาตรการภาษี ลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ เป็นเกณฑ์การกลั่นกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวสร้างความสับสนให้ประชาชนอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบกับประชาชนหลายล้านคนและบุตร-ธิดา ต้องกลายมาเป็นคนเนรคุณกับบิดา-มารดา ทั้งๆที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเช่นนี้&nbsp;</p><p>นายภิญโญ กล่าวด้วยว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดมาจาก กรณีที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ต้องการกดตัวเลขคนลง เพราะในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เคยมีการลงทะเบียนบัตรคนจนสูงถึง 22 ล้านคน แต่ในสมัยรัฐบาลอนุทิน ด้วยหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดมา ส่งผลให้จำนวนคนที่มาลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลดลงมาเหลือเพียง 13.4 ล้านคน เพราะหลายครอบครัวกังวลว่าการไปลงทะเบียนจะกระทบกับคนในครอบครัว เลยเลือกไม่ลงทะเบียนดีกว่า เพราะต้องการปกป้องความสัมพันธ์ในครอบครัวมากกว่ารับเงินจากโครงการรัฐ</p><p>“ที่เป็นเช่นนี้เพราะ “รัฐบาลรวยไม่ไหว”แล้วมองไม่เห็นหัวคนจน มองว่าคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นภาระของงบประมาณประเทศ ดังนั้นมาตรการที่ออกมาจึงเป็นมาตรการที่กีดกันคนจนและมีเป้าหมายหวังลดภาระงบประมาณที่รัฐบาลต้องดูแลพี่น้องประชาชน คนที่เป็นรัฐบาลคิดเช่นนี้ไม่ได้เพราะเงินงบประมาณที่ใช้จ่ายในรัฐบาลล้วนเป็นภาษีที่มาจากประชาชน การดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความสุขเป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลจะมองว่าคนมาลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นภาระของงบประมาณไม่ได้”นายภิญโญ กล่าว</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/efO4iv3OU</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/efO4iv3OU</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 05:48:10 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 05:28:21 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yZTcxZWU1ZmYwNmViNWI5MjUzNmY5YmIwNGM0MzU2OC5wbmc=</url><description>&apos;ภิญโญ&apos; เชียร์ &apos;อนุทิน&apos; ยกเลิกหลักเกณฑ์ใช้มาตรการภาษี ลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ เป็นกลั่นกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) มองคลังหวังกดตัวเลขบัตรสวัสดิการหวังสร้างภาพว่ารัฐบาลนี้คนจนลดลง</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ไทย–เวียดนามแน่นแฟ้น นายกฯ 2 ประเทศนำทีมคณะใหญ่หารือรอบด้าน เร่งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาร่วมกัน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lNDhjOGI3ZGNiNWIwZmFlYTEyNzQ2MDc5ODYxZDkwMy5wbmc=/640/330" /></p><p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ในโอกาสเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 โดยนายเล มิญ ฮึง (H.E. Mr. Le Minh Hung) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น สาระสำคัญของการหารือเต็มคณะ มีดังนี้</p><p>นายกรัฐมนตรี ขอบคุณต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่นพร้อมเน้นย้ำว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการเยือนเวียดนามในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก และเป็นการเยือนในช่วงปีแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 50 ปี ตลอดจนเป็นโอกาสในการต่อยอดผลสำเร็จจากการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีโต เลิม และร่วมกันกำหนดทิศทางการนำความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างสองประเทศไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผสานจุดแข็งของทั้งไทยกับเวียดนามเข้าด้วยกัน เพื่อให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p><p>คณะผู้แทนไทยที่ร่วมเดินทาง ครั้งนี้มาจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ การคลัง พาณิชย์ กลาโหม การท่องเที่ยวและกีฬา พลังงาน และอุตสาหกรรม ตลอดจนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้แก่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมคณะด้วย</p><p>ในขณะที่ทางเวียดนามเองก็มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทางด้านกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ การคลัง การท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงรัฐมนตรีด้านวัฒนธรรม ซึ่งทำให้การหารือกันครั้งนี้เปรียบเสมือนการประชุมที่สำคัญระหว่างคณะรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองประเทศ ต่างเห็นถึงความสำคัญของกันและกันรวมถึงมีความมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือให้ใกล้ชิดในทุกด้าน</p><p>นอกจากนี้ทางด้านนายกรัฐมนตรีเวียดนามยัง เห็นพ้องที่จะให้กระชับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดโดยให้มีการหารือในระดับทั้งรัฐบาลและในระดับคณะกรรมการและกลไกต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ</p><p>ทั้งสองฝ่ายยังหารือร่วมกัน ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้</p><p>1. ในด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่ ทั้งการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย–เวียดนาม (JCBC) ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ และการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat: JCR) เพื่อขับเคลื่อนผลการหารือสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดยหวังว่าจะมีการประชุมดังกล่าวในสิ้นปีนี้โดยมีไทยเป็นเจ้าภาพ</p><p>2. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันกระชับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนโดยต่างมุ่งหมายที่จะผลักดันมูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศให้ทะลุ 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมมุ่งยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ Three Connects ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ให้ใกล้ชิดและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพของทั้งสองประเทศ</p><p>รวมทั้งไทยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการค้าในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือภาคการธนาคารด้วย</p><p>สำหรับอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนต่างๆ ที่เอกชนไทยได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ทางเวียดนามพร้อมรับไปดูแลและอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น</p><p>3. ส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนต่อประชาชน โดยประชาชนของทั้งสองประเทศต่างชื่นชอบในวัฒนธรรมรวมถึงอาหารซึ่งกันและกัน โดยความสัมพันธ์ในระดับประชาชนนี้จะเป็นมาตรฐานของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศในทุกๆด้าน</p><p>4. ความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทยและเวียดนามเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ผ่านกลไกคณะกรรมการด้านความมั่นคง โดยมุ่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล</p><p>5. ความร่วมมือระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีเวียดนามชื่นชมไทยที่ผลักดันสันติภาพที่เกิดขึ้นในเมียนมา และใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขความขัดแย้ง พร้อมเห็นพ้องกับไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งการคมนาคม และความร่วมมือในลุ่มน้ำโขง รวมถึงร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้กับอาเซียน และสร้างอาเซียนให้มีความเป็นเอกภาพสามารถต่อรองในเวทีระดับโลกได้</p><p>ในช่วงหนึ่งของการหารือ นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังได้กล่าวขอบคุณไทยที่ได้ส่งมอบนกกระเรียนให้แล้ว 6 ตัว จังหวัด ดงทับ ของเวียดนาม และอยู่ระหว่างการส่งมอบเพิ่มเติมอีก 6 ตัว เพื่อใช้ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ในพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรียินดีเป็นอย่างยิ่ง กล่าวตอบว่า หากเวียดนามมีความประสงค์จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม ก็ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ถือเป็นสัญลักษณ์มิตรภาพระหว่างไทยและเวียดนามโดยความรู้ร่วมมือของภาคเอกชนไทย</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/D0ciHfur3</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/D0ciHfur3</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 05:26:23 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 04:46:32 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lNDhjOGI3ZGNiNWIwZmFlYTEyNzQ2MDc5ODYxZDkwMy5wbmc=</url><description>ไทย–เวียดนามแน่นแฟ้น นายกฯ สองประเทศนำทีมคณะใหญ่หารือรอบด้าน เร่งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาร่วมกัน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ธีรรัตน์' แจงปม อดีต สส. พาดพิงผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ยันไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ดัน 'ทีม ส.ก.Life ลงตัว' ทำการเมืองสร้างสรรค์]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lZjhkMzMyZTMxNmRkMjFmZDhhMTY5ODMwNWI5OTU0ZS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานภาคกรุงเทพมหานคร (กทม.) ชี้แจงข้อเท็จจริง<strong>กรณีที่มีอดีต สส.กทม. ของพรรคบางราย แสดงท่าทีพาดพิงถึงผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยยืนยันว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นและการตัดสินใจในนามส่วนบุคคล</strong></p><p>ทั้งนี้ จากการสื่อสารต่อสาธารณะของผู้บริหารพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา ได้มีการระบุอย่างชัดเจนแล้วว่า ความคิดเห็นหรือการดำเนินการในประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่ใช่มติหรือท่าทีในนามพรรคเพื่อไทยโดยรวม แม้บุคคลดังกล่าวจะเป็นสมาชิกพรรค แต่ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกหรือผู้สนับสนุนพรรคทุกคนจะต้องมีมุมมองที่สอดคล้องกันในทุกประเด็น</p><p>ในส่วนของกลุ่มผู้สมัคร ส.ก. "เพื่อไทย Life ลงตัว" ขอยืนยันว่า ทางกลุ่มไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นหรือข้อขัดแย้งใดๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ที่ผ่านมา ทางตัวแทนกลุ่มผู้สมัคร ส.ก. ได้พยายามติดต่อไปยังอดีต สส.กทม. รายดังกล่าวเพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงและเหตุผลเบื้องหลัง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้</p><p>ทางกลุ่มผู้สมัคร ส.ก. จึงต้องการส่งผ่านความชัดเจนไปยังสาธารณชนว่า การเคลื่อนไหวของอดีต สส. ท่านนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม "เพื่อไทย Life ลงตัว" แต่อย่างใด เนื่องจากแนวทางหลักของกลุ่มคือการมุ่งเน้นการทำงานในพื้นที่ เสนอแนะ ตรวจสอบ และสนับสนุนการทำงานของฝ่ายบริหาร กทม. เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยหลีกเลี่ยงการทำการเมืองท้องถิ่นในลักษณะโจมตีบุคคลอื่น</p><p>จุดยืนที่สำคัญของเราคือ การเคารพการทำงานของทุกฝ่าย และเชื่อมั่นว่าทุกประเด็นข้อสงสัยควรดำเนินไปตามข้อเท็จจริง ภายใต้กรอบของกฎหมายและกระบวนการที่เหมาะสม</p><p>และทาง สก.ในนามกลุ่ม "เพื่อไทย Life ลงตัว" ยืนยันกับตนว่า จะขอใช้เวลาและทรัพยากรทั้งหมดที่มี ไปกับการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและขับเคลื่อนการเมืองที่สร้างสรรค์ เราไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมือง แต่มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพื่อสร้างผลลัพธ์และการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/VZGY_QR6x</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/VZGY_QR6x</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 04:27:17 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 03:57:24 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lZjhkMzMyZTMxNmRkMjFmZDhhMTY5ODMwNWI5OTU0ZS5wbmc=</url><description>รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยัน ปม อดีต สส. พาดพิง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคโดยสิ้นเชิง ดัน &apos;ทีม ส.ก.Life ลงตัว&apos; ทำการเมืองสร้างสรรค์ โปร่งใส ไม่สร้างศัตรู และไม่เป็นส่วนหนึ่งในความขัดแย้งในทุกกรณี</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ณัฐธิดา' สส.เพื่อไทย กาง 4 มิติ ปฏิรูประบบเตือนภัยน้ำไทย จี้รัฐสร้าง Single Command ยกระดับเตือนภัย 24 ชั่วโมง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zOGI4ODA0NmVjZTUyZWNjNWYzMTE5OTkzN2E1YzRkMy5wbmc=/640/330" /></p><p>ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (9 มิถุนายน 2569) ว่า ระบบเตือนภัยน้ำไทย: ในวันที่น้ำมาถึงหน้าบ้าน เราอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้?</p><p>"น้ำมาแล้ว" คำสั้นๆ ที่เป็นทั้งคำเตือนและฝันร้ายที่คนไทยได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับจากอุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 ที่ฝากความเสียหายไว้มหาศาล มาถึงปี 2567 ที่ภาคเกษตรกรรมต้องแบกรับความบอบช้ำอีกกว่าสี่หมื่นล้านบาท คำถามสำคัญที่ทรายอยากชวนทุกคนคิดคือ ทุกครั้งที่น้ำมาถึงหน้าบ้าน เรารู้ล่วงหน้าเร็วพอที่จะพาคนที่รักและทรัพย์สินหนีทันจริงๆ ไหม</p><p>เมื่อหันมามองความจริง ประเทศไทยมีหน่วยงานดูแลเรื่องน้ำไม่น้อยกว่า 20 หน่วยงาน แต่ปัญหาวิกฤตคือภาวะ "ต่างคนต่างทำ" และการขาดเอกภาพในการบูรณาการและสั่งการ ยิ่งสะท้อนชัดจากบทเรียนน้ำท่วมภาคใต้เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ที่ขาดศูนย์บัญชาการ Single Command ขาดการบริหารจัดการที่ชัดเจน รวมถึงข้อมูลที่ไม่เหมือนกันตามแต่หน่วยงาน จนทำให้การบริหารสั่งการเป็นไปได้ยากและเกิดความสับสน </p><p>โลกภายนอกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าระบบที่ดีกว่านี้มีอยู่จริง ประเทศผู้นำด้านการเตือนภัยและการจัดการน้ำอย่างญี่ปุ่นมีระบบ J-Alert ส่งข้อมูลดาวเทียมตรงถึงมือถือและลำโพงสาธารณะในไม่กี่วินาที แถมแม่นยำจนเตือนภัยล่วงหน้าได้เฉลี่ยถึง 33 ชั่วโมง ซึ่งเป็น 'เวลาซื้อชีวิต' ให้คนมีเวลาเก็บของและตั้งสติก่อนภัยมา ส่วนเนเธอร์แลนด์ก็เปลี่ยนวิธีคิดจากการสร้างกำแพงกั้นน้ำ มาเป็นโครงการ Room for the River ปรับผังเมืองคืนพื้นที่ให้แม่น้ำไหลผ่านจุดที่กำหนดโดยไม่ทำลายบ้านเรือน เพราะเขารู้ว่าระบบเตือนภัยที่ดีต้องเดินคู่ไปกับการวางผังเมืองด้วย</p><p>ขณะที่บังกลาเทศหยิบยื่นบทเรียนราคาแพงให้เราเห็นว่าความรวดเร็วไม่ได้ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินเสมอไป ประเทศของเขาเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่กลับลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วยการใช้ระบบเครือข่ายอาสาสมัครระดับหมู่บ้าน เดินเท้าเข้าไปแจ้งข่าวและแปรข้อมูลให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงในชุมชน บังกลาเทศทำให้เห็นว่าแม้ไม่ใช่ประเทศร่ำรวย แต่ถ้าระบบสื่อสารลงไปถึงมือประชาชนจริงๆ เราก็รักษาชีวิตคนไว้ได้</p><p>หากไทยอยากเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเตือนภัยที่พึ่งพาได้ ทรายมองว่าเราต้องขับเคลื่อน 4 มิติไปพร้อมกัน เริ่มจาก</p><p>1. การสร้างเอกภาพในการบัญชาการ (Single Command) เพื่อลดความสับสน ตั้งแต่การบูรณาการข้อมูลของทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ให้อยู่บนพื้นฐานข้อมูลเดียวกัน มีแผนงานและการสื่อสารที่ชัดเจนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วย รวมถึงประชาชนมีความเข้าใจที่ตรงกัน </p><p>2. มีการซ้อมและทบทวนแผนอยู่เสมอ เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ รวมถึงระดมทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อรองรับการดำเนินงานได้อย่างทันท่วงที</p><p>3. การยกระดับเทคโนโลยีพยากรณ์ลุ่มน้ำอัจฉริยะเพื่อซื้อเวลาล่วงหน้าให้ได้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ขยายการเตือนภัยผ่านอาสาสมัครและหอเตือนภัยในพื้นที่อับสัญญาณ </p><p>4. การสำรวจและเตรียมรับมือที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น การเตรียมขุดลอก ทลายสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการจัดสรรงบให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น บางพื้นที่มีความเสี่ยงเรื่องตลิ่งควรได้รับการจัดสรรงบทำตลิ่ง มากกว่าพื้นที่อื่น และมากกว่าด้านอื่นไม่ใช่จัดตาม% โดยไม่สนใจความจำเป็นเร่งด่วน</p><p>ถ้าเรากล้าเปลี่ยนโครงสร้างเหล่านี้ สิ่งที่ประชาชนจะได้กลับมาไม่ใช่แค่ตัวเลขความสูญเสียที่ลดลง แต่คือความมั่นใจในชีวิต พี่น้องเกษตรกรจะกล้าทำมาหากินโดยไม่ต้องหวาดระแวง มีแผนที่เสี่ยงภัยที่เป็นข้อมูลสาธารณะให้ทุกคนเข้าถึงเพื่อวางแผนชีวิตตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ทุกครอบครัวจะมีเวลาล่วงหน้า มากพอที่จะอพยพตนเอง ผู้เปราะบางและลูกหลานออกไปได้อย่างปลอดภัย</p><p>ทุกปีที่น้ำมา ทรายมักได้ยินพี่น้องที่อยู่ติดลุ่มแม่น้ำต้องอยู่ภายใต้ความเสี่ยงไม่รู้ตลิ่งจะพังเมื่อไหร่ คำพูดนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของการจัดการน้ำและการเตือนภัยโดยนำข้อมูลน้ำมาใช้จริง</p><p>สิ่งที่ประเทศเราขาดในตอนนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีและไม่ใช่งบประมาณทั้งหมด แต่คือความตั้งใจจริงของผู้บริหารประเทศที่จะเลือกความปลอดภัยของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง และการบูรณาการทุกหน่วยงาน ทรายพร้อมจะผลักดันเรื่องนี้ต่อ และหากคุณอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจริง มาร่วมส่งเสียงและแชร์เรื่องราวนี้ไปด้วยกันค่ะ</p><div class="facebook" ></div><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/RDN3qSSWB</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/RDN3qSSWB</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 05:22:40 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 03:14:25 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zOGI4ODA0NmVjZTUyZWNjNWYzMTE5OTkzN2E1YzRkMy5wbmc=</url><description>&apos;ณัฐธิดา&apos; สส.เพื่อไทย ถอดบทเรียนน้ำท่วม กาง 4 มิติ ปฏิรูประบบเตือนภัยน้ำไทย จี้รัฐสร้าง Single Command ลดความสับสน บูรณาการข้อมูล ยกระดับระบบเตือนภัย 24 ชั่วโมง</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[เกิดเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติภารกิจคุ้มครองครู-นักเรียนในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85NjczNzU4ZDg5MjVkMDA2ZTNkOTBhZDAxZjI4MzVlNC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 08.35 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ลอบวางระเบิดบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านปูลัย หมู่ที่ 6 ตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ขณะที่กำลังพลจากหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา 12 กำลังปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยและคุ้มครองครู นักเรียน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย</p><p>จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 นาย ได้แก่</p><p>    1.  ส.ต.อ.ศีลวัตร ชัยโรจน์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย</p><p>    2.  ส.ต.อ.จิตติน หาสนำ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย</p><p>    3.  ส.ต.อ.ชัยภัทร พรหมอินทร์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย</p><p>ขณะที่ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายสะการียา ลาโฮะยา ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและหัวเข่า มีบาดแผลถลอกและอาการฟกช้ำจากแรงระเบิด โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามัน จังหวัดยะลา และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด</p><p>การก่อเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่ครูและนักเรียน ซึ่งถือเป็นกลุ่มบุคคลสำคัญของสังคมและเป็นอนาคตของชาติ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของผู้ก่อเหตุในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงและบั่นทอนบรรยากาศความปลอดภัยในพื้นที่ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์และภาคการศึกษา</p><p>ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนอย่างเต็มกำลัง โดยหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป</p><p>ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9kNjk5MmI5ZGNiNzdjNmY3YTFmMzM0ZGU3Y2EyYmNhOC5qcGc=" alt="719209675_1615406893919203_6602211417209496573_n.jpg"><p>ที่มา : กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/F8BCdIHdp</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/F8BCdIHdp</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 07:18:22 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 02:55:20 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85NjczNzU4ZDg5MjVkMDA2ZTNkOTBhZDAxZjI4MzVlNC5wbmc=</url><description>ผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ ระหว่างปฏิบัติภารกิจคุ้มครองครูและนักเรียนในพื้นที่ ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลชวนใช้สิทธิ 'ไทยช่วยไทย พลัส 60/40' ผ่าน 4 แพลตฟอร์มเดลิเวอรี เริ่ม 15 มิ.