7 วันอันตราย การเมืองเดือด

Home> News> Thailand> 7 วันอันตราย การเมืองเดือด

7 วันอันตราย การเมืองเดือด

สัปดาห์นี้ เขาว่าเป็น 7 วัน อันตราย แต่ไม่ใช่ 7 วัน อันตรายจ้องนับศพ ในแบบเทศกาลสงกรานต์ แต่เป็น 7 วัน ที่หมากเกมทางการเมือง กำลังได้จังหวะ ออกอาวุธ ขยับหมากกันทีละตา

 

สถานการณ์การเมืองตอนนี้ คอการเมืองที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง คงเห็นภาพการต่อ จิ๊กซอว์ อะไรบางอย่าง ซึ่งก็เป็นจังหวะต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนๆหน้านี้มาแล้ว

 

ไม่ว่าจะเป็น การถอนสิทธิการเป็นส.ส.ของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมกับการยื่นถอนประกันตัว ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยื่นให้ศาลอาญาลงดาบ โดยที่ นายจตุพร ก็ประกาศว่า จะเดินเท้าไปเข้าคุก และทวงถามเหตุของการคัดค้านการประกันตัว เพราะศาลรัฐธรรมนูญเอง ก็เป็นคู่กรณีฟ้องร้องกับนายจตุพรอยู่ด้วย

 

ซึ่งตามมาด้วย การเป่า "เก่ง การุณ โหสกุล" ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ที่กกต.ลงมติจาก 4 คน ขาดไป 1 คน ด้วยเสียง 3 : 2 โดยไม่รอครบองค์ประชุม ให้ใบแดง ก่อนส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาต่อไป เรียกว่า "สอยกลางหาว" ด้วยข้อหา ปราศรัยโจมตีกัน

 

บางคนก็เลยมองว่า การจับ "จตุพร" นอนคุก จะได้ไม่มีสิทธิมาลงสมัครเป็นส.ส.ในเขตนี้แทน หากในที่สุดศาลฯยืนตามมติของกกต. จะได้สมใจอยาก เพราะก่อนหน้า ก็เคยให้ "จตุพร" นอนคุก ไม่ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง จนเป็นผลมาให้ต้องถูกเขี่ยพ้นเส้นทางส.ส.

 

ตามาด้วย แผลสด ในเรื่องของ "นาซา โกโฮม" ทั้งที่เป็นความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ อันจะนำประโยชน์มาสู่วงการวิทยาศาสตร์และการพยากรณ์อากาศของไทย และโลก แต่ "นาซา" ก็ต้องเจอพิษการเมืองไทย ทำให้เก็บของกลับบ้าน ไม่ได้เข้ามาบินสำรวจเมฆตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจเป็น "ชาติแรกในโลก" ที่ปฏิเสธการยื่นมือความช่วยเหลือของนาซา ทั้งที่รัฐบาลเพื่อไทย ก็พร้อมสนับสนุน และยืนยันในความโปร่งใส

 

แต่ด้วยความหลอน และผวา กับสัญญาณลึกลับ ที่ดาวเทียมนาซาไม่สามารถล่วงรู้ได้ แต่คนในซีกรัฐบาลหยั่งถึง และสัมผัสไออำมหิตได้ จึงเลือกทางที่จะถอย ไม่กล้าวัดดวงกับการตีความขัดรธน.ม.190 ที่จะต้องมีผู้ร้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงเลือกโยนเรื่องเข้าสภาฯถกกันให้เห็นไส้ดีกว่า เพราะเรื่องนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ แต่ก็มาค้านสุดลิ่มด้วยพรรคประชาธิปัตย์เอง สุดท้ายเมื่อมติครม.ออกมาเช่นนั้น สหรัฐฯจึงของเซย์โน โกโฮมดีกว่า

 

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ รัฐบาลชุดนี้ เล่นบทถอย !!!

 

ต่อมาในสัปดาห์นี้ มีเรื่องร้อน ที่เปรียบเหมือนระเบิดเวลา รอการถอดชนวน 2 เรื่องใหญ่ จ่อคอหอย

 

เรื่องแรก การออกมาจุดพลุโดย ประธานรัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ที่มีข่าวออกมาว่าไปสะกิด "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ อดีตประธานคมช. ว่า ลองทบทวนเรื่องการยื่นร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติดูอีกซักทีมั๊ยว่า จะถอนร่างไปปรับปรุงเพิ่มเติมดีหรือไม่ แต่การจะถอนจริงๆตามขั้นตอน ก็ต้องโหวตในสภาอยู่ดี ก็ต้องดูว่า หากเปิดประชุมสภาฯในวันที่ 1 ส.ค.นี้ จะเดินกันอย่างไรต่อ

 

