ไม้พะยูง...ไม้มีค่าที่มีความต้องการสูง

by pakornr 5 มกราคม 2555 เวลา 17:46 น.
ไม้พะยูง...ไม้มีค่าที่มีความต้องการสูง

ขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงยังไม่หมดไป ยิ่งจับ ยิ่งโผล่ เมื่อราคาเย้ายวนใจ แพงยิ่งกว่าทอง จึงยังมีกลุ่มมอดไม้ที่ยังกล้าเสี่ยงตัดไม้นำออกขาย

 

ในรอบปีที่ผ่านมา การปรากฏข่าวการจับกุมไม้พะยูง ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่เท่าที่ปรากฏเป็นเพียงข่าวการเข้าไปตรวจยึด “มอดไม้” เป็นเพียงขบวนการรายย่อยเท่านั้น จับได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ถึงตัวนายทุน หรือ สามารถทลายแหล่งรับซื้อรายใหญ่ได้

 

แต่ละครั้งของการจับกุม ก็เป็นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่

 

 

แค่ชื่อก็เป็นมงคล

 

“พะยูง”เป็นไม้เนื้อแข็งเหมือนกับไม้สัก ตะเคียน มีชื่อที่เป็นความหมายดี เชื่อว่าบ้านใดปลูกไว้ประจำบ้าน จะทำให้บุคคลในบ้านมีแต่ความเจริญ มีฐานะดีขึ้น ช่วยไม่ให้ชีวิตตกต่ำ เพราะพะยูงหรือพยุง คือการประคับประคองให้คงอยู่ ให้มั่นคงหรือสูงขึ้น

 

ต้นพะยูงจัดเป็นไม้มงคลที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร หรือก่อฐานประดิษฐ์ถาวรวัตถุต่างๆ คนไทยจัด ลำดับ “พะยูง” ให้อยู่ใน 9 ชนิดไม้มงคลที่ปลูกไว้ในบ้านคือ ชัยพฤกษ์, ราชพฤกษ์, ทองหลวง, ไผ่สีสุก, กันเกรา, ทรงบาดาล, สัก, พะยูง, ขนุน

 

 

พะยูงเป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 15-25 เมตร เปลือกสีเทาเรียบเรือนยอดทรง มักขึ้นอยู่ในป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณชื้นทั่วไป โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื้อไม้มีสีแดงอมม่วงถึงแดงเลือดหมู เนื้อละเอียดแข็งแรงทนทาน ขัดและชักเงาได้ดีใช้ทำเครื่องเรือน เกวียน เครื่องกลึงแกะสลัก เครื่องดนตรี เช่น ซอ ขลุ่ย ลูกระนาด ช้อนส้อม เป็นต้น

 

 

โทษต่ำ-ราคาสูงทำให้ยังกล้าเสี่ยง

 

“พะยูง”เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เช่นเดียวกับ ไม้ประดู่ ไม้สัก ไม้ยาง ที่จะต้องมีการขออนุญาตทำไม้ก่อน และแม้ว่า ในยุค พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ดำรงตำแหน่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งยกเลิกสัมปทานป่าไม้ทั่วประเทศ ส่งผลให้ไม่มีการให้สัมปทานทำไม้อีก แต่โทษการลักลอบตัดไม้พะยูง ต้องโทษจำคุกเพียง 2-5 ปี ปรับ 10,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกอบกับค่าตอบแทนในการตัดและขายค่อนข้างสูง ซึ่งกรมป่าไม้เคยประเมินราคาว่า การรับซื้อไม้พะยูงในประเทศจีน เดิมลูกบาศก์เมตรละ 40,000บาท แต่ปัจจุบันรับซื้อลูกบาศก์เมตรละ 80,000-100,000 บาท ทำให้ยังคุ้มที่จะเสี่ยงกระทำความผิด

 