ย. นี้ ลดค่าอาหาร–ค่าส่ง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNS9lZDZlZmJmNzllY2I1YzNkMmI3MzU3OTRhMzlhYmNkNy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 9 มิถุนายน 2569 'ลลิดา เพริศวิวัฒนา' รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจบริการทั่วประเทศ โดยขยายการใช้สิทธิผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีบน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิของภาครัฐได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ</p><p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า ภายใต้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ประชาชนจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ในช่วงเวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวัน ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยเลือกใช้บริการจากแพลตฟอร์ม ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้น ลดภาระค่าครองชีพ และทำให้เม็ดเงินจากมาตรการของรัฐบาลหมุนเวียนสู่ร้านอาหารและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า การขยายสิทธิประโยชน์สู่บริการเดลิเวอรีครั้งนี้ เป็นการตอบโจทย์วิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ผู้สูงอายุ ผู้ปกครองที่ดูแลบุตรหลาน และผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางออกไปใช้จ่ายนอกบ้าน ให้สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างโอกาสให้ร้านอาหารรายย่อยทั่วประเทศเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์</p><p>สำหรับ ShopeeFood ผู้ใช้สิทธิจะได้รับส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 60% จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมสิทธิ จัดส่งฟรีโดยไม่มีขั้นต่ำ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าอาหารและค่าจัดส่งในคราวเดียว</p><p>ด้าน LINE MAN ได้รวบรวมร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการจำนวนมากทั่วประเทศ พร้อมมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม โดยผู้ใช้สามารถใส่โค้ด LMPLUS เพื่อรับส่วนลดสะสมรวมสูงสุด 5,000 บาท ตลอดโครงการ และรับสิทธิ ส่งฟรีระยะทางสูงสุด 5 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการสั่งอาหารผ่านระบบเดลิเวอรี</p><p>ขณะที่ GrabFood จัดแคมเปญสนับสนุนผู้ใช้สิทธิไทยช่วยไทย พลัส ด้วยส่วนลดค่าอาหารผ่านโค้ด GRAB สูงสุด 100 บาทต่อรายการ พร้อมสิทธิ รับเงินคืนสะสมสูงสุด 12,000 บาท ตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม และบริการ ส่งฟรี Grab Saver สูงสุด 5 กิโลเมตร เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความคุ้มค่าให้กับประชาชน</p><p>ส่วน Robinhood มอบสิทธิประโยชน์ทั้งด้านส่วนลดค่าอาหารและค่าจัดส่ง โดยผู้ใช้สามารถรับส่วนลด 50% สูงสุด 100 บาทต่อรายการ จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการจัดส่งตามเงื่อนไขที่กำหนด ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารคุณภาพในราคาที่ประหยัดมากขึ้น</p><p>รองโฆษกฯ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีทั้ง 4 ราย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยขยายช่องทางการขายให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยทั่วประเทศ สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และส่งเสริมการจ้างงานในระดับชุมชน</p><p>“รัฐบาลมุ่งหวังให้โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นกลไกสำคัญในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ผ่านการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ร้านค้า ชุมชน และเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง อันจะนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน” รองโฆษกฯ </p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/IgvUowpVX</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/IgvUowpVX</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Tue, 09 Jun 2026 02:33:00 +0000</updated><pubDate>Tue, 09 Jun 2026 02:12:03 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNS9lZDZlZmJmNzllY2I1YzNkMmI3MzU3OTRhMzlhYmNkNy5wbmc=</url><description>รัฐบาลชวนใช้สิทธิ &apos;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&apos; ผ่าน 4 แพลตฟอร์มเดลิเวอรี เริ่ม 15 มิ.ย. นี้ ลดค่าอาหาร–ค่าส่ง ช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย กระตุ้นร้านอาหารทั่วประเทศ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รมว.นิกร นำทีม พม. ลงพื้นที่รับฟังเสียงชาวใต้ พัทลุง-สงขลา หนุน นโยบาย 8 ด้าน มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zMjYxNGRhZjU4YmM0NTlkMDE0Y2UxMjc5YTVkNTViMy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง ณ นิคมสร้างตนเองควนขนุน ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง เพื่อเปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย “สร้างสังคมดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่จังหวัดพัทลุง พร้อมพบปะพูดคุยกับสมาชิกนิคมฯ และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเครือข่ายท้องถิ่น และทีมหน่วยงาน พม.หนึ่งเดียวจังหวัดพัทลุง นอกจากนี้ เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้านิคมลานข่อย พร้อมสาธิตการทอผ้าลายดอกพะยอม , กลุ่มอาชีพสมาชิกนิคมฯ และประชาชนในพื้นที่ และบูธนิทรรศการ 14 นิคมสร้างตนเองภาคใต้ (9 จังหวัด) รวมทั้งทีมหน่วยงาน พม. จังหวัดพัทลุงและเครือข่ายท้องถิ่น  โดยมี นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , ทีม พม.จังหวัดพัทลุง และผู้แทนเครือข่ายท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่  </p><p>นายนิกร กล่าวว่า จังหวัดพัทลุง เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชุมชน และทุนมนุษย์ ตลอดจนความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวง พม. 8 ด้าน ประกอบด้วย </p><p>1) เทคโนโลยีสารสนเทศ  </p><p>2) เด็กและเยาวชน  </p><p>3) ครอบครัว </p><p>4) ชุมชนเข้มแข็ง </p><p>5) ที่อยู่อาศัย </p><p>6) การสร้างอาชีพ  </p><p>7) ปัญหาหนี้สิน</p><p>8) ราชการเป็นมิตร เพื่อมุ่ง “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส  เพื่อคนไทยทุกคน” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
.
นายนิกร กล่าวว่า การลงพื้นที่ จ.พัทลุง ในวันนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนามาตรการ และนโยบายที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของจังหวัดพัทลุง และพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนนั้น ย่อมต่อยอดทุนทางสังคมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด , ขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมอย่างเข้มแข็ง และสร้างสังคมที่ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง และมีโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเท่าเทียม 
.
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ เพื่อเปิดโครงการ “พม.เคลื่อนที่ สร้างสุข สวัสดิการทุกช่วงวัย จังหวัดสงขลา” พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของกระทรวง พม. ได้แก่ งบประมาณสนับสนุนปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติแก่เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา , งบประมาณสนับสนุนศูนย์บริการคนพิการทั่วไป , ป้ายโครงการสนับสนุนพื้นที่ภัยพิบัติ จังหวัดสงขลา , ป้ายโครงการบ้านพอเพียง , ทุนประกอบอาชีพกลุ่มสตรี , เงินอุดหนุนสภาเด็กและเยาวชน อำเภอรัตภูมิ , งบประมาณสนับสนุนโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย และบัตรผู้แสดงความสามารถ อีกทั้งได้ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวง พม. 8 ด้าน ในระดับพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (สงขลา ตรัง สตูล พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)
.
“สำหรับ โครงการ “พม.เคลื่อนที่ สร้างสุข สวัสดิการทุกช่วงวัย จังหวัดสงขลา” ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของเครือข่ายท้องถิ่นทุกภาคส่วน ในการดูแลพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัยอย่างรอบด้าน ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงครัวเรือนเปราะบาง ผ่านการให้บริการแบบเชิงรุก เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ประสบปัญหาทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ส่งผลให้ ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้และชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน  นำไปสู่สังคมแห่งโอกาสและความมั่นคงสำหรับทุกคน” นายนิกร กล่าว</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yNDdhMTM0YTViMzU2NTg3M2Q2M2FhZTQyNzFjMWJhNi5qcGc=" alt="พม นิกร"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85NGRlZDRiN2ZmMGVmMTljYWE5NmEyZTRhYzU4OWEwMS5qcGc=" alt="พม นิกร"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lZjlkNzRhMmVmZjRmN2ExMDMyYjdlOWRjMGMwOWJjOS5qcGc=" alt="พม นิกร"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9iZGQ1MzcxNTc2YWM0OTM2NGRiZTQxMjRmODQ1ZmU1My5qcGc=" alt="พม นิกร"><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/RL54zYm85</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/RL54zYm85</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 16:02:40 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 15:55:56 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zMjYxNGRhZjU4YmM0NTlkMDE0Y2UxMjc5YTVkNTViMy5wbmc=</url><description>รมว.นิกร นำทีม พม. ลงพื้นที่รับฟังเสียงชาวใต้ พัทลุง-สงขลา เปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย “สร้างสังคมดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” หนุนนโยบาย 8 ด้าน มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ศธ. อัปสปีดอาชีวะไทย จับมือจีนลุย 210 สาขา รับอุตสาหกรรมอนาคต ​'ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ' ดันเป้า 1 ล้านคนสู่ตลาดโลก]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8wMTJiMzllNTI2Njc2NDNlMzE2YmNkNGQ1M2I2MmY1Yi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ "โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน - ไทย 210 สาขา" ครั้งที่ 6 (The 6" Workshop on China - Thailand Vocational Education Cooperation "210 Majors" Project) ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเล นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ ตลอดจนมีเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บริหาร ศธ. ผู้บริหารสถานศึกษาไทย - จีน ผู้แทนภาคอุตสาหกรรม และสื่อมวลชน เข้าร่วม </p><p>รมว.ศธ. กล่าวว่า การประชุมฯ ครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคน ระหว่างประเทศไทย - จีน และเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานสากล เท่าทันโลก อาชีวศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อรองรับเป้าหมายของอุตสาหกรรมทั้งระบบดิจิทัลและ AI ระบบราง ยานยนต์ไฟฟ้า โลจิสติกส์พลังงานสะอาด หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงการบริการและการท่องเที่ยวคุณภาพสูง โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ ทักษะวิชาชีพ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ภายใต้แนวคิด ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ </p><p>“ความร่วมมือครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติม 210 สาขา ขยายผลจากหลักสูตรที่มีเรียนอยู่แล้วในหลักสูตรเดิม ด้วยสูตร 3+1 ก็คือภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และ AI  พร้อมทั้งจะมีความร่วมมือร่วมกันในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขายุทธศาสตร์ใหม่ ระบบราง พลังงานสะอาด และดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อให้ทันกับความต้องการของ EEC และอุตสาหกรรมของไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป การบูรณาการภาคเอกชนเข้ากับหลักสูตร ภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมไทยและจีน ในการออกแบบหลักสูตรในอนาคต รับนักศึกษาฝึกงาน และการจ้างงานหลังเรียนจบ รวมทั้งการพัฒนาครูควบคู่กัน โดยเป็นการพัฒนาโปรแกรมหลักสูตรในการพัฒนาครู เพื่อนำความรู้ไปใช้สอนต่อผู้เรียน” รมว.ศธ.กล่าว  </p><p>รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ศธ. มีนโยบายยกระดับอาชีวศึกษาไทย วิสัยทัศน์ ‘All for Education’ มีเป้าหมาย 1 ล้านคนภายในเวลา 5 ปี ทำให้ผู้เรียนมีทักษะที่ตลาดแรงงานของทั้งสองประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจ้างงานระดับนานาชาติ และนโยบาย AI Literacy ที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อลดภาระงานครูด้วย</p><p>นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ในปี 2561-2567 ทางจีนได้สนับสนุนทุนการศึกษาในโครงการทวิวุฒิไทย - จีน รวมทั้งสิ้น 3,421 ทุน ส่วนโครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน - ไทย 210 สาขา ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรทวิวุฒิไทย-จีน การพัฒนาครูและบุคลากร การแลกเปลี่ยนนักศึกษา การจัดทำมาตรฐานการเรียนรู้ร่วมกัน ตลอดจนการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ นำไปสู่การประกาศใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ.2567 ‘ทวิวุฒิไทย – จีน’ จำนวน 19 สาขาวิชา และเริ่มเข้าสู่การจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 เป็นต้นมา</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/gbpbQGCay</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/gbpbQGCay</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 15:49:30 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 15:46:21 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8wMTJiMzllNTI2Njc2NDNlMzE2YmNkNGQ1M2I2MmY1Yi5wbmc=</url><description>รมว.ประเสริฐ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ &quot;โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน - ไทย 210 สาขา&quot; ครั้งที่ 6 จับมือจีนลุย 210 สาขา รับอุตสาหกรรมอนาคต ​&apos;ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ&apos; ดันเป้า 1 ล้านคนสู่ตลาดโลก</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[พรรคเพื่อไทยเปิดตัวโครงการ YPP รุ่นที่ 3 ชวนคนรุ่นใหม่ 'นำเสนอฝัน ที่ทำให้เป็นจริงได้' ร่วมขับเคลื่อนนโยบายประเทศ ณ จังหวัดนครราชสีมา]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80YTU3NzZkNjI4NWY3NGE2OTNhZjg3YmYzNzY5ZGVjZC5wbmc=/640/330" /></p><p>พรรคเพื่อไทย เดินหน้าเปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่ไฟแรงเข้าร่วมโครงการ Young Professionals Program (YPP) รุ่นที่ 3 ภายใต้แนวคิด "นำเสนอฝัน ที่ทำให้เป็นจริงได้" มอบโอกาสครั้งสำคัญในการก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานมากประสบการณ์ ลงมือทำงานจริงในพื้นที่ และร่วมพัฒนาแนวนโยบายสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาประเทศในประเด็นที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569</p><p>เปลี่ยนไอเดียให้เป็นนโยบายจริง กับพรรคเพื่อไทย</p><p>โครงการ YPP รุ่นที่ 3 มุ่งหวังที่จะสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่น ได้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการทำงานจริงเชิงลึก โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับโอกาสในการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับบุคลากรแถวหน้าของพรรคเพื่อไทย ใน 4 ประเด็นท้าทายหลักของประเทศ ได้แก่:</p><p>&nbsp;&nbsp;1&nbsp;&nbsp;การเกษตรและการบริหารจัดการน้ำ: พลิกโฉมภาคการเกษตรและการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;2&nbsp;&nbsp;การศึกษาและแรงงาน: ยกระดับทักษะและติดอาวุธให้แรงงานไทยพร้อมรับโลกอนาคต</p><p>&nbsp;&nbsp;3&nbsp;&nbsp;คุณภาพชีวิต: ดูแลและเสริมสร้างโอกาสให้กลุ่มเปราะบางและผู้สูงวัยอย่างเท่าเทียม</p><p>&nbsp;&nbsp;4&nbsp;&nbsp;โครงสร้างพื้นฐาน: นโยบายเมือง การฟื้นฟูเมือง และการออกแบบเพื่อทุกคน</p><p>คุณสมบัติผู้สมัคร</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;เป็นผู้มีอายุระหว่าง 21–40 ปี สัญชาติไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;ไม่จำกัดภูมิลำเนา (แต่ต้องสะดวกเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมที่จังหวัดนครราชสีมา)</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;มีความสนใจและมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาของประเทศ พร้อมร่วมงานกับพรรคการเมือง</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมกิจกรรม Workshop Camp ได้ครบตามวันและเวลาที่กำหนด</p><p>กำหนดการและสถานที่จัดกิจกรรม</p><p>กิจกรรม Workshop Camp และการพักแรม จะจัดขึ้นอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ (เฉพาะวันศุกร์บ่าย วันเสาร์ และวันอาทิตย์) ณ โรงแรม Fortune Hotel Korat และ Starwell Bali Karaoke จังหวัดนครราชสีมา (โดยกำหนดการและสถานที่โดยละเอียดจะแจ้งผู้ผ่านเข้ารอบอีกครั้ง)</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;เปิดรับสมัคร: วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 (ปิดระบบเวลา 00.00 น.)</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;ประกาศผล: 1 กรกฎาคม 2569 (ประกาศผลผ่านทางอีเมลของผู้สมัครทุกคน)</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;ช่วงเวลาดำเนินโครงการ (Workshop Camp):</p><p>&nbsp;&nbsp;◦&nbsp;&nbsp;Week 1: 10 – 12 กรกฎาคม 2569</p><p>&nbsp;&nbsp;◦&nbsp;&nbsp;Week 2: 17 – 19 กรกฎาคม 2569</p><p>&nbsp;&nbsp;◦&nbsp;&nbsp;Week 3: 24 – 26 กรกฎาคม 2569 (หมายเหตุ: วันศุกร์เริ่มกิจกรรมครึ่งวันบ่าย / วันเสาร์และอาทิตย์เต็มวัน)</p><p><strong>วิธีการสมัคร</strong></p><p>ผู้ที่สนใจสามารถกรอกประวัติส่วนตัว พร้อมแนบ CV หรือ Resume ผ่านทาง Google Form และเลือกส่งผลงานเพื่อนำเสนอไอเดียอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้:</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;ทางเลือกที่ 1: ถ่ายและอัปโหลดคลิปวิดีโอแนะนำตัว ความยาว 3–5 นาที บน YouTube (ตั้งค่าเป็น Unlisted) แล้วแนบลิงก์ในฟอร์ม</p><p>&nbsp;&nbsp;•&nbsp;&nbsp;ทางเลือกที่ 2: เขียนเรียงความ (Essay) และแนบไฟล์ลงในฟอร์ม</p><p>โจทย์ในการนำเสนอ (คลิปวิดีโอ หรือ เรียงความ): ต้องอธิบายว่า “ท่านสนใจประเด็นหัวข้อใด (จาก 4 หัวข้อข้างต้น) อยากแก้ปัญหาอะไร เพราะเหตุใด และทำไมถึงเลือกพรรคเพื่อไทย”</p><p>สมัครออนไลน์ได้ที่: https://forms.gle/KPfbZDf7qxmrq77x7 </p><p>(สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น)</p><div class="facebook" ></div><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Wq6LRLH_T</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Wq6LRLH_T</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 15:37:19 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 15:16:34 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80YTU3NzZkNjI4NWY3NGE2OTNhZjg3YmYzNzY5ZGVjZC5wbmc=</url><description>พรรคเพื่อไทยเปิดตัวโครงการ YPP รุ่นที่ 3 ชวนคนรุ่นใหม่ “นำเสนอฝัน ที่ทำให้เป็นจริงได้” ร่วมขับเคลื่อนนโยบายประเทศ ณ จังหวัดนครราชสีมา</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ชัชชาติ' ยันผลสอบคดี 'เครื่องออกกำลังกาย กทม.' ยังไม่จบ-ไม่รอด คดียังมีต่อแม้มีรายงานให้ลงโทษวินัยตัดเงินเดือน ด้าน 'ทวิดา' ชี้ ก.ก. เห็นว่าโทษเบาเกินไป]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9jZjhmZmNlZjkzYmZjMTVkZmNkZDg0OTM1ODdiM2RmYy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 จากโพสต์ระบุว่า ผลสอบคดีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย กทม. พบว่า คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงสอบสวนเจ้าหน้าที่รวม 32 ราย แบ่งเป็น 20 ราย ไม่มีความผิด และอีก 12 รายผิดวินัยไม่ร้ายแรง พร้อมลงโทษเพียงแค่ตัดเงินเดือน 2% หรือประมาณ 600 บาทต่อคน จนสังคมตั้งคำถามถึงบทลงโทษที่เบาเกินไป เมื่อเทียบกับข้อกล่าวหาเรื่องการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายแพงเกินจริง</p><p>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ยืนยันว่า <strong>กรณีดังกล่าวยังไม่ถึงข้อยุติ และยังไม่มีการลงโทษตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมา โดยผลสอบสวนที่ถูกพูดถึงเป็นเพียงข้อเสนอจากคณะกรรมการสอบสวนที่ส่งขึ้นมาเท่านั้น</strong></p><p>ชัชชาติกล่าวว่า เมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ก.ก. และฝ่ายบริหาร เห็นว่าบทลงโทษดังกล่าวเบาเกินไป จึงให้ส่งเรื่องกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม</p><p>ด้าน รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งรับผิดชอบ ก.ก. โดยตรง ระบุเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมามีการสอบสวนเป็นระยะ และนายชัชชาติได้ให้สอบสวนเพิ่มเติมมาโดยตลอด โดยล่าสุดช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมที่ผ่านมา มีการเสนอผลวินิจฉัยว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง และให้ลงโทษตัดเงินเดือน 2% แต่คณะกรรมการใหญ่ของข้าราชการกรุงเทพมหานครเห็นว่าโทษเบาเกินไป อีกทั้งยังมีข้อสงสัยในสำนวนอีกหลายประเด็น จึงให้กลับไปสอบสวนเพิ่มเติม</p><p>ชัชชาติย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป และไม่ใช่ว่าฝ่ายบริหารยอมรับผลลงโทษดังกล่าว แต่เป็นฝ่ายบริหารและ ก.ก. ที่เห็นว่า “รับไม่ได้” จึงตีกลับให้พิจารณาใหม่ พร้อมขอให้สังคมรอผลสอบสวนที่ชัดเจนก่อน</p><p>นอกจากนี้ กทม. ยังดำเนินการคู่ขนานกับ ป.ป.ช. เพราะ ป.ป.ช. มีอำนาจตรวจสอบที่กว้างกว่า โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขณะที่ กทม. สามารถดำเนินการได้ตามกรอบวินัยและระเบียบราชการเท่านั้น</p><p>ชัชชาติกล่าวอีกว่า แม้กระบวนการลงโทษยังต้องรอผลสอบสวน แต่กรณีดังกล่าวทำให้ กทม. ปรับเปลี่ยนระบบการเสนองบประมาณใหม่ จากเดิมที่บางโครงการอาจเสนอรายละเอียดไม่เพียงพอ ต่อไปต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน ละเอียด และรอบคอบมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดิมอีก</p><p><strong>“ไม่ใช่แค่ลงโทษคนผิด อันนั้นต้องทำอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มีผลในการเปลี่ยนโครงสร้างของการเสนองบประมาณด้วย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ” </strong>ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า หากได้รับโอกาสกลับมาทำงานอีกครั้ง จะเดินหน้าติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของประชาชน พร้อมขอบคุณผู้ที่นำข้อมูลออกมา เพราะทำให้เกิดการตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรุงกระบวนการทำงานของ กทม. ให้ดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/CMOltNXM4</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/CMOltNXM4</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 15:12:19 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 14:33:13 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9jZjhmZmNlZjkzYmZjMTVkZmNkZDg0OTM1ODdiM2RmYy5wbmc=</url><description>&apos;ชัชชาติ&apos; ยันผลสอบคดี &apos;เครื่องออกกำลังกาย กทม.&apos; ยังไม่จบ-ไม่รอด คดียังมีต่อแม้มีรายงานให้ลงโทษวินัยตัดเงินเดือน ด้าน &apos;ทวิดา&apos; ชี้คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) เห็นว่าโทษเบาเกินไป และยังมีข้อสงสัยในสำนวน จึงให้สอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่ &apos;ชัชชาติ&apos; เผยคดีนี้ ส่ง ป.ป.ช. ตรวจคู่ขนาน ย้ำเป็นจุดเริ่มต้นปรับระบบเสนองบประมาณใหม่ให้เข้มขึ้น</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['อัครนันท์' รมช.