ซึ่งท่าทีหลายฝ่ายในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ดูท่าจะเห็นด้วย เพราะไม่ใช่เรื่องของการต่างตอบแทน หรือการจะยกประโยชน์ให้จำเลย โดยเฉพาะเรื่อง คำตอบคนสั่งฆ่าประชาชน จะทำเป็นหลับตา ลืมๆกันไป แล้วยัดเยียดวลีเด็ด "คนไทยลืมง่าย" ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม ดังนั้น คงต้องว่ากันตามเนื้อผ้า รายการหมูไปไก่มา คงไม่มี

 

ส่วนเรื่องที่สอง ว่ากันว่าเรื่องนี้เล่นแรง คือ คำสั่งระงับชั่วคราว การพิจารณาลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เล่นบทตีความรัฐธรรมนูญ ด้วยการฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เห็นว่า การรับคำร้องโดยที่ไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุด ศาลฯทำได้ ... พร้อมเดินหน้าไต่สวนเรื่องนี้ ในประเด็น การแก้รัฐธรรมนูญเพียง 1 มาตรา คือ 291 จะเป็นการเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ เพราะมีความกังวลว่า จะมีการไปแตะหมวดสถาบัน

 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ช่วงการรณรงค์ประชามติรับร่างรธน.2550 หลายคนก็บอกว่า รู้ว่ายังไม่ดี แต่ให้รับไปก่อน แล้วไปแก้ทีหลัง แต่พอจะมีการเสนอแก้ ก็อย่างที่เห็น ก็ไม่รู้ว่าคนที่เคยพูดเอาไว้ หากมีญาติๆ หรือคนในครอบครัว กลับไปถามเพื่อขอคำอธิบาย ว่าในวันนั้น กับในวันนี้ ยังมีวิญญาณเดียวกันหรือ จะรูสึกอย่างไร

 

โดยในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดไต่สวนผู้ร้อง จำนวน 16 ปาก นำโดย นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา นายวัชรา หงส์ประภัศร อดีต ส.ส.ร.50 นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.  

 

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา นางพรพันธุ์ บุญยรัตพันธุ์ ส.ว.สรรหา  นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ส.ว.สรรหา นายคมสัน โพธิ์คง อดีต ส.ส.ร. 50 นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีม.ธรรมศาสตร์ อดีตเลขาส.ส.ร.50 และ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ ซึ่งกรณีนายอานันท์ บางกระแสข่าวบอกว่า เจ้าตัวยังไม่ทราบเรื่อง

 

ส่วนวันที่ 6 ก.ค. ไต่สวนผู้ถูกร้องจำนวน 4 ปาก ประกอบด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา และนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

 

ส่วนคำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าหลายฝ่ายเริ่มเตรียมรับมือกับสถานการณ์จากนั้น เพราะเรื่องนี้ ว่ากันว่าจินตนาการเล่นกันถึงยุบพรรค หากคำวินิจฉัยออกมาว่า การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างการปกครอง อาจจะมีมือดี รอเสียบอยู่ว่า พรรคที่ยื่นแก้ไขต้องถูกยุบพรรคอีกหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ถือว่า "งานใหญ่" เพราะกลุ่มคนเสื้อแดง ที่แม้เคยประกาศมาก่อนหน้านี้ ในช่วงที่รัฐบาลถอยเรื่องวาระ 3 ว่า "ถึงเวลาต้องสู้บ้าง กลับถอย" แต่ก็ยังประกาศว่า หากเล่นกันขนาดนี้ ก็พร้อมระดมมวลชนกันอีกรอบ

 

และไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร รัฐบาลต้องเตรียมรับมือกับ สงครามน้ำลาย ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่รู้ว่า หากผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปได้ จะถึงขั้นสะบักสะบอม แล้วจะไปลงล็อกเหมือนดังที่ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ "ทำปืนลั่น" พลั้งปากฟันธงออกมาว่ารัฐบาลอยู่ไม่พ้นสิ้นปีนี้

 

หรือจะยุบสภาฯเลือกตั้งอีกรอบ ก็อาจจะวกเอาพ.ร.บ.ปรองดองฯ แหย่เข้ามาให้ขัดแย้งกัน เมื่อฝ่ายบริหาร กับฝ่ายนิติบัญญัติเห็นต่างกัน ก็รีเซ็ทกันอีกซักที

 

เพราะเมื่อทีมใหญ่ 111 สังกัดสมาชิกพรรค ครบจำนวนวันพร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งล่ะก็...น่าดู !!!

by pakornr

1 กรกฎาคม 2555 เวลา 23:51 น.

View 1321

Keyword: ยุบสภา , จตุพร พรหมพันธุ์ , บ้านเลขที่ 111 , สถานการณ์การเมือง , news forcast , เก่ง การุณ โหสกุล , 7 วันอันตราย การเมืองเดือด , ถอนร่างพ.ร.บ.ปรองดอง , วาระ 3 แก้รัฐธรรมนูญ , พยาน 16 ปาก แก้รัฐธรรมนูญ , ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย , คำวินิจฉัย วาระ 3