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลกรมป่าไม้ พบว่า ผืนป่าพะยูงแหล่งสุดท้ายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้ในแถบเทือกเขาภูพานและพนมดงรัก เช่น อุทยานแห่งชาติภูพาน อุทยานแห่งชาติภูผายล เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ครอบคลุมพื้นที่ จ.สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม เลย มหาสารคาม ตกอยู่ในอันตราย ป่าพะยูงซึ่งมีรวมกันมากว่า 30-40 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ถูกลักลอบตัดในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมามากถึง 20 เปอร์เซ็นต์

 

นอกจากนี้ยังมีอีกแหล่งที่ยังมีไม้พะยูงอีกมาก คาดว่าถึง 100,000 ต้น ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย และป่า ยอดโดม ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเทือกเขาพนมดงรักในเขต 3 อำเภอ คือ อ.บุณฑริก อ.นาจะหลวย และ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี มีพื้นป่ามากถึง 420,000 ไร่ และบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ในจ.อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์  และ สุรินทร์ ด้วย

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่านับตั้งแต่ปี 2551เป็นต้นมา ประเทศจีนต้องการไม้พะยูง เพื่อนำไปซ่อมแซมงานสถาปัตยกรรมชั้นสูง เป็นจำนวนมาก ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมา ปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยสูงขึ้นมาก เนื่องจากประเทศลาว กัมพูชา หรือพม่า ไม่มีไม้พะยูงอีกแล้ว

 

อีกทั้ง จากการตรวจสอบพบว่า ไม้พะยูงที่ถูกลักลอบตัดจากป่าอนุรักษ์ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าความเสียหายมากกว่าปีละหลายล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากมีข่าวว่าประเทศจีน ต้องการนำเข้าไม้พะยูงมากถึง 140ล้านตัน เราจึงต้องระวังกันอย่างเต็มที่ เพราะแม้แต่ในอุทยานฯก็มีการลักลอบตัดและขนย้ายแทบทุกวัน

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เพื่อกวาดล้าง และป้องกันการลักลอบตัดไม้พะยูง แต่ยังพบว่า ขบวนการเหล่านี้ยังปราบไม่หมด โดยมีพฤติกรรมเป็นเครือข่ายโยงใยกัน เริ่มตั้งแต่การมีออร์เดอร์จากต่างประเทศ การเข้าพื้นที่เพื่อหาเป้าหมายว่าต้นไม้อยู่ในป่าไหน ขนาดเท่าไร จะเข้าตัดได้อย่างไร เพื่อ “ชี้เป้า” ให้ทีมตัดไม้ เข้าดำเนินการ

 

จากนั้น ขบวนการลักลอบตัดจะเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการตัด และแปรรูปบางส่วน เพื่อส่งต่อให้หน่วยเคลื่อนย้ายที่จะเข้ามาในลักษณะกองทัพมด ทั้งในรูปแบบรถจักรยานยนต์ หรือลักลอบนำรถปิกอัพเข้ามาขนย้าย สำหรับค่าตอบแทนชาวบ้านจะได้ตามสัดส่วนการทำงาน บางรายได้ครั้งละ 100,000-150,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของภูมิประเทศ เมื่อออกมาจากป่าแล้วราคาขายไม้พะยูง จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 800-1,000 บาท ลูกบาศก์เมตรละ 40,000 บาท หากขายในต่างประเทศ จะขยับเป็นลูกบาศก์เมตรละ 200,000บาท หรือสูงกว่านั้น

 

ด้วยราคาที่สูง ค่าแรงที่เย้ายวนใจ จึงทำให้เครือข่ายเหล่านี้ปราบได้ไม่ง่าย ยิ่งบางพื้นที่จากข่าวที่ปรากฏมีคนในเครื่องแบบเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เท่ากับยิ่งเป็นการซ้ำเติมป่าไม้เมืองไทยให้แย่เข้าไปอีก เพราะที่มีก็เหลือแต่ไม้เล็ก

 

กระแสอนุรักษ์ป่าไม้ กับ กระแสความโลภจึงสวนทางกันตลอด.

 

 

 

 

Source by : Voicetv / Image : Dailynews,Thairath

EMBED CODE :
Wednesday, Oct 01 2014