ศธ. ลงพื้นที่ปัตตานี เร่งเยียวยาครอบครัว ‘ครูฟาตีเม๊าะ’ ย้ำดูแลครูชายแดนใต้เต็มกำลัง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80MTQ0YWJiNzQyZTMwMTVhNzUxYzM4YjgwMTI4M2ZlNC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ ติดตามการดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ และมอบเงินเยียวยาแก่ครอบครัวของ “คุณครูฟาตีเม๊าะ ยาโง๊ะ” ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) ร่วมลงพื้นที่ ณ โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>รมช.อัครนันท์ </strong>กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะกลับคืนสู่ความสงบโดยเร็ว พร้อมส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะครูในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ต้องทุ่มเททำงานหนักกว่าพื้นที่ทั่วไป ทั้งการจัดการเรียนการสอนด้านวิชาการและศาสนา ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของนักเรียน</p><p>โดยกระทรวงศึกษาธิการได้เร่งรัดการจ่ายสิทธิประโยชน์ตามแนวทางการช่วยเหลือตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้เสียชีวิต อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 4 ล้านบาท ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของคุณครูฟาตีเม๊าะทุกคนจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และเตรียมผลักดันนโยบายเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณ รวมถึงขยายสวัสดิการครูเอกชนให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>รมช.อัครนันท์ กล่าวย้ำว่า</strong> บุคลากรทางการศึกษาเป็นกำลังสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทอดทิ้ง พร้อมเดินหน้าทำลายข้อจำกัดด้านสวัสดิการและการคุ้มครองสิทธิ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง</p><p><strong>“ครูในพื้นที่ชายแดนใต้ คือ ผู้เสียสละและเป็นนักรบแถวหน้าทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจะยืนเคียงข้าง ดูแล และไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญความยากลำบากเพียงลำพัง เพราะเราคือกระทรวงแห่งความหวังในการสร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคตของประเทศ” รมช.อัครนันท์ กล่าว</strong></p><p><strong>ด้านนายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการ กช. กล่าวว่า </strong>สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีความห่วงใยนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าดูแลและสนับสนุนการจัดการศึกษาอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพและทำให้โรงเรียนกลายเป็นสถานศึกษาที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง</p><p><strong>“ขอให้นักเรียนโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิทุกคนเข้มแข็งและมุ่งมั่นในการศึกษา แม้จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจ แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าครู ผู้ปกครอง โรงเรียน และกระทรวงศึกษาธิการจะอยู่เคียงข้างพวกเราทุกคนเสมอ การศึกษาเป็นพลังสำคัญที่จะนำพาเยาวชนก้าวสู่อนาคตที่ดี และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติในวันข้างหน้า” รองเลขาธิการ กช. กล่าว</strong></p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9kYTg1Yzg4MzM3Zjg0Njg3OGM2M2NmMmQ1NjI4NzdkNy5qcGc=" alt="อัครนันท์ ลงพื้นที่ปัตตานีเยียวยาครอบครัวครูฟาตีเม๊าะ"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yZWUwYjYxZDExNGQzOTcyMTBmNzc0MjNkOWRiMTIwMi5qcGc=" alt="อัครนันท์ ลงพื้นที่ปัตตานีเยียวยาครอบครัวครูฟาตีเม๊าะ"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi84ODUxNzlhOTUyN2Y1MjJjNjZkYjM0ZTllYThhMjQ0My5qcGc=" alt="อัครนันท์ ลงพื้นที่ปัตตานีเยียวยาครอบครัวครูฟาตีเม๊าะ"><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/O5-yFeklc</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/O5-yFeklc</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 13:18:36 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 12:03:23 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80MTQ0YWJiNzQyZTMwMTVhNzUxYzM4YjgwMTI4M2ZlNC5wbmc=</url><description>รมว.ประเสริฐ มอบหมาย รมช.อัครนันท์ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ ติดตามการดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ และมอบเงินเยียวยาแก่ครอบครัวของ &apos;คุณครูฟาตีเม๊าะ ยาโง๊ะ&apos; ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[สภายุโรปมีมติเลิกใช้ Google หันมาใช้ Qwant ของฝรั่งเศสแทน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80OWU3ODM4YTMyNzRmOGU0MjE4MWFiNzg2NWMzNDA2Mi5wbmc=/640/330" /></p><p>สภายุโรปประกาศเปลี่ยนเครื่องมือค้นหาบนคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรจาก Google มาเป็น Qwant เสิร์ชเอนจินสัญชาติฝรั่งเศส มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2026 โดยกำหนดให้ Qwant เป็นค่าเริ่มต้นบนเบราว์เซอร์ Microsoft Edge และ Firefox แทนที่ Google และจะถูกบังคับใช้โดยอัตโนมัติ แม้ผู้ใช้จะยังสามารถเลือกใช้เสิร์ชเอนจินอื่นได้</p><p>รัฐสภายุโรปอีเมลถึงเจ้าหน้าที่ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปเพื่อ "สอดคล้องกับพันธกิจของรัฐสภาด้านอธิปไตยทางดิจิทัลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้พร้อมอธิบายว่า Qwant เป็นเครื่องมือค้นหาของยุโรปที่เน้นความเป็นส่วนตัว โฆษกสภาระบุว่าเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการดำเนินงานที่ใหญ่กว่า ที่มุ่งลดการพึ่งพาเครื่องมือดิจิทัลนอกสหภาพยุโรป ส่งเสริมบริการที่ตั้งอยู่ในยุโรปและเน้นความเป็นส่วนตัว</p><p>เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่มาพร้อมกับการขับเคลื่อนนโยบายระดับสหภาพยุโรป โดยคณะกรรมาธิการได้ประกาศมาตรการเกี่ยวกับชิป บริการคลาวด์ และ AI ภายในวันเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘Buy and Use European’ หรือว่าง่ายๆ ก็คือ ซื้อและใช้ของในยุโรป</p><p>การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ตามมาหลังจากหลายเดือนก่อนที่สมาชิกรัฐสภากดดันให้สถาบันของ EU ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีอเมริกัน โดยในเดือนพฤศจิกายนปีก่อน กลุ่มสมาชิกข้ามพรรค 38 คน ได้ส่งจดหมายถึงประธานรัฐสภา โรเบอร์ตา เมตโซลา เรียกร้องให้ค่อยๆ เลิกใช้ซอฟต์แวร์ของ Microsoft และเทคโนโลยีต่างชาติอื่นๆ โดยให้เหตุผลว่า การที่ยุโรปพึ่งพาเทคโนโลยีจากอเมริกาเพียงไม่กี่รายได้กลายเป็นจุดอ่อนเชิงยุทธศาสตร์</p><p>ฝรั่งเศสคือประเทศที่เคลื่อนไหวแข็งขันที่สุด โดยมีแผนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลจาก Windows ไปใช้ Linux และเลิกใช้ Zoom กับ Microsoft Teams หันไปใช้ Visio ซึ่งเป็นทางเลือกที่พัฒนาในประเทศ</p><p>Qwant ก่อตั้งในปี 2013 และวางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกที่เน้นความเป็นส่วนตัวแทน Google โดยดำเนินงานจากกรุงปารีส จุดขายหลักคือไม่ติดตามผู้ใช้และไม่ปรับแต่งผลการค้นหาตามตัวบุคคล เพื่อหลีกเลี่ยงการขังผู้ใช้ไว้ใน filter bubble นอกจากนี้ยังมีบริการ Qwant Junior ซึ่งเป็นเสิร์ชเอนจินที่ปลอดภัยสำหรับเด็กพร้อมระบบกรองเนื้อหา</p><p>แม้จะเป็นข่าวที่ฟังดูเป็นชัยชนะของฝั่งยุโรป แต่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์มากกว่าผลกระทบจริง เพราะ Google ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดการค้นหาในยุโรปราว 90 เปอร์เซ็นต์ และสถาบันของ EU ยังคงใช้ซอฟต์แวร์อเมริกันอย่างหนัก โดยชุดโปรแกรม Office ของ Microsoft เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ</p><p>ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ Qwant เองก็ยังไม่ได้เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ เพราะ Qwant ยังต้องพึ่งพาแพลตฟอร์ม Bing ของ Microsoft สำหรับบริการค้นหา ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังก็ยังเชื่อมโยงกับยักษ์ใหญ่อเมริกันอยู่ดี&nbsp;</p><p>เพื่อแก้ปัญหานี้ Qwant และ Ecosia ซึ่งเป็นเสิร์ชเอนจินจากเบอร์ลิน ได้ผนึกกำลังกันในเดือนพฤศจิกายน 2024 เพื่อสร้างดัชนีค้นหาของยุโรป (European Search Index) โดยหวังลดการพึ่งพาดัชนีของ Microsoft (Bing) และ Google รวมถึงรับมือกับต้นทุน API ที่พุ่งสูงขึ้นหลัง Microsoft ขึ้นราคา Bing API อย่างมาก อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมมากกว่าจะแทนที่ Bing และ Google ได้จริง</p><p>การที่รัฐสภายุโรปเลือก Qwant แทน Google เป็นภาพสะท้อนของกระแสที่ใหญ่กว่ามาก นั่นคือความพยายามของยุโรปในการสร้าง ‘อธิปไตยทางดิจิทัล’ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากอเมริกา&nbsp;</p><p>ในยุคที่ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ในแง่หนึ่งมันคือมูฟเชิงสัญลักษณ์ที่ส่งสัญญาณทางการเมืองชัดเจน แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็เผยให้เห็นความจริงที่ว่า ทางเลือกของยุโรปยังคงต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของอเมริกาอยู่เบื้องหลัง และเส้นทางสู่อธิปไตยทางเทคโนโลยีที่แท้จริงยังอีกยาวไกล</p><p><br></p><p>อ้างอิงข้อมูลจาก</p><p><a href="https://www.reuters.com/business/eu-parliament-switch-french-search-engine-google-tech-sovereignty-push-2026-06-03/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://www.reuters.com/business/eu-parliament-switch-french-search-engine-google-tech-sovereignty-push-2026-06-03/</a></p><p><a href="https://www.politico.eu/article/european-parliament-ditches-google-for-french-search-engine/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://www.politico.eu/article/european-parliament-ditches-google-for-french-search-engine/</a></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/BA0KkoXWA</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/BA0KkoXWA</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 08:53:18 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 08:44:31 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80OWU3ODM4YTMyNzRmOGU0MjE4MWFiNzg2NWMzNDA2Mi5wbmc=</url><description>&apos;เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยี และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล&apos; สภายุโรปมีมติเลิกใช้ Google หันมาใช้ Qwant ของฝรั่งเศสแทน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[นายกฯ พบเอกชนไทยในเวียดนาม ย้ำ 'เติบโตไปด้วยกัน' ดันลงทุนข้ามพรมแดน–หนุนภาคธุรกิจไทยขยายตลาดอาเซียน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83YTQ5MzBkMGQwMzcwOWI4MjM3MjRhYjBjOGE4YTUwNC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เริ่มต้นภารกิจแรกหลังเดินทางถึงกรุงฮานอย ในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยพบหารือกับผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจและลงทุนในเวียดนาม เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม</p><p>ภาคเอกชนที่เข้าร่วมหารือในครั้งนี้มาจากหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ภาคเกษตรและอาหาร ค้าปลีก การเงิน พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้างและการผลิต ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนาม และมีศักยภาพในการขยายการค้าการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต โดยมีผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วมการหารือกว่า 30 คน</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับผู้แทนภาคเอกชนไทยในเวียดนาม พร้อมระบุว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่งเช่นกัน สะท้อนถึงความใกล้ชิดของความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม และส่งสัญญาณว่าทั้งสองประเทศซึ่งเป็นเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค มีความพร้อมที่จะนำศักยภาพของทั้งสองประเทศมาผสานกันเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในอนาคต</p><p>นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำแนวคิดว่า “เติบโตไปด้วยกัน” เนื่องจากการเติบโตของทั้งสองประเทศส่งผลเชิงบวกต่อกัน โดยเวียดนามมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของโลก ขณะที่ไทยมีความเข้มแข็งด้านอุตสาหกรรม การบริการ โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงกับภูมิภาค จึงมีศักยภาพที่จะร่วมกันเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ในการขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของอาเซียน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเวียดนาม</p><p>สำหรับการเยือนเวียดนามครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าพบหารือกับผู้นำระดับสูงของเวียดนาม ทั้งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม โดยในการหารือจะครอบคลุมเรื่องที่ภาคเอกชนสะท้อนมา และจะโฟกัสการส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และการสร้างสภาพแวดล้อมและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน (Ease of Doing Business) รวมทั้งผลักดันการลงทุนระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในระยะยาว</p><p>โอกาสนี้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการอาวุโสหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม&nbsp;กล่าวชื่นชม วิสัยทัศน์นายกรัฐมนตรี ที่ได้นำคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงด้านเศรษฐกิจ และฝ่ายความมั่นคง เป็นคณะใหญ่ที่สุดที่เคยเดินทางมาเยือนเวียดนาม&nbsp;รวมถึงการพบหารือกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนามครั้งนี้ ถือเป็น โมเดล “ทีมไทยแลนด์ พลัส”&nbsp;คือภาครัฐ-เอกชน จับมือร่วมกันทำงานยังเป็นการมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจแบบรอบด้านระหว่างไทย-เวียดนาม อย่างเป็นรูปธรรมแบบชัดเจน&nbsp;</p><p>ขณะที่ผู้แทนภาคเอกชนไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เปิดโอกาสให้พบหารือในวันนี้ พร้อมได้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม รวมทั้งจุดแข็งและแนวปฏิบัติที่ดีของเวียดนามในการส่งเสริมการค้าและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่ไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ทั้งนี้ แม้จะมีความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในด้านการค้าและการลงทุน แต่ก็ยังมีโอกาสที่ไทยสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมและต่อยอดความร่วมมือกับเวียดนามได้มากยิ่งขึ้น</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวปิดการหารือว่า การรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายและมาตรการสนับสนุนได้อย่างตรงจุด สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ</p><p>“รัฐบาลนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกท่าน ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้รัฐบาลไทยสามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจของคนไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว</p><p>หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนไทยและเวียดนาม จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่</p><p>&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;&nbsp;บันทึกความเข้าใจระหว่างกลุ่มอมตะกับบริษัท FPT Corporation ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate)</p><p>&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;&nbsp;บันทึกความเข้าใจระหว่างกลุ่มบริษัท CP กับบริษัท FPT Corporation ว่าด้วยความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/ZIvkTXIF8</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/ZIvkTXIF8</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 08:06:19 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 07:56:50 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83YTQ5MzBkMGQwMzcwOWI4MjM3MjRhYjBjOGE4YTUwNC5wbmc=</url><description>นายกฯ พบหารือ ThaiCham และ เอกชนไทยในเวียดนาม ย้ำ &apos;เติบโตไปด้วยกัน&apos; ดันลงทุนข้ามพรมแดน–หนุนภาคธุรกิจไทยขยายตลาดอาเซียน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ผบ.ตร. เปิดประชุม FBINAA ครั้งที่ 26 ครบรอบ 40 ปี ร่วมถก 26 ประเทศ ต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในยุคดิจิทัล]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9hMzY5ZTczNzM3ZTg4MDE0YTUyZDkyY2QyZWJjYTRhOC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม The 26th FBI National Academy Associates (FBINAA) Asia Pacific Chapter Retraining Conference อย่างเป็นทางการ โดยมี พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, นายวิลเลียม เจ. คาร์โบน นายกสมาคมนักเรียนเก่า FBI-NA, นายแอนดรูว์ เบลีย์ รองผู้อำนวยการร่วม สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ, นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ประธานสมาคมนักเรียนเก่า FBI-NA แห่งประเทศไทยและผู้แทนระดับผู้บริหารจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกว่า 150 คน จาก 26 ประเทศทั่วโลก ร่วมพิธี ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร</p><p>ผบ.ตร. กล่าวว่า การประชุม FBI National Academy Associates Asia Pacific Chapter Retraining Conference ครั้งที่ 26 ภายใต้หัวข้อหลัก “United in Action: Combating Transnational Organized Crime in the Digital Age”- “รวมพลังปฏิบัติการ : การต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในยุคดิจิทัล” นับเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่เราทุกคนกำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ รูปแบบของอาชญากรรมทวีความซับซ้อน ไร้พรมแดน และถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เครือข่ายอาชญากรได้แสวงหาประโยชน์จากเครื่องมือทางดิจิทัล เพื่อขยายฐานการกระทำความผิดและหลบเลี่ยงการถูกตรวจพบ</p><p>ภัยจากการหลอกลวงทางออนไลน์ ถือเป็นข้อห่วงใยประการสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายในวงกว้าง แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณชนอีกด้วย ประเทศไทยเองก็กำลังรับมือกับความท้าทายเหล่านี้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะแนวโน้มการเพิ่มสูงขึ้นของอาชญากรรมทางไซเบอร์ภัยคุกคามดังกล่าว จึงตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการบูรณาการกำลังเพื่อรับมือร่วมกัน และจำเป็นต้องยกระดับความร่วมมือให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลการปฏิบัติการร่วมกัน และการพัฒนาขีดความสามารถ </p><p>การประชุมครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีสำคัญในการกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้น และสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายการทำงาน โดยประเทศไทยขอยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิดต่อไป</p><p>ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเครือข่าย FBINAA Asia Pacific ดำเนินมานานถึง 40 ปี โดยเมื่อปี 2529 ประเทศไทยคือประเทศแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม FBINAA Asia Pacific Chapter ณ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตั้งแต่นั้นมา เครือข่ายแห่งนี้เติบโตขึ้นจนครอบคลุม 49 ประเทศ มีสมาชิกระดับผู้บริหารกว่า 14,000 คน ใน 173 ประเทศทั่วโลก ล้วนผ่านการฝึกอบรมจาก FBI National Academy ณ เมืองควอนติโก (Quantico) รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา</p><p>การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในวาระครบรอบ 40 ปี และนับเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ประชาคมการบังคับใช้กฎหมายโลกมีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย และความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับสากล </p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/P3Ro6AQ6i</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/P3Ro6AQ6i</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 07:24:34 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 07:17:12 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9hMzY5ZTczNzM3ZTg4MDE0YTUyZDkyY2QyZWJjYTRhOC5wbmc=</url><description>พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดการประชุม FBINAA ครั้งที่ 26 ครบรอบ 40 ปี ร่วมถก 26 ประเทศ “รวมพลังปฏิบัติการ : ต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในยุคดิจิทัล”</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[ป้ายหาเสียงศิลปะสัปดาห์ที่ 2 'ทีมชัชชาติ' ดึง Juli Baker and Summer ส่ง 'flowers for everyone' ขึ้นจอ LED กลางเมือง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lZmY0MDRlNjM3ZDM3NDhmZTVkMDA5ODg1Mzg3NGI4ZC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 หลังจากผ่านสัปดาห์แรกของแคมเปญสื่อหาเสียงเชิงศิลปะของ “ทีมชัชชาติ” ที่ได้ศิลปินอย่าง Uninspired by Current Event มาสร้างสรรค์ผลงาน 3D Art จากแนวคิด 250+ นโยบาย และจัดแสดงบน LED บิลบอร์ดในพื้นที่จตุรทิศและสยามสแควร์</p><p>ล่าสุดวันนี้ “ทีมชัชชาติ” เปิดตัวผลงานสื่อหาเสียงเชิงศิลปะใหม่เป็นสัปดาห์ที่ 2 ด้วยผลงาน “flowers for everyone” โดย Juli Baker and Summer ศิลปินแนว naive art ที่มีฝีแปรงและผลงานสีสันสดใสเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายทอดจากความทรงจำ ประสบการณ์ส่วนตัว และความรู้สึกในชีวิตประจำวัน</p><p>ศิลปินอธิบายว่า เธอชอบไปสวนสาธารณะ เพราะสวนเป็นพื้นที่ของทุกคน ทุกชนชั้น ทุกอาชีพ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปใช้ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน และอยากให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่แบบนี้เพิ่มขึ้น</p><p>“เราชอบไปสวนสาธารณะ เพราะสวนเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึก belong สวนสาธารณะเป็นพื้นที่ของคนทุกคน ทุกชนชั้น ทุกอาชีพ ไม่ว่าใครก็ไปสวนได้โดยไม่ต้องเสียเงิน และเราก็อยากให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกแบบนี้อีกเยอะ ๆ เราจึงขออุทิศงานชิ้นนี้ให้แก่ทุกคนที่สร้าง ดูแล และใช้ชีวิตในเมืองนี้ทุกวัน” Juli Baker and Summer ระบุ</p><p>ผลงานดังกล่าวจัดแสดงบนจอบริเวณลาน Parc Paragon ป้ายบนตึก Interchange 21 อโศก และจอในพื้นที่สยามสแควร์</p><p>ทั้งนี้ แคมเปญสื่อหาเสียงของ “ทีมชัชชาติ” เกิดจากแนวคิดที่ต้องการไม่ใช้ป้ายหาเสียงบนทางเท้าหรือพื้นที่สาธารณะ จึงเป็นที่มาของแคมเปญสื่อหาเสียงศิลปะ โดยชวนศิลปินกว่า 20 คนร่วมออกแบบผลงานบน LED บิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่โฆษณากลางเมืองให้เป็นพื้นที่ศิลปะชั่วคราว&nbsp;</p><p>แคมเปญดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบาย City as Canvas ที่ต้องการเปิดพื้นที่เมืองให้ศิลปิน นักออกแบบ นักศึกษา และชุมชน ได้ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะในชีวิตประจำวัน และเป็นเหมือนการทดลองนำหนึ่งใน 250+ นโยบายมาปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม</p><p>ป้ายหาเสียงประเภท LED บิลบอร์ดนี้จะหมุนเวียนจัดแสดงบนจอสัปดาห์ละ 2-3 จุด ตลอดทั้งเดือน โดยมีศิลปินหลากรุ่น หลายสไตล์ เข้าร่วมแคมเปญกว่า 20 คน</p><p>นอกจาก LED บิลบอร์ด ทีมชัชชาติยังใช้สื่อหาเสียงรูปแบบอื่น เช่น ป้ายติดรถสองแถว ป้ายไวนิลตามอาคาร ตลาด และย่านชุมชน เพื่อกระจายการสื่อสารให้ถึงผู้คนในชีวิตประจำวัน พร้อมกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการรายย่อยและพื้นที่หลากหลายกลุ่มทั่วเมือง</p><p><strong>ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ อย่าลืม! ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 </strong></p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8wN2YyYTQ5YWY1MGY1ZGM5OTFiNmVhNzdjMjU4YmRlZS5qcGc=" alt="ชัชชาติ เบอร์ 9"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9hYzlmY2FmOTBjNzI4YjU4ZmQ4NDUxODY5NWY3OTUzOS5qcGc=" alt="ชัชชาติ เบอร์ 9"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zNWMyMjA1MmZkYjEyZTBmNjViYzIxNDgyZThhN2IxNS5qcGc=" alt="ชัชชาติ เบอร์ 9"><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Ye44ZhXvV</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Ye44ZhXvV</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 08:29:37 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 06:16:28 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lZmY0MDRlNjM3ZDM3NDhmZTVkMDA5ODg1Mzg3NGI4ZC5wbmc=</url><description>ดีไซน์ใหม่!! มาแล้วป้ายหาเสียงศิลปะสัปดาห์ที่ 2 &apos;ทีมชัชชาติ&apos; ดึง Juli Baker and Summer ส่ง &apos;flowers for everyone&apos; ขึ้นจอ LED กลางเมือง ต่อยอดแนวคิด City as Canvas</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลเผยยอดลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 7 วัน ทะลุ 4.5 แสนคน ย้ำเปิดถึง 15 ก.ค. นี้]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8wOWU3NTRiNGRhNDU1OWJiNWM0NTIwYTRlNjRhZGVmNS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ขอเชิญชวนผู้ประกันตนและนายจ้างทั่วประเทศร่วมลงทะเบียนและใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ประจำปี 2569 เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นหลักประกันสำคัญของแรงงานไทยและผู้ประกันตนทั่วประเทศ</p><p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจะได้เลือกผู้แทนของตนเองเข้าไปมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการบริหารกองทุนประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง</p><p>ปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมได้เปิดให้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2569 นี้ โดยกระทรวงแรงงานได้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ทั้งการขยายระยะเวลาลงทะเบียนนานถึง 45 วัน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถเลือกอำเภอที่ประสงค์จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ทั่วประเทศ</p><p>ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 น. พบว่า มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วทั้งสิ้น 455,146 คน แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนฝ่ายนายจ้าง 892 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 454,254 คน โดยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 393,945 คน มาตรา 39 จำนวน 47,507 คน มาตรา 40 จำนวน 6,022 คน และผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนอีก 6,343 คน สะท้อนถึงความตื่นตัวและความสนใจของประชาชนต่อการเลือกตั้งครั้งนี้</p><p>ผู้ประกันตนสามารถลงทะเบียนได้ผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus ขณะที่ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ e-Self Service ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ โดยหลังปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำนักงานประกันสังคมจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 และกำหนดจัดการเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569</p><p>“ทุกคะแนนเสียงมีความหมายต่ออนาคตของกองทุนประกันสังคม รัฐบาลจึงขอเชิญชวนผู้ประกันตนและนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้งร่วมลงทะเบียนและออกมาใช้สิทธิกันให้มากที่สุดเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกันตนได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว</p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/yYhD_FwIF</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/yYhD_FwIF</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 07:26:51 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 05:40:59 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8wOWU3NTRiNGRhNDU1OWJiNWM0NTIwYTRlNjRhZGVmNS5wbmc=</url><description>ทุกเสียงมีความหมาย! รัฐบาลเผยยอดผู้ประกันตนและนายจ้าง ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 7 วัน ทะลุ 4.5 แสนคน ย้ำเปิดลงทะเบียนถึง 15 ก.ค. นี้ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม  27 กันยายน 2569</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[กพท. ออกข้อกำหนดใหม่คุมเข้ม นำ Power Bank ขึ้นเครื่องบิน ได้ไม่เกิน 2 ก้อน ห้ามชาร์จระหว่างบิน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85ZWZhMzdkYjkxZDI0MzY4MTJjZGI3ZDBhYmI0ZDRmMy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 'ลลิดา เพริศวิวัฒนา' รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านการคมนาคมและการเดินทางทางอากาศของประชาชน โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) ได้ออก “ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพาแบตเตอรี่ลิเทียมไปกับอากาศยาน” เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และมาตรฐานสากลที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก</p><p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า ข้อกำหนดดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่แบตเตอรี่ลิเทียมและ Power Bank กลายเป็นอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารพกพาเป็นประจำในการเดินทาง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นวัตถุที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากเกิดความเสียหาย การลัดวงจร หรือการใช้งานที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความร้อนสูง ควัน หรือเพลิงไหม้ได้ โดยที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Power Bank บนอากาศยานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้ต้องอพยพผู้โดยสาร เปลี่ยนเส้นทางบิน หรือลงจอดฉุกเฉิน จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการป้องกันเชิงรุกเพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และอากาศยาน</p><p>ภายใต้ข้อกำหนดใหม่ ผู้โดยสารสามารถนำ Power Bank ขึ้นเครื่องบินได้เฉพาะในรูปแบบสัมภาระติดตัว (Carry-on Baggage) เท่านั้น และห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ Power Bank ที่นำขึ้นเครื่องต้องมีค่าพลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 100 วัตต์ชั่วโมง (Wh) หรือหากมีขนาดเกิน 100 Wh แต่ไม่เกิน 160 Wh จะต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อนเดินทาง โดยผู้โดยสารสามารถพกพา Power Bank ได้ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน</p><p>ข้อกำหนดยังห้ามชาร์จ Power Bank บนอากาศยาน รวมถึงห้ามใช้ Power Bank ชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นระหว่างเที่ยวบิน และห้ามจัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead Compartment) โดยต้องเก็บไว้ในจุดที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก เช่น กระเป๋าหน้าที่นั่ง พื้นที่ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพกติดตัว เพื่อให้ลูกเรือสามารถเข้าดำเนินการได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุผิดปกติ</p><p>รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กพท. ยังกำหนดให้ห้ามนำ Power Bank ที่ไม่แสดงค่าพลังงานไฟฟ้าหรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ขึ้นอากาศยาน รวมถึงกำหนดให้ผู้โดยสารต้องมีมาตรการป้องกันการลัดวงจร เช่น การเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม หรือจัดเก็บในถุงป้องกันเฉพาะ เพื่อป้องกันการสัมผัสกับวัสดุโลหะหรือแบตเตอรี่อื่นระหว่างการเดินทาง</p><p>“รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเป็นอันดับแรก การออกข้อกำหนดครั้งนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระหรือสร้างข้อจำกัดให้ผู้โดยสาร แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศให้สอดคล้องกับแนวทางสากล และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากแบตเตอรี่ลิเทียมและ Power Bank บนอากาศยาน” รองโฆษกฯ กล่าว</p><p>ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบข้อมูลและปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กพท. และสายการบินอย่างเคร่งครัดก่อนการเดินทางทุกครั้ง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสาร ลูกเรือ และระบบการบินของประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทยในระดับสากลต่อไป</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/ImdFdHkWa</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/ImdFdHkWa</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 05:33:53 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 05:24:20 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85ZWZhMzdkYjkxZDI0MzY4MTJjZGI3ZDBhYmI0ZDRmMy5wbmc=</url><description>กพท. ออกข้อกำหนดใหม่คุมเข้ม นำ Power Bank ขึ้นเครื่องบิน ได้ไม่เกิน 2 ก้อน ห้ามชาร์จระหว่างบิน เพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงเพลิงไหม้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ปลุกพลังเด็ก ม.5 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ย้ำคนธรรมดาก็พลิกโลกได้ ชี้ผลสอบไม่ใช่จุดจบ สำคัญที่ความไม่ยอมแพ้]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82ZTY2OGQ5YmFkZWY5NDgzOWRkOWJhNzAxMDk3ZjY5NC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมคณะผู้บริหารของทั้งกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 7-8 มิ ย. โดยในวันนี้ได้เดินทางไปยังโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (หอประชุมราชาวดี) เพื่อปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “แนวทางและแรงบันดาลใจในการเข้ามหาวิทยาลัย” ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดจากนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย&nbsp;</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lMTExZTZmODllYjUyZDY5NGZhMzVkMGFkMjUwMjAwMy5qcGc=" alt="S__26919436_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9jNmM4MGUzMjk1ZWM0ZjEzOWQ1OGExYjg5ZjFhZjhhMy5qcGc=" alt="S__26919439_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80YTU1ZTEwNjYzNGQ1MzhiNzJiMTk4OGUwMDM1N2ZlMy5qcGc=" alt="S__26919437_0.jpg"><p>ศ.ดร.ยศชนัน เริ่มต้นการบรรยายด้วยการแจ้งข่าวดีแก่นักเรียนและโรงเรียนถึงความคืบหน้าเรื่องงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ซึ่งได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เด็กหาดใหญ่จะเรียน ต้องได้เรียน และก็เป็นความหวังของประเทศไทย ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาการปาฐกถาด้วยการตั้งคำถามชวนคิดว่า เรื่องการเข้ามหาวิทยาลัยกับความสำเร็จในชีวิตนั้นเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน อธิบายว่า ความสำเร็จของแต่ละคนไม่ได้ยึดโยงกับการเข้ามหาวิทยาลัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไป สำหรับบางคนอาจมีผลเพียง 10-20% ในขณะที่บางคนอาจสูงถึง 70-80% ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลซึ่งมีเส้นทางชีวิตที่ไม่ตายตัว พร้อมยกตัวอย่างเส้นทางอาชีพของตนเอง ที่เริ่มต้นจากการเรียนสายวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ก้าวมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย จนปัจจุบันได้รับตำแหน่งทางการเมือง แม้จะไม่ได้เรียนจบสายรัฐศาสตร์มาโดยตรงก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า "สูตรสำเร็จในการที่เราจะประสบความสำเร็จ ปกติแล้วมันขึ้นอยู่กับกระบวนการคิด และสูตรสำเร็จก็คือเราต้องไม่ยอมแพ้"</p><p>เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ยกตัวอย่าง 3 บุคคลสำคัญระดับโลกที่มีเส้นทางชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เริ่มจาก อีลอน มัสก์ ที่ไม่ได้เกิดมาร่ำรวยและเคยมีปมด้อยจากการถูกรังแกในวัยเด็ก แต่ใช้ความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ด้วยตนเองในห้องสมุดจนสามารถสร้างระบบขายโปรแกรม และนำเงินไปต่อยอดสร้างจรวด SpaceX รวมถึงสร้างรถยนต์ไฟฟ้า Tesla จนสำเร็จ โดยใช้กระบวนการคิดแบบ First Principles ที่มองลึกไปที่แก่นแท้ของปัญหา&nbsp;</p><p>นอกจากนี้ยังมี บารัค โอบามา ที่ประสบความสำเร็จจากการใช้หลัก Circle of Competence โดยเลือกเริ่มต้นจากจุดที่ตนเองทำได้ดีและถนัดที่สุดก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจและพิสูจน์ให้คนอื่นเห็น ก่อนที่จะขยายขอบเขตความสำเร็จให้กว้างขึ้น&nbsp;</p><p>และ ผู้พันแซนเดอร์ส เจ้าของตำนาน KFC ที่สะท้อนให้เห็นว่า ความผิดพลาดไม่ใช่จุดจบของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสอบไม่ติดหรือทำพลาดในบางวิชา สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเพียง "ข้อมูลใหม่" ที่จะนำมาช่วยให้เราค้นหาจุดสำเร็จของตัวเองได้ สิ่งที่บุคคลเหล่านี้มีร่วมกันคือความมุ่งมั่นและการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9jM2Y4N2Q1YjFlZGIyZjhmYjVkODQzNmRjNjgwMDdhMy5qcGc=" alt="ยศชนัน"><p>ในช่วงท้ายของการบรรยาย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ให้คำแนะนำสำคัญแก่นักเรียนในการเลือกเข้าศึกษาต่อว่า อย่าตัดสินใจเลือกเพียงเพราะค่านิยมหรือชื่อของหลักสูตร แต่ให้เข้าไปดูรายละเอียดอย่างเจาะลึกว่าตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 ต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง และวิชาเหล่านั้นคือสิ่งที่ตนเองมีความสุขที่จะเรียนหรือไม่ พร้อมฝากข้อคิดที่สำคัญว่า</p><p><strong>"อย่าไปแคร์ว่าหลักสูตรชื่ออะไร เพราะอีกหน่อยอาชีพจะเปลี่ยน พออาชีพเปลี่ยน สิ่งที่อยู่กับเราคือองค์ความรู้พื้นฐาน ซึ่งองค์ความรู้พื้นฐานเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น แคลคูลัส เซต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ หรือแม้แต่ความรู้ด้านสังคม ประวัติศาสตร์ จิตวิญญาณความเป็นพลเมือง และความมี Empathy จะอยู่ติดตัวเราตลอดไป และเราสามารถที่จะใช้องค์ความรู้พื้นฐานตรงนี้ ทำอะไรก็ได้ให้เกิดอาชีพใหม่ของเรา"</strong></p><p>ท้ายที่สุด ศ.ดร.ยศชนัน ได้ย้ำถึงจังหวะเวลาของความสำเร็จว่า "อย่าไปเทียบกับเพื่อนว่าใครจะประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ เพราะมันไม่ตายตัว บางคนอาจสำเร็จเร็วหรือช้าต่างกัน ขอเพียงตั้งใจทำตามความฝันในสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ เดี๋ยวมันจะมาเอง อาจจะมีสัก 1 คนที่นั่งอยู่ในนี้ ที่อีกสัก 10-20 ปี ผมอาจจะต้องเอาประวัติพวกเรามาขึ้นสไลด์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น"&nbsp;</p><p>ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น แต่เกิดจากกระบวนการคิด (Mental Models) ที่ถูกต้อง พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า "สูตรสำเร็จในการที่เราจะประสบความสำเร็จ คือเราต้องไม่ยอมแพ้ โลกใบนี้ไม่ได้ต้องการ อีลอน มัสก์, บารัค โอบามา หรือผู้พันแซนเดอร์ส คนที่สอง แต่โลกกำลังรอคอยความสำเร็จในรูปแบบของคุณเอง"</p><p>ด้าน นายอัครนันท์ กล่าวเสริมว่า ตนถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าต้องรับราชการตำรวจตามความคาดหวังของคุณพ่อที่ต้องการให้มีความมั่นคงในชีวิต จนทำให้ในสมัยมัธยมปลายต้องถูกบังคับให้เรียนสายวิทย์-คณิต ทั้งที่ไม่ได้ตรงกับความต้องการของตนเอง จึงอยากนำประสบการณ์นี้มาเป็นบทเรียนและแรงบันดาลใจให้กับน้อง ๆ นักเรียนชั้น ม.5 ที่กำลังจะต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางอนาคต โดยเน้นย้ำว่า "อยากให้เลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบ มากกว่าที่พ่อชอบ เพราะวันหนึ่งเวลาเราจะประสบความสำเร็จในชีวิต พ่อไม่ได้อยู่กับเรา คนที่ใช้ชีวิตก็คือตัวเราเอง" พร้อมย้ำอีกว่า อย่าตัดสินใจเลือกคณะเรียนเพียงเพราะเพื่อนชวน หรือเรียนตามที่คนอื่นสั่ง เพราะเมื่อใดที่ไปทำตามความฝันของคนอื่น สิ่งนั้นจะไม่ใช่ความฝันของเราอีกต่อไป</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80MzgwOWEyNjljZTNiMmVkYWIyNTQ2ODVjYTg1ZTVjNC5qcGc=" alt="อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์"><p>นอกจากนี้ รมช.ศธ. ยังได้ให้กำลังใจเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ผูกติดอยู่แค่กับการเรียนสายวิทย์-คณิต หรือต้องจบไปประกอบอาชีพแพทย์และวิศวกรเท่านั้น ไม่ว่าจะเรียนสายศิลป์-สังคม สายภาษา หรือแม้แต่เส้นทางของตนเองที่ท้ายที่สุดก็เลือกเรียน กศน. ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็น สส. และรัฐมนตรีได้ ขอเพียงแค่มุ่งมั่นทำตามความฝันและรับผิดชอบความฝันของตนเองให้ดีพอ ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการบรรยาย นายอัครนันท์ยังได้แจ้งข่าวดีเพื่อช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการศึกษา โดยระบุว่าทางกระทรวงฯ จะยกเลิกโครงการและการประเมินต่างๆ ที่ไม่จำเป็น เช่น โครงการโรงเรียนสีขาว ซึ่งจะช่วยคืนเวลาให้ครูได้ดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่มากขึ้น</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9kMzA5YjEyYjJkNzYwMmZjYWEzZTUxY2I5Mjc0NzBjOC5qcGc=" alt="ยศชนัน"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/I1_tRdT9G</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/I1_tRdT9G</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 05:04:53 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 04:02:53 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82ZTY2OGQ5YmFkZWY5NDgzOWRkOWJhNzAxMDk3ZjY5NC5wbmc=</url><description>โลกกำลังรอความสำเร็จในแบบของคุณ! &apos;ยศชนัน&apos; ยกสตอรี่ &apos;อีลอน มัสก์-โอบามา-ผู้พันแซนเดอร์ส&apos; ปลุกพลังเด็ก ม.5 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เอมพาวเวอร์คนธรรมดาก็พลิกโลกได้ ชี้ผลสอบไม่ใช่จุดจบ สำคัญที่ความไม่ยอมแพ้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ณัฐธิดา' สส.เพื่อไทย ขอรัฐแก้ปัญหาปุ๋ย-ลดต้นทุนให้เกษตรกรทันฤดูเพาะปลูก ก่อนแบกรับต้นทุนจนไม่เหลือกำไร]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9jNjc3Y2ZjZDZiOWJjZTEyOTMzYTdmNDgwNTJjNDY1Yy5wbmc=/640/330" /></p><p>นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งแก้ไขวิกฤตต้นทุนการผลิตทางการเกษตรที่ปรับสูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตตกต่ำ ซึ่งจะต้องเร่งลดต้นทุนการผลิตโดยด่วน โดยเฉพาะเรื่องของปุ๋ย เนื่องจากเกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยจำนวนมากในช่วงฤดูทำนาปี เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม และช่วงฤดูทำนาปรัง เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม แต่วันนี้จากปัญหาวิกฤตตะวันออกกลางส่งผลให้ปุ๋ยขาดแคลน โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียจากเดิมที่ราคากระสอบละ 1,200 บาท บางพื้นที่ราคาปรับขึ้น 1,500 - 1,800 บาท&nbsp;</p><p>นางสาวณัฐธิดา กล่าวอีกว่า ยังพบปัญหาปุ๋ยปลอมและปุ๋ยด้อยคุณภาพ มีการนำดินมาปั้นผสมกับปุ๋ยยูเรียทำให้ เกษตรกรถูกเอาเปรียบ แม้รัฐบาลจะมีมาตรการปุ๋ยธงเขียวพลัส แต่เกษตรกรจำนวนมากยังเข้าถึงได้ยาก และปุ๋ยไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น หากสถานการณ์ปุ๋ยยูเรียยังไม่คลี่คลาย ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งหาแนวทางรับมือ ว่าจะมีปุ๋ยเคมีสูตรอื่นที่สามารถทดแทนได้หรือไม่ รวมถึงมีการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพในช่วงแรกอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเร่งนำเข้าและกระจายปุ๋ยยูเรีย ให้ทันต่อฤดูเพาะปลูกในช่วงถัดไป และจะมีมาตรการอื่นๆ เพื่อชดเชยต้นทุนให้กับเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม หรือไม่ เช่น มาตรการการช่วยลดภาระค่าน้ำมันช่วงการเก็บเกี่ยว หรือการสนับสนุนโดรนการเกษตร เพื่อให้การฉีดพ่นอย่างแม่นยำและประหยัดขึ้น ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการกำกับดูแลราคาและป้องกันปุ๋ยปลอมในท้องตลาดอย่างไร ตนมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการอย่างทันท่วงที ก่อนที่เกษตรกรไทยจะแบกรับต้นทุน จนไม่เหลือผลกำไรจากการทำกิน</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/7GXCfjO21</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/7GXCfjO21</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 03:25:28 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 03:19:29 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9jNjc3Y2ZjZDZiOWJjZTEyOTMzYTdmNDgwNTJjNDY1Yy5wbmc=</url><description>สส.ณัฐธิดา เทพสุทิน พรรคเพื่อไทย ขอ ก.เกษตรและสหกรณ์-พาณิชย์ เร่งหามาตรการแก้ปัญหาปุ๋ย-ลดต้นทุนให้เกษตรกร ทันฤดูเพาะปลูกในช่วงถัดไป ก่อนแบกรับต้นทุน จนไม่เหลือผลกำไร</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลปลื้ม 20 เยาวชน ODOS ล็อตแรกถึงสหรัฐฯ อย่างปลอดภัย เดินหน้าเปิดรับสมัครทุนรุ่น 2 อีก 100 ทุน ถึง 15 มิ.ย. นี้]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8wOWU3NTRiNGRhNDU1OWJiNWM0NTIwYTRlNjRhZGVmNS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนทุนโครงการ ODOS (Outstanding Development Opportunity Scholarship) รุ่นแรก จำนวน 20 คน ที่ได้เดินทางถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคณะนักเรียนได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติบอสตัน ก่อนเดินทางต่อเข้าสู่โรงเรียน Brewster Academy เมืองวูล์ฟโบโร (Wolfeboro) มลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในครั้งนี้</p><p>ล่าสุด สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหรัฐอเมริกา รายงานว่า นักเรียนทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีอาการเจ็บป่วย และสามารถเดินทางถึงที่พักอย่างปลอดภัย โดยได้เข้าห้องพัก เก็บสัมภาระ และเตรียมเข้ารับการชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน รวมถึงกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านการเรียนและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ (Proactive Preparatory Session) ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างมั่นใจ</p><p><strong>“รัฐบาลมีความภาคภูมิใจที่ได้เห็นเยาวชนไทยก้าวออกไปเปิดโลกการเรียนรู้ในระดับนานาชาติ โครงการ ODOS ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน ก.