"ฝายน้ำปุก" ต้นแบบการจัดการน้ำชุมชน

by Porntip 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 10:42 น.

ตัวอย่างของการจัดการน้ำด้วยวิถีชุมชนด้วยการสร้างฝายโบราณบ้านน้ำปุก อ.ปง จ.พะเยา ที่สืบทอดมานานกว่า 120 ปี ซึ่งชุมชนแห่งนี้บอกว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมหรือภัยแล้งเลย 

 

เด็กน้อยดักจับปลา เป็นภาพสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติของฝายโบราณบ้านน้ำปุก อำเภอปง จังหวัดพะเยา ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานกว่า 120 ปี ฝายโบราณบ้านน้ำปุกแห่งนี้ไม่มีสภาพทรุดโทรมแต่อย่างใด ซึ่งยังคงให้ความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้พันธุ์ป่ามากขึ้น รวมทั้งยังมีฝายน้ำล้นอีกสามฝาย คือ ฝายสาระ ฝายสาระนอก และฝายหลงปู่ผิ่ว ซึ่งฝายทั้ง4 เป็นแหล่งน้ำสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านน้ำปุก เพื่อใช้การบริโภคและการเกษตร

 

โดยปัจจุบัน บ้านน้ำปุกมีประชากร 200 ครัวเรือน มีพื้นที่เกษตรประมาณ 150 ไร่ แบ่งเป็นไร่ข้าวโพด และนาข้าว โดยที่นี่สามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง แต่ไม่พบปัญหาการแย่งชิงแหล่งน้ำ เพราะด้วยหลักการบริหารน้ำที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
แก่เหมือง ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของหมู่บ้าน เพราะเป็นผู้ดูแลการจัดสรรน้ำให้แต่ละครัวเรือน โดยแต่ละแปลงเกษตรจะต้องมีประตูระบายน้ำและมีไม้กระดานที่ใช้เปิดปิดเพื่อวัดระดับน้ำไหลเข้าแปลงตามการคำนวนของแก่เหมือง รวมทั้งชาวบ้านทุกครัวเรือนจะต้องร่วมดูแลฝายทั้ง4แห่ง ด้วยการตอกหลักปักฝายในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นกฎระเบียบของหมู่บ้านที่ต้องทำทุกปี 

 

ฝายน้ำปุก เหมืองฝายไม้โบราณที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะด้วยหลักการบริหารจัดการแบบชุมชน ที่สามารถรักษาการจัดการน้ำแบบดั้งเดิมไว้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบการจัดการน้ำระดับชุมชน ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านน้ำปุกและเครือข่ายลุ่มน้ำยม เสนอความคิดเห็นว่า วิธีการจัดสรรน้ำที่ดีต้องเริ่มจากชุมชน และลักษณะฝายต้องสอดคล้องกับระบบนิเวศวิทยา แตกต่างจากฝายคอนกรีตที่จะสร้างปัญหาในเรื่องตะกอนและการทำลายระบบนิเวศ


ดังนั้นภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำและอนุรักษ์ป่าแทน ด้วยการผลักดันแนวคิดการจัดการน้ำด้วยคนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลแทนภาครัฐ ซึ่งเชื่อว่าจะได้ประสิทธิภาพมากกว่าการสร้างเขื่อน ทั้งนี้เสนอนโยบาย1 ชุมชน 1แหล่งเก็บน้ำ ,1 ตำบล1อ่างเก็บน้ำ,โดยโดยสร้างอ่างเก็บน้ำขนาด 50 ล้านลูกบาศก์เมตรครอบคลุมลุ่มน้ำยมทั้ง 77 สาขา จะสามารถเก็บน้ำถึง 3,500 ล้านลูกบาศ์กเมตร ซึ่งมากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้น 3 เท่า โดยใช้งบประมาณเพียง 200-300 ล้านบาท 

 

แม้ว่าข้อเสนอเครือข่ายลุ่มน้ำยมในมุมมองของนายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มองว่าจะเป็นเพียงการบรรเทาความรุนแรงของน้ำท่วม แต่ด้วยวิธีปลูกจิตสำนึกให้มีการสร้างฝาย สร้างแหล่งเก็บน้ำหรือแก้มลิงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำไปถึงปลายน้ำ จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมตลอดเส้นแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเป็นผลดีกว่าการสร้างเขื่อนแล้วทำให้คนไทยทะเลาะกัน

 

Produced by VoiceTV

EMBED CODE :
Thursday, Aug 28 2014