โครงการแก้จน ปฏิบัติการ 1 ไร่ เงิน 1 แสนบาท

by Passavee 25 มิถุนายน 2555 เวลา 16:29 น.

เปิดตัวโครงการ "แก้จน แก้จริง ปฏิบัติการ 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสนบาท" ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้พื้นที่การเกษตร 1 ไร่ ทำการเกษตรแบบผสมผสานโดยใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด

 

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส.ร่วมกับ หอการค้าไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ สปก. เปิดโครงการ "แก้จน แก้จริง ปฏิบัติการ 1 ไร่ ได้เงิน1 แสนบาท" ที่แปลงนาสาธิต ตำบลบางตะไนย์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านวิธีการผลิตการเกษตรแบบผสมผสาน ภายใต้หลักการพัฒนาการเกษตรตามหลักทฤษฏีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่เกษตรกรไทย โดยที่ดิน 1 ไร่ สามารถสร้างรายได้ 1 แสนบาท

 

การดำเนินการในโครงการนี้คือ จะอบรมเกษตรกรต้นแบบเป็นเวลา 5 เดือน ในพื้นที่แปลงนาสาธิต จังหวัดนนทบุรี เมื่ออบรมแล้วเสร็จ ให้เกษตรที่เข้าร่วมโครงการกลับไปสอนเกษตรกรที่สนใจในพื้นที่ของตนเอง โดยวิธีการคือ วิทยากรจะสอนให้เกษตรกรจัดสรรพื้นที่แบ่งเป็นคันนา เพื่อใช้ปลูกข้าว ผักสมุนไพร พืชสวนครัว การขุดคูน้ำรอบแปลงนา เพื่อกักเก็บน้ำใช้รดต้นไม้และเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดเป็นรายได้เสริม และแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้ เป็นต้น

 

นายลักษณ์ วัจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ยอมรับว่า มีเกษตรกรบางส่วนถอดใจออกจากโครงการ ทำให้เหลือเกษตรเข้าร่วมการอบรมรุ่นแรกเพียง 50 คน จากเป้าหมายที่ 85 คน เนื่องจากช่วงระยะเวลาการอบรม 5 เดือน ทำให้เกษตรต้องทิ้งถิ่นฐานเป็นระยะเวลานาน แต่เชื่อว่า จะมีเกษตรกรเข้าโครงการได้ตามเป้าหมายภายในวันที่ 10กรกฏาคมนี้ พร้อมฝากไปยังเกษตรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ขอให้มีความอดทน เพราะโครงการนี้จะช่วยประหยัดต้นทุนการผลิต และลดความเสี่ยงจากสารเคมีในผลผลิตการเกษตรได้

 

นายจิตสุนทร ชัยมงคล เกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน หนึ่งในเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ บอกว่า โครงการนี้จะช่วยเพิ่มความรู้ด้านทฤษฏีการเกษตรแบบผสมผสานที่แท้จริง แลเเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยให้เกษตรกรนำไปปรับใช้ในพื้นที่ทำการเกษตรของตนเองและก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาวได้

 

โครงการ "แก้จน แก้จริง ปฏิบัติการ 1 ไร่ ได้เงิน1 แสนบาท" ดำเนินการโดยภาครัฐและเอกชน 4 องค์กร โดยหอการค้าไทยจะเป็นผู้คัดเลือกเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรุ่นแรก จำนวน 85 คน และจัดวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรต้นแบบ รวมทั้งให้คำปรึกษาด้านการตลาด

 

ส่วน ธ.ก.ส.จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายซื้อปัจจัยการผลิตล่วงหน้าให้เกษตรกรโดยไม่คิดดอกเบี้ย ด้าน สปก. เป็นผู้พัฒนาและออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมกับโครงการ ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ใช้พื้นที่ 100 ไร่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  
 

EMBED CODE :
Thursday, Apr 24 2014
12:00 PM