พ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพได้พัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ เพื่อนำกลับมาต่อยอดในการพัฒนาประเทศในอนาคต”</strong> ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว</p><p>ความสำเร็จของนักเรียน ODOS รุ่นแรก สะท้อนว่า โอกาสทางการศึกษาสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตและสร้างอนาคตใหม่ให้กับเยาวชนไทยได้ รัฐบาลจึงขอเชิญชวนนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ สมัครเข้ารับการคัดเลือกในโครงการทุนการศึกษา ODOS รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งขณะนี้เปิดรับสมัครแล้ว</p><p>สำหรับทุน ODOS รุ่นที่ 2 สำนักงาน ก.พ. เปิดรับรวม 100 ทุน สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 3 ที่มีผลการเรียนดี มีศักยภาพ และได้รับทุนภายใต้โครงการ ODOS ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ (STEM) และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ณ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย</p><p>ทุนดังกล่าวครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นทั้งหมด ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าคอมพิวเตอร์ ค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง และค่าใช้จ่ายรายเดือนตลอดระยะเวลาการศึกษา เพื่อให้ผู้ได้รับทุนสามารถมุ่งเน้นการเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย</p><p>ทั้งนี้ <strong>ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบข้อเขียนในวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ซึ่งประกอบด้วยวิชาภาษาอังกฤษและการวัดความสามารถด้าน STEM</strong></p><p>อ่านรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://odos.ocsc.go.th/ODOSRegisterWeb/home" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://odos.ocsc.go.th/ODOSRegisterWeb/home</a></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/0JzBLqkOS</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/0JzBLqkOS</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 05:22:50 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 02:59:08 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8wOWU3NTRiNGRhNDU1OWJiNWM0NTIwYTRlNjRhZGVmNS5wbmc=</url><description>รัฐบาลปลื้ม 20 เยาวชน ODOS ล็อตแรกถึงสหรัฐฯ อย่างปลอดภัย เดินหน้าเปิดรับสมัครทุนรุ่น 2 อีก 100 ทุน ต่อยอดฝันเด็กไทยสู่เวทีโลกถึง 15 มิ.ย. นี้</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['รมช.อัครนันท์' ลุยนครศรีฯ-พัทลุง-สงขลา ห่วงคุณภาพชีวิตครู สกร. รุดดูบ้านพักครูสร้างมา 30 ปีแล้ว]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80YTc3OTNjMzU2ZTg0ZDkyYmI0OTIyM2NjZmI2YmVjOS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ คุณปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษาของ รมช.ศธ. และ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นำคณะลุยตรวจราชการเชิงรุก ณ สกร.อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช วิทยาลัยการพาณิชย์นาวี โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช สกร.อำเภอเมืองพัทลุง และ สกร.ส่วนกลาง จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและรับฟังปัญหาในพื้นที่อย่างใกล้ชิด</p><p>นายอัครนันท์ กล่าวว่า ศธ. เตรียมเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพการเรียนรู้ของ สกร. อย่างจริงจัง พร้อมปรับหลักสูตรของ สกร. สู่ "หลักสูตรสมรรถนะ 100%" และคุมเข้มคุณภาพหนังสือเรียนในปี 2570 ควบคู่กับการลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคืนเวลาให้ครูได้ทุ่มเทกับการสอนอย่างแท้จริง</p><p>นายอัครนันท์ กล่าวต่ออีกว่า ในการตรวจราชการพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ ยังได้ลงดูสภาพบ้านพักครูของ สกร.จังหวัดพัทลุง สกร ส่วนกลาง จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รมช.ศธ. พบว่าบ้านพักครูบางส่วนมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เพราะสร้างมานานกว่า 30 ปี จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม จึงได้รายงานข้อมูลและประสานไปยังส่วนกลางเพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณดำเนินการโดยเร็ว</p><p>นายอัครนันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การศึกษาไทยจะก้าวหน้าได้ ต้องเริ่มจากการบริหารงบประมาณที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ขอเพิ่ม "ปัญหาของเราวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ไม่มีเงิน แต่เรามีเงินแล้วบริหารแบบตามมีตามเกิด" นักการเมืองก็กลัวเรื่องคะแนนเสียงจนไม่กล้าแก้ปัญหาจริงๆ แต่ผมพร้อมเผชิญความจริง เพราะอยากให้เด็กเข้ามาเรียนแล้วมีความสุขด้วย ได้ความรู้ด้วย นั่นคือสิ่งที่การศึกษาไทยต้องเป็น</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yZDgzNzhmYjZlNDIzMzhmZDU1ZWNkNTljMDA0ZmVhNC5qcGc=" alt="บ้านพักครู"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/Y70HTPDL-</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/Y70HTPDL-</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 02:39:45 +0000</updated><pubDate>Mon, 08 Jun 2026 02:33:00 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80YTc3OTNjMzU2ZTg0ZDkyYmI0OTIyM2NjZmI2YmVjOS5wbmc=</url><description>&apos;อัครนันท์&apos; รมช.ศธ. ลุยนครศรีฯ-พัทลุง-สงขลา ห่วงคุณภาพชีวิตครู สกร. รุดดูบ้านพักครูสร้างมา 30 ปีแล้ว เร่งรัดส่วนกลาง จัดสรรงบซ่อมแซม</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' เตรียมยกระดับประมงพื้นบ้าน-เศรษฐกิจชุมชนชายฝั่ง นำงานวิจัยและนวัตกรรมมาแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85MDJjYTIxYTk2NzY1MGQwZDYwZjlkY2UxZTBhOWQyOC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดสงขลา โดยได้เดินทางไปยังบ้านปลาหมายเลข 9 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทะเล ประมงพื้นบ้าน และการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนชายฝั่ง</p><p>ภายในพื้นที่ได้มีการจัดแสดงผลงานและนวัตกรรมเพื่อชุมชน แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก โดยส่วนแรกมุ่งเน้นด้านประมงพื้นบ้านและการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง มีการนำเสนอ “บางแก้วโมเดล” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนบนฐานประมงพื้นบ้าน โครงการบ้านปลามีชีวิต และการอนุรักษ์ปลาสามน้ำในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางสังคม ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพทางเลือก ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และสนับสนุนการอนุรักษ์โลมาอิรวดี นอกจากนี้ ยังมีผลงานเด่นอย่างการแยกเชื้อโพรไบโอติกจากลำไส้กุ้งขาวแวนนาไมเพื่อยับยั้งเชื้อ Vibrio spp. การสร้างบ้านปลาและปลูกเตยทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่ชายหาดพร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จักสาน รวมถึงระบบบริหารจัดการภัยพิบัติเชิงพื้นที่ผ่านเรือจ่ายไฟฉุกเฉินพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบติดตามระดับน้ำพร้อมแจ้งเตือนแบบ Real-time</p><p>สำหรับส่วนที่สอง เป็นการมุ่งเน้นยกระดับเศรษฐกิจชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วยนวัตกรรมด้านการเกษตร เช่น ระบบติดตามความเค็มและการพยากรณ์ล่วงหน้าเพื่อการจัดการ “ข้าวนาริมเล” ในจังหวัดพัทลุง ให้สามารถรองรับภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้ง การพัฒนาข้าวทนเค็มและเทคโนโลยีการผลิตข้าวสำหรับพื้นที่น้ำเค็มรุกล้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมนาเล นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าของ “เหลียงใบใหญ่” และการผลักดัน “น้ำผึ้งมรกตจากชันโรง” ให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อเพิ่มรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p>ปิดท้ายภารกิจการลงพื้นที่ คณะผู้บริหารได้ลงเรือเพื่อเยี่ยมชมสภาพแวดล้อมจริงของบ้านปลาหมายเลข 9 พร้อมทั้งได้ร่วมกันทำการปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แหล่งน้ำ</p><p>จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ถึงความสำคัญของการนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์พยากรณ์อากาศและติดตามระดับน้ำแบบ Real-time เพื่อการแจ้งเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินให้แก่ชุมชน</p><p>พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำถึงนโยบายการผลักดันเศรษฐกิจภาคใต้ผ่านโครงการ Southern Wellness ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือร่วมกับหลายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานในพื้นที่ โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในประเด็นนี้ว่า</p><p>"ภาคใต้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เราได้สนับสนุนโครงการ Southern Wellness ซึ่งหวังว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจภาคใต้โตขึ้น ไม่ใช่แค่การเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสวยงามด้วย"</p><p>นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังมีแนวทางปรับโฉมการให้ทุนวิจัย โดยมุ่งเน้นการขยายผลเชิงเศรษฐกิจอย่างครบวงจร (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) จากทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น โดยได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของงานวิจัยที่ต่อยอดได้จริงในหลายมิติ ได้แก่</p><p>การยกระดับเศรษฐกิจทางทะเลและประมง - การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหารระดับมิชลิน การเพิ่มมูลค่าปลิงทะเล การเพาะพันธุ์ปลาพวงชมพู และปลาชะโอน รวมถึงไฮไลต์สำคัญอย่างนวัตกรรม "บ้านปลามีชีวิต" ที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ท้องทะเล และสร้างรายได้ให้ชาวประมงอย่างยั่งยืน</p><p>การพัฒนานวัตกรรมการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน: การติดตั้งเซนเซอร์แจ้งเตือนระดับความเค็มของน้ำเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวริมทะเลสาบสงขลา การวิจัยพันธุ์ข้าวทนน้ำเค็ม การแปรรูปเพิ่มมูลค่าพืชผลท้องถิ่นอย่างใบเหลียงใบใหญ่ให้เป็นผลิตภัณฑ์ขนมอบแห้ง ตลอดจนการยกระดับกาแฟโรบัสต้า และการส่งเสริมพันธุ์ไก่เบขาจากเบตงและสงขลาที่มีคอลลาเจนสูง</p><p>การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติระดับสากล: การขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์โลมาอิรวดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนในสัดส่วนคนละครึ่งร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) เพื่อรักษาระบบนิเวศควบคู่ไปกับการรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน</p><p>ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่ ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวสรุปถึงหัวใจสำคัญของการทำงานวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไว้ว่า</p><p>"งานวิจัยที่ดีที่สุดคือการเริ่มต้นจากโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ใช้พื้นที่เป็นที่ยึดโยง และให้คนในพื้นที่เป็นแกนหลัก หากเราสามารถสนับสนุนการวิจัยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำได้สำเร็จ ประเทศไทยก็จะมี New Growth Engine ใหม่ที่ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล แต่เกิดจากทรัพย์สินที่อยู่ในแผ่นดินของเราเอง"</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/CwTpqvU-7</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/CwTpqvU-7</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 14:59:04 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 14:47:28 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85MDJjYTIxYTk2NzY1MGQwZDYwZjlkY2UxZTBhOWQyOC5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; เตรียมยกระดับประมงพื้นบ้าน-เศรษฐกิจชุมชนชายฝั่ง นำงานวิจัยและนวัตกรรมมาแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์พยากรณ์อากาศและติดตามระดับน้ำแบบ Real-time เพื่อการแจ้งเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ทวี' ห่วงโครงการ Ai พันล้าน แนะรัฐอุดช่องโหว่ เงื่อนไขซ่อนเร้น ไม่ระบุปริมาณ Token TH-AI Passport]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wMy85NDYzMTEwM2UxNWZiMjIxYTkzMjI2ZjViNWVjMTRiNC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 7 มิถุนายน 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และ ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เผยแพร่ข้อความ ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้&nbsp;</p><p><strong>โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,650 ล้านบาท “วิกฤตงบประมาณกองทุนหมุนเวียน”</strong></p><p>โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) มูลค่าสูงถึง 1,650 ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งดึงเม็ดเงินมาจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังถูกสังคมโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะตั้งคำถาม และตรวจสอบอย่างหนักถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าเงินแผ่นดิน</p><p>เมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเปรียบเทียบกับเอกสารรายงานผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนประจำปีบัญชี 2566 ของกรมบัญชีกลาง พบหลักฐานที่น่ากังวลอย่างยิ่ง&nbsp;</p><p>ปัจจุบันประเทศไทยมีกองทุนหมุนเวียนที่ถูกประเมินผลจำนวน 113 กองทุน มีสินทรัพย์รวมกันสูงกว่า 5 ล้านล้านบาท โดย กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดเป็นทุนหมุนเวียนประเภทเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมด้านดิจิทัลและระบบนิเวศไอทีของชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ของภาครัฐและประชาชนส่วนรวมโดยไม่มุ่งหวังผลกำไร ในลักษณะการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า&nbsp;</p><p>ทว่า ผลการประเมินภาพรวมโดยกรมบัญชีกลางในส่วนรายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญประจำปีบัญชี 2566 “ไม่สามารถบ่งบอกความสำเร็จของแต่ละแผนงาน/โครงการได้อย่างชัดเจนตามตัวชี้วัดที่กำหนดทั้งเชิงปริมาณ/เชิงคุณภาพและเป้าหมาย”โดยได้คะแนนผลการประเมินเฉลี่ยเพียง 3.5841 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมของทั้ง 113 กองทุนหมุนเวียนซึ่งอยู่ที่ 4.1733 คะแนนอย่างเห็นได้ชัด โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะอย่างเป็นทางการจากกรมบัญชีกลางว่า “ผลตอบแทนทางสังคมของโครงการที่กองทุนฯให้การสนับสนุนไม่สามารถนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพิจารณาได้”</p><p>แต่แทนที่หน่วยงานจะเร่งรัดปรับปรุงประสิทธิภาพตามคำเตือน ขอบเขตของงานหรือ TOR โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,650 ล้านบาทที่ประกาศเชิญชวนผู้สนใจเข้าประมูลฉบับนี้ กลับยิ่งสะท้อนปัญหางบประมาณใน 4 ประเด็นหลัก คือ</p><p>ประเด็นแรก ในข้อ 1 และ ข้อ 2.1 ซึ่งเป็นเป้าหมายโครงการ ระบุเพียงว่าต้องการให้คนไทยจำนวนอย่างน้อย 5,000,000 คน สามารถเข้าถึงและใช้งาน Generative AI ได้ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยระบุแค่จำนวนคนและกรอบเวลา&nbsp;</p><p>แต่กลับจงใจไม่ระบุปริมาณ Token ซึ่งคือชิ้นส่วนที่ AI ใช้อ่านและตอบข้อความ ในทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์&nbsp;</p><p>การถามคำถาม 1 ครั้งต้องใช้ประมวลผลหลายร้อย Token และต้องส่งไปประมวลผลที่ Data Center ที่กินไฟฟ้ามหาศาล ปริมาณ Token จึงเท่ากับต้นทุนเนื้อเงินที่รัฐต้องจ่ายจริง การที่ไม่มีการระบุและควบคุมเพดาน Token รวมขั้นต่ำไว้ในข้อใดเลย ถือเป็นเจตนาเปิดช่องโหว่เชิงโครงสร้างทางกฎหมายให้เอกชนผู้ชนะประมูลสามารถกินกำไรส่วนต่างขนาดยักษ์เข้ากระเป๋าตัวเองได้อย่างง่ายดายจากเงินที่แบ่งจ่ายงวดงานละ 330 ล้านบาท กลายเป็นกรณีที่รัฐอาจต้องยอมรับการส่งมอบงานกระดาษครบถ้วนตามสัญญา แต่ประชาชนกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง</p><p>ประเด็นที่สอง การเกิดเงื่อนไขซ่อนเร้นที่ดัดแปลงนิยาม งบลงทุน ให้กลายเป็นงบสันทนาการส่วนตัว เอื้อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐเดินทางไปดูงานสันทนาการหรูหราโดยที่สังคมไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ โดยปรากฏหลักฐานชัดเจนใน TOR ถึง 3 จุด คือ</p><p>-จุดแรก ข้อ 4.4.1.4 บังคับให้บริษัทเอกชนผู้ชนะประมูลต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดทริปศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สถานที่จริงของเจ้าของผลิตภัณฑ์ ให้เจ้าหน้าที่ สดช. ไม่น้อยกว่า 10 คน บินลัดฟ้าสู่สหรัฐอเมริกาหรือยุโรป มูลค่าสูงถึง 3-5 ล้านบาท โดยไม่มีการระบุผลงานส่งมอบองค์ความรู้ใด ๆ กลับคืนมาสู่รัฐ</p><p>-จุดที่สอง ข้อ 4.3.1.7 และ 4.4.2.8 บังคับเอกชนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศนับสิบเที่ยว ค่าห้องพักโรงแรม และค่าอาหารหรูให้เจ้าหน้าที่รัฐคราวละ 5 คน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ</p><p>-จุดที่สาม ค่าใช้จ่ายสันทนาการและการดูแลเหล่านี้ แท้จริงแล้วจะถูกเอกชนนำไปบวกเพิ่มรวมกลับเข้ามาในราคากลาง 1,650 ล้านบาทที่รัฐต้องจ่าย แทนที่เงินกองทุนหมุนเวียนจะถูกนำไปพัฒนาเทคโนโลยีของคนไทยให้คุ้มค่า แต่กลับถูกทอนไปเป็นค่ากิน เที่ยว พักผ่อนของข้าราชการบางกลุ่ม</p><p>ประเด็นที่สาม การตั้งเงื่อนไขแฝงและการส่อล็อกสเปกทำให้บริษัทเอกชนไทยและกลุ่ม EdTech ในประเทศที่มีฝีมือดีแต่ไม่มีเงินสำรอง และไม่สามารถเข้าเงื่อนไขแปลกใหม่พิเศษด้านการจัดโฆษณาผ่านจอดิจิทัล จอทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดไม่น้อยกว่า 400 จุด&nbsp;ภายในร้านสะดวกซื้อทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 6,000 จุด ภายในและนอกห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 10 สาขา จำนวนจอไม่น้อยกว่า 200 จุด ที่เป็นเงื่อนไขส่อไปทางกีดกันและต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมตั้งแต่ปากทาง เปิดทางให้เกิดกลุ่มทุนรับเหมาไอทีรายใหญ่เข้ามาผูกขาดและจ้างช่วงงานกินส่วนต่าง</p><p>ประเด็นที่สี่ ประเด็นที่ฉกรรจ์และเป็นความจริงเชิงโครงสร้างคือเรื่องของระบบการประมวลผล ใน TOR ข้อ 4.2.2.1 กำหนดความต้องการทางเทคนิคให้ระบบต้องรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้จำนวนไม่น้อยกว่า 500,000 คน ณ ชั่วโมงเดียวกัน ซึ่งการประมวลผลคำสั่งของ Generative AI รุ่น Pro หรือ Premium ในสเกลขนาดนี้ ต้องใช้ทรัพยากรการประมวลผลมหาศาล เนื่องจาก TOR ไม่ได้ระบุจำนวน token หรือขีดจำกัดการใช้งานต่อคนไว้ ทำให้ไม่มีกลไกควบคุมต้นทุนที่ชัดเจน</p><p>แต่ทว่า เนื่องจากโมเดลเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติภายนอกประเทศ แม้บริษัทเหล่านั้นจะเข้ามาตั้งโรงงาน Data Center ในไทยเพื่อใช้พลังงานไฟฟ้าของเรา แต่ขุมพลังงานและการควบคุมส่วนใหญ่ยังคงอยู่ภายใต้อาณาเขตและเงื่อนไขของกลุ่มทุนข้ามชาติ</p><p>การจ่ายเงิน 1,650 ล้านบาทจากระบบกองทุนหมุนเวียนไปกับการเช่าใช้ปัญญาประดิษฐ์ต่างชาติเพียงแค่ 1 ปี เท่ากับการปล่อยให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศไปสู่กลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม โดยสร้างผลตอบแทนเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่จับต้องแทบไม่ได้ ภาพในอนาคตจากโครงการนี้คือ ประเทศไทยยังคงต้องถูกคนอื่นควบคุมระบบ AI ได้ทุกเมื่อ โอกาสที่จะมี AI ของตนเองเป็นโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลภายในประเทศจึงเป็นได้แค่ความฝัน ทั้งที่มันคือเรื่องของ “อำนาจอธิปไตยของชาติ” ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี..</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/3JG8JrcwP</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/3JG8JrcwP</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 14:47:23 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 14:43:15 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wMy85NDYzMTEwM2UxNWZiMjIxYTkzMjI2ZjViNWVjMTRiNC5wbmc=</url><description>พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ห่วงโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,650 ล้านบาท “วิกฤตงบประมาณกองทุนหมุนเวียน” แนะรัฐอุดช่องโหว่ เงื่อนไขซ่อนเร้น ไม่ระบุปริมาณ Token TH-AI Passport</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['นิกร' นำทีม พม. มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม ช่วยกลุ่มเปราะบางในพื้นที่นิคมฯ พิมาย]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi84NDk0ZjNjMTk1NTVmZDZlMTExNjNiMGQzZjhlZWMzOC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 6 มิถุนายน 2569 <strong>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)</strong> ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเปราะบาง พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการสังคม โดยมี คณะผู้บริหารกระทรวง พม. พร้อม ทีม พม. จังหวัดนครราชสีมา , ผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ นิคมสร้างตนเองพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา</p><p>โอกาสนี้ มีการมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. อาทิ หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) , หนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคม ,&nbsp;เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง , เงินสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน , งบประมาณสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงและบ้านมั่นคงเมือง , งบประมาณสนับสนุนบ้านพลังงานทดแทน และ งบประมาณสนับสนุนที่อยู่อาศัยชั่วคราวกรณีไฟไหม้&nbsp;อีกทั้งเยี่ยมชมบูธกิจกรรมและผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มอาชีพสมาชิกนิคมฯ</p><p><strong>รมว.นิกร </strong>กล่าวว่า วันนี้ มีการมอบหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) และหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคม เป็นการสร้างความมั่นคงด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่พี่น้องประชาชนและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเปิดโอกาสในการเข้าถึงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นิคมฯ สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน</p><p>ปัจจุบัน นิคมสร้างตนเองพิมาย มีพื้นที่กว่า 60,575 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอพิมาย อำเภอห้วยแถลง และอำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา มีสมาชิกนิคมฯ จำนวน 3,326 ครอบครัว โดยได้ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ (น.ค.1) และหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) ให้แก่สมาชิกนิคมฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างหลักประกันในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างมั่นคง</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9hMGFjY2YwYWIwZjhiYzgxMTJiNTE4MjAzMzY4ZGRjMy5qcGc=" alt="นิกร พม มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yM2MzODk1YzM0M2JhY2Y5YmZmNTYyNDRiYmQ4OTM3Mi5qcGc=" alt="นิกร พม มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi81M2M0NDBjOWIxY2VlMzgwNzVkODgxNWU2ODliZDI5Zi5qcGc=" alt="นิกร พม มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9lYjA4N2NhZjY5Mjc0ZDEzMzg1YTEwOGRhOTA4ZjcyOS5qcGc=" alt="นิกร พม มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83OWNlNDA0ZWExM2ZiMzkwNDgzMjRhYzlhYzNmZGRmYS5qcGc=" alt="นิกร พม มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85NTdmODgxYTEwYThjZmZlY2QzYjRiNmFmMGUzODllYy5qcGc=" alt="นิกร พม มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yMWVlOTQzYmJjYTA5MDUyNzg1NjY5YWY0ODNiYTc5NC5qcGc=" alt="นิกร พม มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/5xBgVND-i</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/5xBgVND-i</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 14:30:01 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 13:52:03 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi84NDk0ZjNjMTk1NTVmZDZlMTExNjNiMGQzZjhlZWMzOC5wbmc=</url><description>&apos;รมว.นิกร&apos; นำทีม พม. มอบที่ดินทำกิน-สิทธิสวัสดิการสังคม ช่วยกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ณ นิคมสร้างตนเองพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['นิกร' รมว.พม. จับมือ 'ประเสริฐ' รมว.ศธ. ผนึกกำลังเครือข่ายโคราช หนุน 4 แนวทางสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนสำหรับเด็ก]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80NTcxYWQ5ZjRkNGE5MzcyNDM4OGY0MDBhYzU3OGE1OS5wbmc=/640/330" /></p><p>เมื่อวันที่วันที่ 6 มิถุนายน 2569 <strong>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)</strong> ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเปิดกิจกรรม KICK OFF โครงการ “เปิดเทอมใหม่ โรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก (Child Friendly School)” ประจำปี 2569 โดยมี<strong>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)&nbsp;</strong>กล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยและพื้นที่สร้างสรรค์ในสถานศึกษา พร้อมด้วย นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวรายงาน , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , ทีม พม. จังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชน เข้าร่วม ณ โรงเรียนพิมายวิทยา อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา</p><p>โอกาสนี้ มีการมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจด้านเด็กและเยาวชนของกระทรวง พม. ได้แก่ เงินสนับสนุนการศึกษาแก่ผู้แทนเด็กโครงการ Thailand Zero Dropout เด็กที่พ้นจากสิทธิ , เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด , เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน , อุปกรณ์การเรียน และป้ายโรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก</p><p><strong>รมว.นิกร</strong> กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” เพราะเด็กทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม รวมถึงโลกออนไลน์ ทั้งนี้ ตนได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ขับเคลื่อนงานคุ้มครองเด็กเชิงรุก ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในทุกมิติ และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กในทุกรูปแบบ การถูกทอดทิ้ง การกลั่นแกล้ง หรือการละเมิดสิทธิ&nbsp;ซึ่งมีการลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคีเครือข่าย รวม 18 หน่วยงาน</p><p><strong>รมว.นิกร</strong> กล่าวต่อไปว่า โครงการ “เปิดเทอมใหม่ โรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก (Child Friendly School)” ในวันนี้ เป็นการสนับสนุนให้เด็กกลุ่มเปราะบางเข้าถึงระบบการศึกษาและได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนจากหุ้นส่วนการพัฒนาสังคม อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย และการสนับสนุนให้ประชาคมภายในโรงเรียน (ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน) มีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนาระบบความปลอดภัยในโรงเรียน</p><p><strong>รมว.นิกร</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” นั้น ตนได้เน้นย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน 4 ประการ ได้แก่ </p><p>1) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีการพัฒนาระบบ SAFE SCHOOL เพื่อเป็นกลไกรับแจ้งเหตุในสถานศึกษา ขณะที่กระทรวง พม. มีการขับเคลื่อน “ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม.โทร. 1300” ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และมีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เด็กเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นความลับ </p><p>2) กระทรวง พม. ร่วมดูแลเด็กและครอบครัวเปราะบาง ผ่านการจัดสวัสดิการสังคมที่ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา ความเป็นอยู่ สุขภาพ ความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง </p><p>3) การบูรณาการการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่โดยใช้กลไกทีมสหวิชาชีพ , พม.จังหวัด , หน่วยงานการศึกษา , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเฝ้าระวัง คัดกรอง และช่วยเหลือเด็กอย่างเป็นระบบ ผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบฐานข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็น “หนึ่งทีม หนึ่งเป้าหมาย”</p><p>4) การสร้างโรงเรียนปลอดภัยควบคู่กับชุมชนปลอดภัย เพราะความปลอดภัยของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงเรียน แต่ต้องเกิดขึ้นในครอบครัว ชุมชน และสังคมรอบตัวเด็กด้วย ซึ่ง กระทรวง พม. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก และสร้างเครือข่ายชุมชนปลอดภัยควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงเรียนปลอดภัยทั่วประเทศ</p><p>นอกจากนี้ ตนพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ยังได้เดินทางไปลงพื้นที่ ณ ศูนย์การเรียนรู้ตําบลรังกาใหญ่ อําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเรียนรู้วิถีชุมชน “ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่โอกาสสร้างอาชีพ” พร้อมทั้งพบปะพูดคุยกับแกนนำสภาเด็กและเยาวชน จาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เข้าร่วมโครงการเยาวชนต้นกล้าดี : สำนึกรักบ้านเกิด (U.D. มีโอกาส)</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8xODlhNjViYWY3ZDU3NDZmNmQ2M2VjYmEyNWFlYjdkMy5qcGc=" alt="717231238_926526150402096_3764140818037861753_n.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9iYWUwNjg3MWQ0ZGJiODg4ZDAyNzg3ZWUxOGFjN2I0ZS5qcGc=" alt="716845086_926526140402097_4182969635309865198_n.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85Yjg4NDYxMzdlMDNlNmVjNTlkMTM5ZmQwNDAyYzMyMS5qcGc=" alt="717132647_926526030402108_9150808098096602317_n.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9mZTUxM2FhZWQyZmVkNTc5YWNhZDVmN2MyNTgzYTlhYS5qcGc=" alt="716812791_926526087068769_1194256372453859437_n.jpg"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/zkJ0oo_pl</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/zkJ0oo_pl</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 13:51:21 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 13:22:02 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi80NTcxYWQ5ZjRkNGE5MzcyNDM4OGY0MDBhYzU3OGE1OS5wbmc=</url><description>&apos;นิกร&apos; รมว.พม. จับมือ &apos;ประเสริฐ&apos; รมว.ศธ. ผนึกกำลังเครือข่ายโคราช หนุน 4 แนวทางสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนสำหรับเด็ก KICK OFF โครงการ &apos;เปิดเทอมใหม่ โรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก (Child Friendly School)&apos; ประจำปี 2569</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[พาณิชย์-เกษตรฯ ลุยแก้ปัญหากุ้งไทย หลังมาเลเซียระงับนำเข้าตั้งแต่ 1 มิ.ย. เร่งดูดซับผลผลิต เปิดตลาดใหม่ ป้องกันราคาหน้าฟาร์ม]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyMS0wMS9hZDIxNzJmMjk2YjFiOTEzODZlMTg2NmFlODg5MmFiNC5qcGc=/640/330" /></p><p>วันที่ 7 มิถุนายน 2569 จากกรณีทางการมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งกำหนดแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแล้ว ทั้งมาตรการเฉพาะหน้าและแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว</p><p>นายกรัฐมนตรีห่วงใยถึงความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรอย่างมาก และได้กำชับในที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เร่งเจรจากับมาเลเซียโดยเร็ว พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบ ไม่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะในภาคใต้</p><p>โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการป้องกันราคากุ้งหน้าฟาร์มตกต่ำ และการดูแลผลผลิตที่อาจได้รับผลกระทบต่อเนื่อง เพราะอุตสาหกรรมกุ้งเกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร ผู้รวบรวม โรงงานแปรรูป ผู้ส่งออก และแรงงานจำนวนมาก</p><p>สำหรับมาตรการล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 13 มาตรการ โดยตั้งเป้าดูดซับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบประมาณเดือนละ 400 ตัน ใกล้เคียงกับปริมาณส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซียเฉลี่ยเดือนละ 300–400 ตัน หรือมูลค่าราว 44 ล้านบาทต่อเดือน</p><p>มาตรการระยะสั้นจะเดินทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเร่งเปิดตลาดผ่านกิจกรรมในจีน ทั้ง Top Thai Brands ที่คุนหมิงและเซี่ยเหมิน Thailand Week ที่ต้าเหลียนและหลานโจว รวมถึงการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ และการโปรโมตกุ้งไทยในงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก SIAL</p><p>ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในจะกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ผ่านกิจกรรม “หรอยริมเร” ที่ภูเก็ต ประสานห้างท้องถิ่นในพื้นที่ท่องเที่ยว เปิดจุดรับซื้อกุ้งในจังหวัดเป้าหมาย เชื่อมโยงผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป และผู้รับซื้อให้รับตรงจากแหล่งผลิต พร้อมนำโครงการไทยช่วยไทยพลัสและธงฟ้าเข้าช่วยระบายสินค้า</p><p>สำหรับระยะยาว กรมประมงและสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ จะเร่งหารือกับทางการมาเลเซียเพื่อคลี่คลายปัญหา ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ติดตามใกล้ชิด และเตรียมยกระดับประเด็นเข้าสู่เวที WTO และอาเซียน หากจำเป็น</p><p>"หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเดินหน้าแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ&nbsp;รัฐบาลมีเป้าหมายคือปกป้องเกษตรกร รักษาราคาหน้าฟาร์ม เปิดตลาดสำรอง และลดความเสี่ยงสินค้าล้นตลาดให้ได้มากที่สุด" โฆษกรัฐบาลกล่าว</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/8unD0emeD</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/8unD0emeD</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 13:12:36 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 11:46:00 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyMS0wMS9hZDIxNzJmMjk2YjFiOTEzODZlMTg2NmFlODg5MmFiNC5qcGc=</url><description>พาณิชย์-เกษตรฯ รับลูกนายกฯ ลุยแก้ปัญหาหลังมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569  เพื่อเร่งดูดซับผลผลิต พร้อมเปิดตลาดใหม่ ป้องกันราคาหน้าฟาร์ม</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' ลุยปั้นภาคใต้ฮับ Wellness & Halal Economy ชูสมุนไพร GMP สร้างเงินยกระดับชุมชน ผสาน 5 วิจัยเด่น ม.อ.]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9hYjU4ODlhZTI1YjUxYzIzMTEzMDU3Yzk1Yzg0YzhmNi5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 7-8 มิ ย. โดยที่แรกที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา ได้ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตสารสกัดสมุนไพรทางการแพทย์และอาหารมาตรฐาน GMP โดย รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้นำเสนอศักยภาพของโรงงานต้นแบบดังกล่าว ซึ่งมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรมูลค่าสูงและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ ผู้ประกอบการ MSME พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม ผ่านการพัฒนาตลาด จับคู่พันธมิตรธุรกิจ และขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการส่งออกสมุนไพรไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล</p><p>หลังการนำเสนอ และหารือ ศ.ดร.ยศชนัน ให้ความเห็นว่า ทางกระทรวงฯ มีหมุดหมายที่ชัดเจนในการส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคำว่า Wellness ในที่นี้ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการแพทย์ อาหาร การเกษตรที่ดี การท่องเที่ยว ไปจนถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล</p><p>การจะผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายและการศึกษาวิจัยเชิงลึก เพื่อให้สามารถพิสูจน์ผลลัพธ์และคุณสมบัติต่างๆ ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงความรู้สึก ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้กับสินค้าและบริการ และผลักดันให้ภาคใต้เป็น ศูนย์กลางด้านสุขภาพ (Wellness Hub) อย่างแท้จริง</p><p>ภาคใต้ของเรามีจุดแข็งและข้อได้เปรียบด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากเรานำเรื่อง Wellness เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง จะยิ่งช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยขณะนี้เราได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายสถาบันการศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ขับเคลื่อนศูนย์การแพทย์อันดามัน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยทักษิณ รวมถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่พร้อมนำโจทย์ของพื้นที่มาศึกษาวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p><p>นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นการสร้างกลไกที่เอื้อต่อการลงทุน โดยหากเราสามารถพิสูจน์มูลค่าทางธุรกิจให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว งบประมาณและการสนับสนุนจะไม่จำกัดอยู่แค่ภาครัฐ แต่จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชน (Matching Fund) ทั้งในและต่างประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำจุดแข็งด้าน เศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) มาบูรณาการควบคู่ไปกับ Wellness Economy ซึ่งถือเป็นจุดขายที่โดดเด่นของภาคใต้ ที่จะช่วยดึงดูดผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และนักลงทุน ให้เข้ามาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สร้างความคึกคักให้กับระบบเศรษฐกิจ และพร้อมที่จะขยายโมเดลความสำเร็จนี้ไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศต่อไป</p><p>จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังตลาดเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อติดตามความก้าวหน้า 5 โครงการวิจัยเด่นที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ได้แก่ การพัฒนา "ไก่เบขลา" ไก่ลูกผสมโตไว ต้นทุนต่ำ และมีคอลลาเจนสูง ซึ่งถูกนำมาต่อยอดเป็นธุรกิจร้านข้าวมันไก่โดยนักศึกษาผู้ประกอบการ ควบคู่กับการผลักดันเป็นวัตถุดิบคุณภาพประจำจังหวัด นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง ได้แก่ การเลี้ยง "ปลาชะโอน" ด้วยเทคโนโลยีไบโอฟลอคอัจฉริยะที่ใช้พื้นที่น้อย ปลอดโรค และจัดการของเสียเป็นศูนย์ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนในสงขลาและพัทลุง รวมถึงการเพาะเลี้ยง "ปลาพลวงชมพู" ด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติและเครือข่ายไร้สาย (IoT) ที่ประสบความสำเร็จในการปรับพฤติกรรมปลาให้คุ้นชินกับฟาร์มจนพร้อมขยายผลสร้างโรงเพาะพันธุ์เพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกร</p><p>ในมิติของการอนุรักษ์และการเกษตรมูลค่าสูง มีการนำเสนอต้นแบบการผลิต "ปลิงทะเล" แบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะพันธุ์จนถึงการแปรรูป เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง โดยร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเกาะยาวน้อย จ.พังงา ช่วยสร้างอาชีพเสริมและตอบโจทย์เศรษฐกิจ BCG ปิดท้ายด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่าน "ศูนย์การเรียนรู้กาแฟโรบัสต้าภาคใต้" ที่ยกระดับสู่กาแฟคุณภาพสูง (Fine Robusta+) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ส่งผลให้เกษตรกรในสงขลาและสตูลเปลี่ยนผ่านจากการเน้นปริมาณมาเป็นคุณภาพ เกิดเป็นเครือข่ายนวัตกรชุมชนที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนจากผลิตภัณฑ์กาแฟได้แล้วกว่า 1.54 ล้านบาท</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9hYzlhZTgwNmY4NTk3NmU3ODFjNWJkYTM5YjEyYWNhOS5qcGc=" alt="ยศชนัน "><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9kZmIwOTk5MTBkYjBjYWYyZmJmOGFmMmU3NjRlZjM4Mi5qcGc=" alt="กระท่อม"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi84OWUxNmM0YTA3OWE2MTI2M2U3MjE0NmE4M2MzNGQzNi5qcGc=" alt="ปลิงทะเล"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82ZThlYTgzNmVlZDYzNjcwMTZlYTM4NDUzZTU5YTBkNi5qcGc=" alt="ปลาพวงชมพู"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yZGNkM2I1ZWM0NjY5Yzg4ODgwNDdmZWE2YWFlZGZiNy5qcGc=" alt="สาหร่าย"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9iZjczYWFkMDhhNWM5Y2VlY2QxZThmNTM3Yjc5MjY4MC5qcGc=" alt="S__26837304_0.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zZWZmZGU3OThmZWFhYjBhNDJkMjcwMGNlYWJmYzU4ZS5qcGc=" alt="ยศชนัน สงขลา"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/SkLHVuMNN</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/SkLHVuMNN</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Mon, 08 Jun 2026 06:52:44 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 10:42:43 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9hYjU4ODlhZTI1YjUxYzIzMTEzMDU3Yzk1Yzg0YzhmNi5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; ลุยสงขลา ปั้นภาคใต้ฮับ &apos;Wellness &amp; Halal Economy&apos; ชูสมุนไพร GMP สร้างเงินยกระดับชุมชน ผสาน 5 วิจัยเด่น ม.อ. ไก่เบขลา-ปลาชะโอน-ปลาพลวงชมพู-ปลิงทะเล-กาแฟโรบัสต้า พลิกโฉมรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ชัชชาติ' เบอร์ 9 ลุยบางกะปิ ชูนโยบายเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนการติดป้ายหาเสียง ต้องเสมอภาค เท่าเทียมกันทุกกลุ่ม]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi84Y2RmYTE5ZjI1Y2VmODgyYWU2OTdlYWE5YTk5NWM4MS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงเขตบึงกุ่ม บางกะปิ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนบริเวณตลาดปัฐวิกรณ์</p><p>โดยชัชชาติระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งหัวใจสำคัญคือการขับเคลื่อนบริษัทขนาดใหญ่ราว 1,400 แห่ง และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยหรือ SME กว่า 500,000 ราย ให้เดินหน้าควบคู่กันไปได้ เพราะต่างก็มีการจ้างงาน กลุ่มละประมาณ 3 ล้านคน&nbsp;</p><p>ทาง ทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ได้เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระดับเส้นเลือดฝอยผ่านการสร้าง “แพลตฟอร์ม กทม." เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมผู้ให้บริการระดับชุมชน เช่น ช่างซ่อมแอร์ หรือช่างประปา สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในโซนเดียวกันได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์ One-Stop Service และคลินิก SME เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการขอใบอนุญาตสำหรับกิจการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโฮสเทล</p><p>​นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว การยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงก็เป็นประเด็นสำคัญ ที่ต้องเดินหน้าต่อ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแผนต่อยอดจากสวนป่าชุ่มน้ำ 86 ไร่ โดยจะกระจายสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่อีกอย่างน้อย 6 แห่ง ขนาด 10 ไร่ขึ้นไป ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ&nbsp;</p><p>ในส่วนของการศึกษานั้น นายศานนท์ หวังสร้างบุญ ได้ระบุถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน ซึ่งเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ปีแรก รวมถึงการปรับพื้นที่ในโรงเรียนให้เป็นห้อง Maker Space เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จากการลงมือทำ พร้อมทั้งขยายโรงเรียนหลักสูตร 2 ภาษาและเปิดรับเด็กอนุบาลวัย 3 ขวบเข้าสู่ระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครอง&nbsp;</p><p>ขณะที่ด้านสาธารณสุข รศ.ดร. ทวิดา กมลเวชช ได้เล็งเห็นช่องว่างในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ จึงมีแนวคิดที่จะสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่บริเวณรอยต่อเขตวังทองหลาง บางกะปิ ดินแดง และลาดพร้าว เพื่ออุดรอยโหว่ของ Health Zone ให้บริการได้อย่างครอบคลุมที่สุด</p><p>ชัชชาติยังย้ำถึงจุดยืนเรื่องความเท่าเทียมในการใช้พื้นที่โฆษณาหาเสียง โดยพร้อมตรวจสอบและถอดป้ายออกทันที หากพบว่าในพื้นที่นั้น อนุญาตให้ตนเองติดป้ายหาเสียงได้ แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครรายอื่นติดได้ เพราะการหาเสียงต้องมีความเท่าเทียมกันทุกส่วน</p><p><strong>“เรื่องป้ายโฆษณาหาเสียง ผมเร่งให้ทีมงานไปตรวจสอบแล้ว ผมยึดหลักถ้าไม่ให้เพื่อนเราโฆษณา เราก็ไม่ควรได้โฆษณา ถ้าทีมงานตรวจสอบพบว่า ทีมอื่นไปขออนุญาตเหมือนกัน แต่มาเลือกโฆษณาให้เฉพาะเรา เราก็จะเอาออก เราต้องเท่าเทียมกัน เพื่อนเราไม่ได้ เราก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน” </strong>ชัชชาติกล่าว</p><p>ในช่วงท้าย ชัชชาติได้ฝากเน้นย้ำถึงประชาชนทุกคนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนบริหารจัดการเวลาเพื่อมาร่วมกันแสดงพลังบริสุทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/xHPYGcYlB</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/xHPYGcYlB</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 13:39:57 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 07:48:46 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi84Y2RmYTE5ZjI1Y2VmODgyYWU2OTdlYWE5YTk5NWM4MS5wbmc=</url><description>&apos;ชัชชาติ&apos; เบอร์ 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงเขตลุยบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบายเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนการติดป้ายหาเสียง ต้องเสมอภาค เท่าเทียมกันทุกกลุ่ม</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' มอบนโยบาย 9 มทร. ชูยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเป็น "มันสมอง-กระดูกสันหลัง" ของชาติ พร้อมพลิกโฉมงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zMGEzMWU2MTMyYjFmMzBiZWU4YmRjOTVlMDU5ZWY3Yy5wbmc=/640/330" /></p><p>เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุม นำเสนอยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง พร้อมมอบนโยบายและทิศทางการพัฒนาการอุดมศึกษาในอนาคต โดยมี พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ประธานที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ในฐานะประธาน ทปอ.มทร. และอธิการบดีมหาวิทยาลัย ทปอ. ทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวงและมหาวิทยาลัยของเราจะต้องเป็น "มันสมอง" และ "กระดูกสันหลัง" ให้กับประเทศ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือในทันทีที่เกิดวิกฤต การแก้ปัญหาที่ประสบความสำเร็จนั้น บางครั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเรา "เข้าใจปัญหา" อย่างแท้จริงหรือไม่ ดังเช่นการใช้ตุ๊กตาตำรวจตั้งไว้ที่ได้ผลในการควบคุมการจราจรมากกว่าการใช้เทคโนโลยีจับผิด ภารกิจสำคัญของเราคือการผลักดันนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงวัยทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geo-Political) เปลี่ยนแปลงไป เรายิ่งต้องมีความไวสูงในการสร้างหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) หรือระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถอัพสกิลและรีสกิล (Upskill/Reskill) ให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านของประเทศ</p><p>รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่จาก "เป็นอาจารย์แล้วต้องยากจน" มาเป็น "อาจารย์ต้องผลิตคนรวยและตัวอาจารย์เองก็รวยได้" ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่คนต้องการนำไปใช้จริง เราต้องมองข้ามการทำวิจัยเพียงเพื่อหวังตีพิมพ์เปเปอร์ให้ได้ตำแหน่งวิชาการหรือหวังรางวัลโนเบล แต่ต้องตั้งเป้าหมายว่างานวิจัยของเราจะถูกส่งมอบให้ใครนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ โอกาสของเรานั้นมหาศาลมากเมื่อมองไปที่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรถึง 600 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีความได้เปรียบอย่างมาก เนื่องจากเรามีระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ (MedTech) เทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics)</p><p>“นอกจากนี้ การสร้างสรรค์ผลงานวิจัยควรคำนึงถึงการสร้างคุณค่าร่วมกันตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการนำสารสกัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ในจังหวัดฉะเชิงเทรามาทำน้ำยาบ้วนปาก ซึ่งหากสินค้าขายดีก็จะช่วยสร้างความมั่งคั่งให้กับคนทั้งจังหวัด ในขณะเดียวกัน เราต้องคอยจับตาสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก เช่น ปัญหาน้ำมันในอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการทำ AI ในอินเดีย และลุกลามมาทำให้ราคายาในไทยแพงขึ้น การทำงานร่วมกันต่อจากนี้ จึงต้องอาศัยความเข้าใจในภาพรวม การปรับเปลี่ยนใช้วัตถุดิบทดแทน และการทำงานเป็นทีมเพื่อนำนวัตกรรมไปแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/0CgLC0oY4</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/0CgLC0oY4</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 07:41:12 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 07:30:08 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zMGEzMWU2MTMyYjFmMzBiZWU4YmRjOTVlMDU5ZWY3Yy5wbmc=</url><description>&quot;ยศชนัน&quot; มอบนโยบาย 9 มทร. ชูยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเป็น &quot;มันสมอง-กระดูกสันหลัง&quot; ของชาติ พร้อมพลิกโฉมงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งอัพสกิลคนไทยรับความผันผวนโลก</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[‘เผ่าภูมิ’ ยินดี คลังสานต่อ Negative Income Tax ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNS0xMi85NjU5MTAzZDM5MTc5MDA4NjQ5OWI1ZTEwZTQ3OGU1ZS5wbmc=/640/330" /></p><p>ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงการคลังเตรียมนำระบบภาษีเงินได้แบบติดลบ (Negative Income Tax, NIT) มาใช้ ว่า</p><p>ตนสนับสนุนและยินดีที่กระทรวงการคลังสานต่อระบบ NIT ที่รัฐบาลเพื่อไทยในขณะนั้นผลักดันมาโดยตลอด ซึ่งเป็นระบบที่ตอบโจทย์สำหรับสังคมไทยด้วยเหตุผล 1. มีแรงงานนอกระบบสูง 2. มีความเหลื่อมล้ำสูง 3. มีสวัสดิการกระจัดกระจาย 4. ขาดข้อมูลรายได้ประชากรที่เป็นระบบ ทั้ง 4 เหตุผลเป็นโจทย์ใหญ่ และ NIT เป็นเครื่องมือที่ดีมากในการตอบโจทย์เหล่านี้</p><p>NIT เป็นการโอนเงินตรงไปยังประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ แทนที่จะเสียภาษี กลับได้เงินโอนคืนเพื่อช่วยในการดำรงชีพ แต่ละท่านจะได้รับเงินโอนไม่เท่ากัน เดือดร้อนมากได้มาก ซึ่งจะตรงเข้าไปแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าสู่ระบบภาษี โดยที่ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งยังแก้ไขปัญหาเรื่องข้อมูลรายได้แรงงานนอกระบบ</p><p>โจทย์ท้าทายที่อยากฝากกระทรวงการคลังสำหรับเรื่องนี้</p><p>1. ช่วง phase‑in (รายได้ต่ำ – รัฐให้เพิ่มตามรายได้), plateau (ช่วงรับเงินคงที่) และ phase‑out (รายได้สูงขึ้น – เงินช่วยลดลง) จะตัดเกณฑ์รายได้เหล่านี้ที่เท่าไหร่ ที่ผ่านมาเคยศึกษาว่าตัวเลขที่เหมาะสมช่วง phase‑in อยู่ที่ราว 32,000 บาท/ปี ช่วง plateau อยู่ที่ราว 32,000-36,000 บาท/ปี และช่วง phase‑in อยู่ที่ราว 36,000-60,000 บาท/ปี โดยประชาชนได้รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี</p><p>2. ต้องพัฒนาระบบการตรวจสอบรายได้ของกรมสรรพากรให้เหมาะกับการยื่นรายได้ของประชาชนที่จะเข้ามาอย่างทวีคูณ</p><p>3. การเชื่อมโยงข้อมูลสวัสดิการระหว่างหน่วยงานในรูปแบบขอความร่วมมืออาจทำได้ในช่วงแรก แต่ระยะยาวควรออกเป็นกฎหมายโดยเฉพาะเกี่ยวกับ NIT และผนวกเรื่องส่งข้อมูลของหน่วยงานเข้าไปด้วยจะดีกว่า</p><p>4. นอกจาก NIT แล้ว ต้องมองเชิงระบบว่าจะเกลี่ยสวัสดิการที่กระจัดกระจายของไทยอย่างไร</p><p>5. ต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณ เราสามารถทำอย่างค่อยเป็นค่อยได้ก่อนได้ เริ่มจาก NIT แรงงานในระบบแล้วค่อยๆขยายไปสู่แรงงานนอกระบบ ตามงบประมาณที่เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/lwX2YXQvK</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/lwX2YXQvK</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 14:13:16 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 07:26:15 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNS0xMi85NjU5MTAzZDM5MTc5MDA4NjQ5OWI1ZTEwZTQ3OGU1ZS5wbmc=</url><description>‘เผ่าภูมิ’ ยินดี คลังสานต่อ Negative Income Tax ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ยศชนัน' เปิดงาน CWIE DAY 2026 พร้อมเดินหน้า CWIE 5.0 ชู 'เรียนได้งบ จบได้งาน' พลิกโฉมอุดมศึกษาไทย ปั้นกำลังคนคุณภาพรับโลกอนาคต]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82ZWQ3ZjYyY2U0Y2ZmNGFjYTZmZGYzNDk5OWMzN2Y4Zi5wbmc=/640/330" /></p><p>เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ 16 ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “CWIE 5.0 for Entrepreneurial Society : Innovation, Resilience and Lifelong learning" "CWIE 5.0 เพื่อสังคมผู้ประกอบการ: นวัตกรรม ความยืดหยุ่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต“ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนประเทศด้วย CWIE 5.0” พร้อมมี ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. นายสมบัติ รุ่งรัศมี ผู้อำนวยการกองยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวง อว. รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิตนักศึกษาในสถานบันอุดมศึกษาเครือข่าย CWIE ทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก</p><p>ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การจัดงานวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน หรือ CWIE DAY สอดรับกับนโยบายกระทรวง อว. ที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว ดังนั้น การจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริงจึงเป็นภารกิจสำคัญ และทำให้ CWIE เป็นกลไกหลักในการผลิตกำลังคนที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับโลกอนาคต พัฒนาทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ ผลักดันบัณฑิตสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนแนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน” และการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p><p><strong>“วันนี้กระทรวง อว. พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมผ่านความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับ CWIE ทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ เสริมขีดความสามารถการแข่งขัน และผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงต่อไป” </strong>ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว</p><p>ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ปัจจุบันหลักสูตร CWIE ได้รับการยอมรับมากขึ้น เพราะเป็นรูปแบบการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และช่วยเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยมุ่งพัฒนาทั้ง Technical Skills และ Soft Skills โดยเฉพาะการคิดเชิงวิพากษ์ ความสามารถในการปรับตัว และกรอบความคิดแบบเติบโต ซึ่งล้วนเกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง CWIE จึงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการใช้และประยุกต์ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9iYWUxY2JjMWEwNTdiMDFmY2MwZjVmZmI5OGMzZTAxMC5qcGc=" alt="อว"><p>ด้าน รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการผลิตบัณฑิตตามอัตลักษณ์ “เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งครองชีวิต” โดยใช้หลักของ CWIE 5.0 ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผสานเทคโนโลยีและความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความคิดสร้างสรรค์ มีนวัตกรรม มีจิตวิญญาณผู้ประกอบการ และสามารถปรับตัวได้ตลอดชีวิต </p><p>ทั้งนี้ ภายในงานอัดแน่นด้วยสาระความรู้ผ่านกิจกรรมไฮไลท์มากมาย เริ่มต้นด้วยการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “CWIE กับการพลิกโฉมประเทศไทย 5.0 สู่เศรษฐกิจสร้างมูลค่า” ตามด้วยการเสวนาเปิดมุมมอง “CWIE 5.0 for Entrepreneurial Society: Innovation, Resilience and Lifelong learning” และการอภิปรายในหัวข้อ “Entrepreneurs' Voices: What Employers Expect from CWIE Graduates” ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสร้างแรงบันดาลใจในกิจกรรม CWIE TALK หัวข้อ “Resilience DNA: บทเรียนจาก CWIE ที่ทำให้ฉันพร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน”</p><p>นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีมอบรางวัลผลงาน CWIE ระดับชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยรางวัลสถานศึกษาที่ดำเนินงาน CWIE โดดเด่น ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ส่วนรางวัลสถานศึกษาที่ดำเนินหลักสูตร CWIE นานาชาติโดดเด่น ได้แก่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลแก่คณาจารย์นิเทศ ผู้นิเทศงานในสถานประกอบการ และนักศึกษาหลักสูตร CWIE ในสาขาต่าง ๆ ที่มีผลงานและโครงการโดดเด่น รวมกว่า 48 รางวัล</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zYzlhOWZkMmFmMjJlNzM1ZjUxMDFjNTIyMDA3ZDE5ZC5qcGc=" alt="อว"><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/U59GW8Jl9</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/U59GW8Jl9</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 05:50:18 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 05:43:44 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82ZWQ3ZjYyY2U0Y2ZmNGFjYTZmZGYzNDk5OWMzN2Y4Zi5wbmc=</url><description>&apos;ยศชนัน&apos; รองนายกฯ และ รมว.อว. เปิดงาน  CWIE DAY 2026 พร้อมเดินหน้า CWIE 5.0 ชู &apos;เรียนได้งบ จบได้งาน&apos; พลิกโฉมอุดมศึกษาไทย ปั้นกำลังคนคุณภาพรับโลกอนาคต</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้า UNCLOS เพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่การเจรจาพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน ประชาชนมั่นใจได้ ไทยยึดผลประโยชน์ชาติ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85NTZkYzVmOTcyNGM1YzI3Yjg2MzFmYmY1OTg5YmRlZS5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีความกังวลเกี่ยวกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น รัฐบาลขอทำความเข้าใจกับประชาชนว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นเรื่องของการหารือและพิจารณาแนวเขตทางทะเลตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ มิใช่การเจรจาเพื่อพัฒนาพื้นที่ร่วมกันหรือแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากร</p><p>ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้อธิบายต่อสาธารณชนและทูตกว่า 70 ประเทศ อย่างชัดเจนว่า การเข้าสู่กระบวนการตาม UNCLOS เป็นกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อหาทางออกในประเด็นการกำหนดเขตแดนทางทะเลที่ยังมีความเห็นแตกต่างกัน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งเขตพัฒนาร่วม หรือการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ดังกล่าว</p><p>รัฐบาลไทยมีจุดยืนชัดเจนว่า การกำหนดเขตแดนทางทะเลให้มีความชัดเจนและเป็นที่ยอมรับตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ต้องดำเนินการก่อนเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมด เพื่อรักษาสิทธิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประเทศชาติในระยะยาว</p><p>ทั้งนี้ การที่ไทยเข้าร่วมกระบวนการตาม UNCLOS ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยยอมรับข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย หรือยอมรับแนวทางใดล่วงหน้า แต่เป็นการใช้กลไกสากลที่ทั้งสองประเทศเป็นภาคีร่วมกัน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และหลักกฎหมาย</p><p>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่านายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ โดยประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการต่างประเทศ หน่วยงานด้านความมั่นคง และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างเต็มที่</p><p><strong>“ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่กระทบต่ออธิปไตยของชาติ กระบวนการ UNCLOS จะต้องมีเป้าหมายเพื่อสร้างความชัดเจนเรื่องเขตแดนทางทะเลตามหลักสากลก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่การพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน และไม่ใช่การยกผลประโยชน์ของชาติให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”</strong> นางสาวรัชดา กล่าว</p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/FYfh94uxm</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/FYfh94uxm</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 05:43:00 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 05:32:38 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi85NTZkYzVmOTcyNGM1YzI3Yjg2MzFmYmY1OTg5YmRlZS5wbmc=</url><description>รัฐบาลเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่การเจรจาพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน ประชาชนมั่นใจได้ ไทยยึดผลประโยชน์ชาติ</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['น้ำมา ปิดได้เลย' รัฐบาลให้อำนาจผู้บริหารโรงเรียนสั่งหยุดเรียนได้ทันที ลุยรับมือเชิงรุกน้ำท่วมปี 69 ยึดความปลอดภัยเด็กเป็นอันดับหนึ่ง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83OThlMDQ1OTU3MDdmZmI0ODVkOGQxOTBmYzY4MjY4ZC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและรับมือเหตุอุทกภัยในสถานศึกษาว่า จากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่าแนวโน้มอุทกภัย ดินสไลด์ และน้ำท่วมฉับพลันในทุกภูมิภาคมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งจากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่ามีสถานศึกษาได้รับผลกระทบเกือบ 2,000 แห่ง และมีเด็กนักเรียนได้รับผลกระทบกว่า 1.6 แสนคน และยังพบว่า มีโรงเรียนจำนวนมากที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซ้อน</p><p>ล่าสุด รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากการตั้งรับเป็นการทำงานเชิงรุก และออกมาตรการระยะสั้นคุมเข้มสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกำชับให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประสานงานฝ่ายปกครองท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาประเมินความเสี่ยงและสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวได้ทันที พร้อมปรับระบบการเรียนการสอนเป็น Online , On-Hand หรือ On-Demand ตามความเหมาะสม ขณะเดียวกันให้ครูผู้สอนผ่อนปรนการส่งการบ้าน และการสอบในช่วงวิกฤต เพื่อดูแลสภาพจิตใจของเด็กและผู้ปกครอง ไม่ให้เครียด</p><p>นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้สถานศึกษาจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวของชุมชน กรณีต้องมีการอพยพประชาชนในพื้นที่ และให้ทุกโรงเรียนรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน Line เพื่ออนุมัติถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นได้แบบทันท่วงที</p><p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมถึงมาตรการระยะยาวว่า จะเน้นเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างและการสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาอย่างถาวร โดยเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ให้เร่งจัดทำแผนสอบชดเชย จัดหาอุปกรณ์การเรียนทดแทนส่วนที่เสียหาย และประสานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนของอาชีวศึกษา ส่งทีมช่างเข้าซ่อมแซมทันที จากนั้น ให้สถานศึกษารายงานความเสียหายของอาคารเพื่อขอรับงบซ่อมแซมจาก สพฐ. ตามระเบียบวาระเร่งด่วน รวมทั้งประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำของโรงเรียนและชุมชนในระยะยาวต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/5oAwoLWDz</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/5oAwoLWDz</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 05:17:32 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 04:24:57 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83OThlMDQ1OTU3MDdmZmI0ODVkOGQxOTBmYzY4MjY4ZC5wbmc=</url><description>รัฐบาลวางมาตรการเชิงรุกรับมือน้ำหลากปี 2569 รองโฆษกรัฐบาลเผย สพฐ. ถอดบทเรียนความเสียหายย้อนหลัง 3 ปี ป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เน้นความปลอดภัยสูงสุด ให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาประเมินสถานการณ์ สั่งปิดโรงเรียนหนีน้ำได้ทันที</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ชัชชาติ' ยันแต่งตั้ง-โยกย้าย ผอ.เขต ทำตามระบบ 'ทวิดา' แจงเกณฑ์คัดสรร ผอ.เขต 100 คะแนน มีผลงาน ประสบการณ์ วินัย จริยธรรม ไม่ใช่ดูแค่อาวุโส]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83ODhjYTQyNTNjMTJlMDEwYTU0NjllMzAyMTI2Y2VlMy5wbmc=/640/330" /></p><p>เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายคริส โปตระนันทน์ ตั้งโต๊ะแถลงกล่าวหาเรื่อง “ระบบอากง” และเชื่อมโยงไปถึงการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. โดยยืนยันว่าไม่มีระบบดังกล่าว และการตัดสินใจต่างๆ เป็นเรื่องของทีมและระบบราชการ ไม่ใช่อำนาจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า หากคำว่า “อากง” หมายถึงอาจารย์ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. นั้นต้องบอกว่าท่านก็เป็นเพียงหนึ่งในทีมที่ปรึกษาและผู้ที่มาช่วยงาน ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจแทนผู้ว่าฯ หรือระบบราชการ</p><p>ชัชชาติยังกล่าวติดตลกถึงข้อกล่าวหาที่ระบุว่าการประชุมต้องยึดโทรศัพท์มือถือว่า ไม่เป็นความจริง เพราะอาจารย์ต่อศักดิ์เป็นคนใช้เทคโนโลยีและ AI ในการทำงาน ไม่มีเหตุผลที่จะยึดโทรศัพท์ในที่ประชุม พร้อมระบุว่า ตนเคยประชุมด้วยหลายครั้งและไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนั้น</p><p>จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แต่นายคริสระบุว่า “อากง” ไม่ได้หมายถึงนายต่อศักดิ์ แต่หมายถึงระบบของคนใกล้ชิดชื่อย่อ ป.ร. และมีการกล่าวอ้างถึงเซฟเฮาส์ย่านสุทธิสารเพื่อเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่ง รวมถึงกล่าวอ้างว่า ผอ.เขต 16 คนเกี่ยวข้องอีกด้วย</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และหากมีการเรียกรับเงินจริง ย่อมต้องมีคนรู้หรือมีข้อมูลออกมา เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้โดยไม่มีใครรับรู้</p><p>ชัชชาติกล่าวต่อว่า ตนได้สอบถามนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งอยู่ในระบบราชการ กทม. มานานและมีเครือข่ายข้าราชการจำนวนมาก โดยได้รับการยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว</p><p>ชัชชาติย้ำว่า หากมีการซื้อขายตำแหน่งจริง คนที่จ่ายเงินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งก็อาจต้องหาผลประโยชน์กลับคืน ทำให้ระบบเสียหายและไม่สามารถสร้างผลงานให้ประชาชนได้ ผลงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นได้เพราะมีคนทำงานที่มีคุณภาพและตั้งใจเข้ามารับผิดชอบงาน</p><p>สำหรับกรณีการกล่าวอ้างถึง ผอ.เขต 16 คน ชัชชาติกล่าวว่า ยังไม่มีรายละเอียดว่าหมายถึงใคร หรือเป็นการกล่าวถึงการแต่งตั้งในช่วงเวลาใด แต่ยืนยันว่าการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ความสามารถ ศักยภาพ และระบบคัดเลือก ไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่ง</p><p>เมื่อถูกถามถึงข้อสังเกตว่า บางคนมีอาวุโสแต่ไม่ได้ขึ้นเป็น ผอ.เขต ขณะที่บางคนดูเหมือนข้ามลำดับขึ้นมา ชัชชาติกล่าวว่า ความอาวุโสเป็นเพียงหนึ่งในหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังต้องพิจารณาความสามารถ ผลงาน และองค์ประกอบอื่นๆ ประกอบกัน</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9hYmRkMWIwNWZiMmQ2NjUxZWU5MWQ4YjRlYWMwN2M0OC5qcGc=" alt="ชัชชาติ ทวิดา"><p>ด้าน รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงหลักเกณฑ์การคัดสรร ผอ. เขตเพิ่มเติมว่า หลักเกณฑ์การคัดสรรคิดจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็นผลงาน 30 คะแนน คะแนนอีก 50 คะแนนมีประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่ง ขณะที่อีก 20 คะแนนเป็นเรื่องการปฏิบัติตนตามระเบียบราชการ และอีก 10 คะแนนเป็นเรื่องจริยธรรม เช่น ต้องไม่ถูกฟ้องร้องหรือมีคดีความ ดังนั้น ประสบการณ์หรืออาวุโสเป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบ ไม่ใช่เกณฑ์ทั้งหมด </p><p>“ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวถึงเช่นกัน เพราะอาจมีคนที่ไม่พอใจจากกระบวนการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ใดๆ” ชัชชาติกล่าวเสริม</p><p>เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ที่ผ่านมาชัชชาติทำเป็นไม่รับรู้รับทราบหรือไม่ ชัชชาติย้ำว่า ตนไม่ได้พยายามไม่รับรู้หรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ เพราะในฐานะหัวหน้าทีมและอดีตผู้ว่าฯ กทม. ตนเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด หากมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องตรวจสอบตามข้อเท็จจริง</p><p><strong>“ผมเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดอยู่แล้ว ไม่มีทางหนีเรื่องนี้ได้ เวลาเขาด่าก็ต้องด่าผม เพราะผลมันอยู่กับผมโดยตรง” </strong>ชัชชาติกล่าว</p><p>ส่วนกรณีจะฟ้องกลับผู้กล่าวหาหรือไม่ ชัชชาติกล่าวว่า ต้องดูข้อมูลและรายละเอียดก่อน หากเป็นการตรวจสอบตามปกติของบุคคลสาธารณะก็พร้อมรับได้ แต่หากมีการหมิ่นประมาทหรือกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงอย่างชัดเจน ก็ให้ทีมกฎหมายพิจารณาตามขั้นตอน</p><p><strong>“เราไม่ได้กลัวเรื่องคนมาพูดอะไรนะ เราเป็นบุคคลสาธารณะ ให้คนตรวจสอบเราก็สบายอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา”</strong> ชัชชาติกล่าว</p><p>ในประเด็นที่มี ผอ.เขตบางส่วนยื่นฟ้องศาลปกครอง ผู้ร่วมงานของทีมชัชชาติชี้แจงว่า กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา&nbsp;</p><p>ประเด็นนี้ ชัชชาติให้ รศ.ดร.ทวิดาตอบแทน ว่าตนเองได้รับความเสียหายจากกระบวนการที่ให้ถอยกลับแล้วนำกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งศาลปกครองได้ประทับรับฟ้องไว้แล้ว และจะเข้าสู่กระบวนการต่อไป&nbsp;</p><p>ขณะที่ชัชชาติระบุว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนโดยตรง เพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการดังกล่าว</p><p>ส่วนในประเด็นป้ายหาเสียงที่มีพรรคการเมืองบางพรรคตั้งข้อสังเกตถึงการเลือกปฏิบัติของบริษัทเอกชนในการอนุญาตให้ติดตั้งป้ายนั้น ชัชชาติกล่าวว่า ตนย้ำกับทีมงานไว้ 2 เรื่องสำคัญ ต้องถูกต้องตามกฎหมาย ค่าใช้จ่ายเป็นไปตามระเบียบ และต้องรายงานให้ครบถ้วน อีกเรื่องคือกิจกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับ กทม. โดยตรง เช่น BTS จะไม่เข้าไปดำเนินการ เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับ กทม.</p><p>นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ และ หนึ่งในทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” อธิบายเพิ่มเติมว่า อ.ชัชชาติให้โจทย์ว่าไม่ต้องการให้มีป้ายบนทางเท้าหรือพื้นที่สาธารณะ ทีมจึงต้องหาวิธีสื่อสารรูปแบบอื่น โดยไม่ใช้อำนาจหรือพื้นที่ของ กทม. ตนจึงไปติดต่อพื้นที่โฆษณาของ MRT ผ่าน BEM และติดเพียง 2 ตู้ใน 2 ขบวน จากทั้งหมด 54 ขบวน ภายใต้แนวคิด “ทำน้อยให้ได้มาก” เพราะทีมไม่ได้มีงบประมาณสูง</p><p>ศานนท์กล่าวอีกว่า นอกจาก MRT แล้ว ยังมีป้ายบนรถหมวด 4 เช่น รถสองแถว และรถเมล์ รวมถึงการทำงานร่วมกับศิลปิน เพื่อเปลี่ยนป้ายหาเสียงให้เป็นงานสร้างสรรค์ โดยศิลปินทุกคนมีค่าจ้าง และมีบางส่วนที่อาสาเข้ามาร่วมงาน ซึ่งจะทยอยปล่อยผลงานเป็นรายสัปดาห์</p><p>ชัชชาติกล่าวถึงกรณีที่มีผู้ระบุว่า บางพื้นที่โฆษณาเคยถูกติดต่อแล้วไม่ได้ แต่ทีมตนกลับได้ใช้พื้นที่ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดมาก่อน และไม่ต้องการให้เกิดการเลือกปฏิบัติ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเลือกปฏิบัติจริง ก็พร้อมถอดโฆษณาจากจุดนั้นออก</p><p><strong>“ถ้ามีการเลือกปฏิบัติ เราไม่อยากให้เกิดเลย ถ้ารู้ว่ามีการเลือกปฏิบัติ ก็จะไปถอดโฆษณาจากตรงนั้นออก ไม่อยากให้คนนี้ไม่ให้ แต่ให้เรา เพราะมันไม่แฟร์”</strong> ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนวันเลือกตั้ง แต่จะเดินหน้าเต็มที่ พร้อมมองว่าการสื่อสารหาเสียงยุคนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ป้ายจำนวนมากเสมอไป เพราะเมื่อมีงานสร้างสรรค์ คนถ่ายภาพไปเผยแพร่ต่อในโซเชียลมีเดีย ก็ช่วยให้เข้าถึงคนจำนวนมากโดยใช้งบประมาณน้อย</p><p><strong>“นี่คือพลังของความคิดสร้างสรรค์ และพลังของโซเชียลมีเดีย ซึ่งต้นทุนถูกมาก เราไม่ได้จ้างโฆษณาอะไรเลยในโซเชียลมีเดีย” </strong>ชัชชาติกล่าว</p><p>ทั้งนี้ ชัชชาติย้ำทิ้งท้ายว่า ทั้งประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายและการหาเสียง ทีมพร้อมรับการตรวจสอบ หากมีข้อมูลหรือข้อสงสัยก็พร้อมนำไปตรวจสอบตามข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าการทำงานต้องยึดความโปร่งใส ความถูกต้องตามกฎหมาย และความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเป็นหลัก</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/wEBWMdjQb</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/wEBWMdjQb</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 04:24:42 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 04:14:55 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi83ODhjYTQyNTNjMTJlMDEwYTU0NjllMzAyMTI2Y2VlMy5wbmc=</url><description>“ชัชชาติ” แจงปม “ระบบอากง” หลัง “คริส” ตั้งโต๊ะแฉซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต ยันแต่งตั้ง-โยกย้ายทำตามระบบ ไม่ใช่อำนาจใครคนใดคนหนึ่ง ด้าน “ทวิดา” แจงเกณฑ์คัดสรร ผอ.เขต 100 คะแนน มีทั้งผลงาน ประสบการณ์ วินัย และจริยธรรม ไม่ใช่ดูแค่อาวุโส ส่วนกรณีประเด็นป้ายหาเสียง MRT ทำถูกกฎหมาย ไม่ใช้อำนาจ กทม. หากพบเอกชนเลือกปฏิบัติจริง พร้อมถอดโฆษณาทันที</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ชัชชาติ เบอร์ 9' ลุยจอมทอง-บางขุนเทียน ชี้ลานกีฬาชุมชนคือโครงสร้างเมืองที่สัมผัสชีวิตคนจริง ดันลานกีฬา กทม. ครบ 500 แห่งทั่วกรุง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82MDBjM2U0ZGVhNGUxMzk3OGE5Mjk1Yjg2MzhiMzAyMy5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่ 6 มิถุนายน 2569 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.&nbsp;9 ลงพื้นที่หาเสียงในเขตจอมทองและเขตบางขุนเทียน พร้อมพูดคุยและรับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายแสนปิติ สิทธิพันธ์ุ หรือ แสนดี บุตรชายของชัชชาติ ได้ร่วมลงพื้นที่หาเสียงด้วยเป็นครั้งแรก&nbsp;</p><p>ช่วงเช้า ชัชชาติเดินเท้าหาเสียงชุมชนสินทวีวิลล่า เขตจอมทอง พบปะชาวชุมชนและเยี่ยมชมโครงการปรับปรุงพื้นที่รกร้างให้เป็นลานกีฬาและพื้นที่กิจกรรมอเนกประสงค์ของชุมชน ซึ่งเป็นโครงการที่ชาวบ้านเคยร้องเรียนเข้ามาในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2567 และเพิ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา</p><p>ระหว่างลงพื้นที่ ชัชชาติสอบถามชาวชุมชนถึงการใช้งานพื้นที่ดังกล่าว โดยตัวแทนชุมชนระบุว่า ปัจจุบันมีการจัดกิจกรรมแอโรบิกสัปดาห์ละ 5 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 18.00 - 19.00 น. มีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 50 คน รวมถึงคนนอกชุมชนด้วย</p><p>สำหรับชัชชาติโครงการลักษณะนี้คือ “เส้นเลือดฝอย” ของเมือง และไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นโครงการขนาดเล็ก ไม่มีความสำคัญ เพราะเมื่อโครงการเล็กๆ จำนวนมากถูกรวมเข้าด้วยกัน จะกลายเป็นโครงสร้างใหญ่ที่สมบูรณ์ของเมือง</p><p><strong>“อย่าไปดูถูกว่าเส้นเลือดฝอย โอ๊ย ทำแล้วกระจอก ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างเมือง อันนี้คือโครงสร้างที่แท้จริง เพราะมันคือโครงสร้างที่สัมผัสกับชีวิตคน”</strong> ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติกล่าวต่อว่า ปัจจุบัน กทม. ดูแลลานกีฬาอยู่ประมาณ 317 แห่ง และมีเป้าหมายขยายให้ครบ 500 แห่ง เพื่อให้เด็กและเยาวชนในชุมชนมีพื้นที่ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมในวันหยุด และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น ทำลานกีฬา สำคัญยิ่งกว่าไปทำอะไรที่อยู่ในเมืองที่เด็กเขาใช้ไม่ได้ แล้วมันก็เป็นโครงการที่สำคัญของชีวิตเด็กในชุมชน</p><p>นอกจากนี้ชัชชาติยังยกตัวอย่างนโยบายเส้นเลือดฝอยอื่นๆ ที่เปลี่ยนโครงสร้างเมืองในชีวิตจริง เช่น ศูนย์สาธารณสุขชุมชน 69 แห่ง ทางเท้าที่ปรับปรุงแล้วกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งทำให้เมืองที่เคยเดินยากกลายเป็นเมืองที่เดินได้และน่าเดิน รวมถึงการปลูกต้นไม้มากกว่า 2 ล้านต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดความร้อน และทำให้เมืองร่มเย็นขึ้น</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า การพัฒนาเมืองไม่ควรมองเฉพาะโครงการขนาดใหญ่หรือสิ่งที่เห็นชัดจากภายนอกเท่านั้น แต่ต้องดูว่าประชาชนได้รับประโยชน์จริงหรือไม่ เพราะหลายเรื่องที่ดูเหมือนเล็ก เมื่อรวมกันแล้วคือโครงสร้างใหม่ของเมือง</p><p><strong>“อย่าไปดูถูกว่าไอ้ที่เราทำมันไม่เปลี่ยนโครงสร้าง ดูตื้นๆ มันนึกว่าทำเรื่องเล็กๆ แต่สุดท้ายพอเรื่องเล็กรวมกันใหญ่ มันคือโครงสร้างใหม่ของเมือง ก็ฝากไว้ด้วยนะครับ จะได้บอกว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน” </strong>ชัชชาติกล่าว</p><p>ชัชชาติยังกล่าวถึงภาพรวมของพื้นที่จอมทองและบางขุนเทียนว่า เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งปัญหาถนนหนทาง น้ำท่วม และประชากรผู้สูงอายุจำนวนมาก จึงต้องพัฒนาทั้งระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบสาธารณสุข และการดูแลผู้สูงอายุควบคู่กัน</p><p>สำหรับนโยบายผู้สูงอายุ ชัชชาติกล่าวว่า ทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการลดเวลารอพบแพทย์ ให้นัดหมอแล้วรอไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะผู้สูงอายุเดินทางลำบากและไม่ควรต้องรอคิวนาน</p><p>นอกจากนี้ ยังมีแนวทางขยายสิทธิบัตรทองในหน่วยบริการของ กทม. จากประมาณ 1 ล้านคน เป็น 1.3 ล้านคน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพของ กทม. ได้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ให้ต่อยอดไปสู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรในอนาคต</p><p>ชัชชาติกล่าวอีกว่า <strong>การดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงเรื่องสุขภาพ แต่ต้องทำให้ผู้สูงอายุมีสังคม มีเพื่อน และยังมีบทบาทในชีวิตประจำวัน จึงมีแนวคิดสนับสนุนชมรมผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุ “ไม่ติดบ้านติดเตียง แต่ไปติดเพื่อนแทน”</strong></p><p>ขณะเดียวกัน ยังมีแนวทางสร้างแพลตฟอร์มจับคู่ทักษะของผู้สูงอายุกับความต้องการของตลาด โดยร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น ผู้สูงอายุที่มีทักษะทำอาหาร เย็บผ้า หรืองานฝีมืออื่นๆ ให้สามารถเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ต่อเนื่องได้</p><p>ส่วนพื้นที่บางขุนเทียน ชัชชาติกล่าวว่า โครงการสำคัญคือการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เนื่องจากบางขุนเทียนเป็นพื้นที่เดียวของกรุงเทพฯ ที่มีชายทะเลยาวประมาณ 4.7 กิโลเมตร และที่ผ่านมาเกิดการกัดเซาะลึกเข้ามาเกือบ 1 กิโลเมตรแล้ว จึงต้องเดินหน้าโครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องมานาน และเริ่มเดินหน้าได้ในช่วงที่ผ่านมา</p><p>ชัชชาติอธิบายว่า รูปแบบเขื่อนดังกล่าวผ่านการศึกษาและพิจารณามาหลายครั้ง รวมถึงผ่านกระบวนการ EIA และการทดสอบหลายรูปแบบ ตั้งแต่เขื่อนไม้ไผ่ เขื่อนหินทิ้ง ไปจนถึงรูปแบบเขื่อนเป็นช่วง ๆ ที่เว้นช่องให้น้ำเข้าออกได้</p><p>ชัชชาติกล่าวว่า หากเปลี่ยนไปทำเขื่อนถาวรแบบปิดทึบ อาจไม่ได้ช่วยให้ดินที่เสียไปกลับคืนมา แต่รูปแบบเขื่อนที่วางไว้อยู่นอกชายฝั่งเล็กน้อย จะช่วยให้เกิดการสะสมของตะกอนและมีโอกาสฟื้นฟูพื้นที่ดินกลับมาได้ “ถ้าไปเปลี่ยนรูปแบบใหม่ต้องไปเริ่มใหม่ ใช้เวลาอีกเป็น 10 ปี ก็คงต้องลุยตามนี้ไปก่อน” ชัชชาติกล่าว</p><p>สำหรับปัญหาน้ำท่วมในบางขุนเทียน ชัชชาติระบุว่า ปัญหาหลักไม่ได้เกิดจากฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน โดยเฉพาะบริเวณถนนบางขุนเทียนชายทะเล ทำให้บางช่วงแม้ไม่ใช่ฤดูฝนก็ยังเกิดน้ำท่วมได้เสนอแนวทางระยะยาวต้องอาศัยการทำเขื่อนกั้นน้ำ โดยให้ถนนริมทะเลทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันน้ำ รวมถึงอาจต้องมีประตูน้ำเพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุนเข้าพื้นที่ ซึ่งบางจุดได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/q3ZY77Y82</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/q3ZY77Y82</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 04:14:51 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 04:05:59 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi82MDBjM2U0ZGVhNGUxMzk3OGE5Mjk1Yjg2MzhiMzAyMy5wbmc=</url><description>&apos;ชัชชาติ เบอร์ 9&apos; ลุยจอมทอง-บางขุนเทียน ย้ำอย่าดูถูก “เส้นเลือดฝอย” ชี้ลานกีฬาชุมชนคือโครงสร้างเมืองที่สัมผัสชีวิตคนจริง ดันลานกีฬา กทม. ครบ 500 แห่งทั่วกรุง พร้อมต่อยอดดูแลผู้สูงอายุครบวงจร นัดหมอรอไม่เกิน 1 ชั่วโมง ขยายสิทธิบัตรทอง และเดินหน้าเขื่อนกันกัดเซาะชายฝั่งบางขุนเทียน แก้น้ำทะเลหนุนระยะยาว</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['มนพร' ดันนครพนมสู่เมืองแห่งการออกกำลังกายสร้างสุขภาพ เชื่อมโยงท่องเที่ยวสายมู ชูเสน่ห์ริมฝั่งโขงเป็นพื้นที่ จัดกิจกรรมนันทนาการ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yMzYxODdiNmU0NjdlMjc4MWZiYzM1M2Y4MjFiMTA4ZC5wbmc=/640/330" /></p><p>วันที่  7 มิถุนายน 2569 ที่ถนนสวรรค์ชายโขง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม สส.เดือน มนพร เจริญศรี สส.เขตสองนครพนม พรรคเพื่อไทย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รอง ผวจ.นครพนม นายสมศักดิ์ บุตรจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม รวมถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานภาครัฐเอกชน ตัวแทนประชาชน และนักวิ่ง ร่วมกิจกรรม  วิ่งปันน้ำใจ พชอ.นครพนม ครั้งที่ 2 จัดโดย อ.เมืองนครพนม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน เพื่อนำรายได้เป็นกองทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ในครั้งนี้  สส.เดือน มนพร เจริญศรี สส.เขตสองนครพนม พรรคเพื่อไทย ได้มอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรม ร่วมกับภาครัฐเอกชน สมทบกองทุน พชอ.นครพนม </p><p>ทั้งนี้ สส.เดือน มนพร เจริญศรี สส.เขตสองนครพนม พรรคเพื่อไทย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า  วันนี้อิ่มบุญ อิ่มใจ ได้สุขภาพดี ได้มีโอกาสร่วมสนับสนุนกิจกรรมวิ่งแบ่งปันน้ำใจ พชอ.หรือกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต อำเภอเมืองนครพนม ร่วมเดินออกกำลังกายยามเช้า ชมความสวยงามทางธรรมชาติ ถนนสวรรค์ชายโขง มั่นใจ นครพนม มีความพร้อมทุกด้าน พร้อมมีนโยบายที่จะเร่งผลักดัน ส่งเสริมนครพนมให้มีการจัดกิจกรรมนันทนาการ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพให้มากขึ้น เพราะนครพนมจะต้องไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวสายมู จะต้องร่วมกัน เดินหน้าผลักดันนครพนม เป็นเมืองท่องเที่ยวสายมู คู่กับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยการใช้เสน่ห์ความสวยงามทางธรรมชาติสองฝั่งโขง เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ใช้พื้นที่ริมฝั่งน้ำโขง จัดกิจกรรมการท่องเที่ยว นันทนาการ ออกกำลังกาย เดินวิ่ง แอโรบิค ปั่นจักรยาน เพื่อสุขภาพ โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ปลุกพลังคนนครพนม ให้มาสนใจการออกกำลังกายมากขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามา นอกจากจะได้เที่ยวเส้นทางสายศรัทธา ยังได้มีโอกาสเที่ยวพักผ่อนออกกำลังกาย สร้างสุขภาพอีกด้วย มั่นใจจะเป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ได้อย่างแน่นอน เพราะนครพนมมีความพร้อมทุกด้าน</p><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9iYmRlODc4NTc1ODU2NjY2NWNmZDEyMDI2YmRiODBkZC5qcGc=" alt="716963668_122247562382044999_9039881943843221928_n.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi9kNzNjOGNiMmZhYzlkMDgxODNhYmVhMjY1ZjRlMWZlYy5qcGc=" alt="716975235_122247561332044999_4142209435093189056_n.jpg"><img    src="https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8zMjA4YjM1YjBhN2RmZWI2MzJmYWQ4YmE0YmVkOTQ4Yi5qcGc=" alt="715515963_122247562316044999_1417213055283474583_n.jpg"><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/y0sZ1IJh-</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/y0sZ1IJh-</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sun, 07 Jun 2026 03:49:11 +0000</updated><pubDate>Sun, 07 Jun 2026 03:32:40 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi8yMzYxODdiNmU0NjdlMjc4MWZiYzM1M2Y4MjFiMTA4ZC5wbmc=</url><description>&apos;มนพร&apos; ดันนครพนม สู่เมืองแห่งการออกกำลังกายสร้างสุขภาพ เชื่อมโยงท่องเที่ยวสายมู ชูเสน่ห์ริมฝั่งโขงเป็นพื้นที่ จัดกิจกรรมนันทนาการ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว</description><author>Voice TV</author></image></item><item><title><![CDATA['ต่อศักดิ์' ยืนยันไม่เกี่ยวข้องซื้อขายตำแหน่ง 100% หลังถูกโยงปม 'ระบบอากง' ชี้หลายข้อกล่าวหาไม่มีความจริง]]></title><description><![CDATA[<p><img src= "https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi84OGMzMzI3ZTIwNDY1NDBmNzcwYTQyNzJiZTVhNTZlYi5wbmc=/640/330" /></p><p>เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการกล่าวหาเรื่อง “ระบบอากง” และเชื่อมโยงไปถึงการซื้อขายตำแหน่งภายในกรุงเทพมหานครว่า ตนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว และขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณารายละเอียดของข้อมูลที่มีการกล่าวอ้างทั้งหมด ซึ่งจากที่ติดตามการให้ข้อมูลล่าสุด เห็นว่าผู้กล่าวหามีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการเมืองควรเป็นเรื่องสร้างสรรค์ และควรเริ่มต้นจากข้อเท็จจริง</p><p>เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้กล่าวหาได้ระบุชัดเจนว่า “อากง” ไม่ได้หมายถึงนายต่อศักดิ์ แต่หมายถึง “ระบบอากง” ที่ทำให้เกิดการซื้อขายตำแหน่ง ต่อศักดิ์กล่าวว่า ขอชี้แจงด้วยตัวเองดีกว่า ก่อนจะยืนยันว่า ประเด็นที่มีการกล่าวอ้างหลายเรื่องไม่ตรงกับข้อเท็จจริง</p><p>ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า ระหว่างการประชุมมีการยึดโทรศัพท์มือถือนั้น ต่อศักดิ์ยืนยันว่า<strong>ไม่เป็นความจริง </strong>โดยระบุว่า ห้องประชุมของตนไม่เพียงแต่ไม่ยึดโทรศัพท์ แต่ยังให้ผู้ร่วมประชุมใช้โทรศัพท์และโน้ตบุ๊กในการทำงานด้วย</p><p>“ห้องผมนอกจากไม่ยึดโทรศัพท์แล้ว ยังให้ใช้โทรศัพท์ และให้ใช้ NotebookLM ผมใช้ NotebookLM มาปีกว่าแล้ว พอประชุมเสร็จก็ได้ Minute ที่ประชุมเลย ทุกคนต้องเปิด NotebookLM และทำใบประชุมให้เป็น” ต่อศักดิ์กล่าว</p><p>เมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาเรื่องการพูดคุยกันที่ “เซฟเฮาส์ย่านสุทธิสาร” ต่อศักดิ์ยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว พร้อมกล่าวติดตลกว่า บ้านของตนอยู่ย่านสุทธิสาร จึงไม่ใช่เซฟเฮาส์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง</p><p><strong>“ไม่มี ไม่มีเลย ใครกล้าไป เมียผมดุจะตาย เซฟเฮาส์ย่านสุทธิสาร ก็บ้านผม สุทธิสารจะเป็นเซฟเฮาส์ได้ยังไง”</strong> ต่อศักดิ์กล่าว</p><p>เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง หลังถูกโจมตีในประเด็นดังกล่าว ต่อศักดิ์กล่าวว่า <strong>สิ่งสำคัญคือต้องเชื่อมั่นในความจริง เพราะหากการเมืองไม่เริ่มต้นด้วยความจริง ทุกอย่างก็จะเดินต่อไปได้ยาก</strong></p><p>เมื่อถูกถามว่า เหตุใดจึงถูกโยงกับคำว่า “อากง” และพยายามทำให้เข้าใจว่าเป็นนายต่อศักดิ์ ต่อศักดิ์กล่าวว่า อาจเป็นเพราะตนมีอายุมาก และมีบทบาทในการดูแลสมาชิกคนรุ่นใหม่ในทีม จึงถูกนำไปเชื่อมโยงกับคำดังกล่าว ส่วนจะฟ้องกลับผู้กล่าวหาหรือไม่นั้น ก็ต้องให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้พิจารณาข้อมูลและรายละเอียดก่อน</p><p>ทั้งนี้ ต่อศักดิ์ย้ำว่า ตนไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง 100% และพร้อมให้ตรวจสอบตามข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าการเมืองควรเดินหน้าด้วยความสร้างสรรค์และเริ่มต้นจากความจริง ไม่ใช่การกล่าวอ้างที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม</p>]]></description><link>http://www.voicetv.co.th/read/UA7hzqbjv</link><guid isPermaLink="true">http://www.voicetv.co.th/read/UA7hzqbjv</guid><dc:creator><![CDATA[Voice TV]]></dc:creator><updated>Sat, 06 Jun 2026 15:45:39 +0000</updated><pubDate>Sat, 06 Jun 2026 15:33:49 +0000</pubDate><image><url>https://pailin.voicetv.co.th/assets/aW1hZ2UvMjAyNi0wNi84OGMzMzI3ZTIwNDY1NDBmNzcwYTQyNzJiZTVhNTZlYi5wbmc=</url><description>“ต่อศักดิ์” ยืนยันไม่เกี่ยวข้องซื้อขายตำแหน่ง 100% หลังถูกโยงปม “ระบบอากง” ชี้หลายข้อกล่าวหาไม่มีความจริง วงประชุมใช้มือถือ-เอไอทำรายงาน อาม่าดุไม่มีเซฟเฮาส์ ย้ำการเมืองต้องสร้างสรรค์-เริ่มต้นด้วยความจริงก่อน</description><author>Voice TV</author></image></item></channel></rss>