ส่ง'หมอถ้ำมอง'แอบถ่ายจิ๊มิพยาบาลไปบำบัดจิต

by pakornr 4 กันยายน 2555 เวลา 17:07 น.

ส่ง"หมอถ้ำมอง" บำบัดจิต หลังตร.แสดงหลักฐานมัดตัวแน่หนา ปรับเต็มที่ 1 พันบาท จิตแพทย์ชี้เป็นพฤติกรรมส่วนตัว ต้องหาสาเหตุเพื่อบำบัดให้หาย ยอมรับเสียเครดิตแพทย์

 

ที่จ.อำนาจเจริญ หลังจากเกิดกรณี "หมอถ้ำมอง" ที่ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญเข้าแจ้งความ กับตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ หลังจากพบกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำเจ้าหน้าที่หญิง แผนกผู้ป่วยนอก และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบว่ามีภาพแอบบันทึกอยู่ในนั้น กระทั่งโรงพยาบาลตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกล้องที่แพทย์ท่านหนึ่ง แอบมาตั้งไว้เพื่อแอบถ่ายเจ้าหน้าที่ในห้องน้ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายนนั้น
 

เมื่อวันที่ 4 กันยายน รายงานข่าวแจ้งว่า กล้องดังกล่าวเป็นกล้องแอบถ่ายภาพเคลื่อนไหว ขนาดเล็ก ลักษณะภายนอกเหมือนแฟรชไดร์ทั่วไป เป็นของกลางที่ตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ ได้จากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ที่ได้นำมอบเป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความเอาผิดผู้ที่เป็นเจ้าของ หลังจากพยาบาลหญิงพบกล้องแอบถ่ายนี้ในห้องน้ำเจ้าหน้าที่หญิง แผนกผู้ป่วยนอก ของโรงพยาบาล
 

พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ ยืนยันว่า มีภาพทั้งหมด 7 ภาพ มีผู้เสียหายตามภาพ 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่หญิงของโรงพยาบาล 2 คน และบุคคลที่ใกล้ชิดกับเจ้าของกล้องแอบถ่าย 1 คน


"ผู้บริหารโรงพยาบาลอำนาจเจริญยืนยันผลการสอบสวนว่ากล้องนี้เป็นของ แพทย์ด้านเวชกรรมท่านหนึ่ง ที่เข้าเวรปฏิบัติงานในเช้าวันที่ 13 สิงหาคม ที่แอบบันทึกภาพในห้องน้ำเจ้าหน้าที่หญิงจริง ส่งไปตรวจสอบสภาพจิตแล้ว"

 

พ.ต.อ.รุทธพล กล่าวต่อว่า ส่วนที่เกิดเหตุไม่ใช่ห้องน้ำของผู้ป่วยทั่วไป แต่เป็นห้องน้ำเจ้าหน้าที่หญิง แผนกผู้ป่วยนอก จะมีเฉพาะแพทย์ผู้หญิง หรือพยาบาลหญิงเท่านั้นใช้ โดยเจ้าของกล้องแอบถ่ายได้เลื่อนถังขยะที่อยู่ด้านข้างไปวางไว้ตรงหน้า ชักโครกเพื่ออำพราง


นายแพทย์สมกฤกษ์ จึงสมาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ระบุว่า ได้รายงานให้ต้นสังกัดทราบเพื่อพิจารณาความผิดทางวินัย และให้แพทย์ท่านนี้ไปปฏิบัติงานนอกโรงพยาบาลในระหว่างการสอบสวน


ล่าสุดนายแพทย์ท่านนี้ยอมรับสารภาพกับตำรวจว่า แอบถ่ายภาพจริง พร้อมเสียค่าปรับสูงสุด 1,000 บาท ตามฐานความผิดลหุโทษ โดยตำรวจได้ยึดคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของนายแพทย์ท่านนี้ไว้ 1 เครื่อง เพื่อตรวจสอบว่ามีภาพลามกอนาจารที่แอบถ่ายเก็บไว้อีกหรือไม่

 

ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าววอยซ์ทีวี ออนไลน์ ระบุว่า พฤติกรรมถ้ำมอง เป็นหนึ่งในกามวิตถาร ทั้งนี้ การเป็นนักถ้ำมอง (Voyeurism or Scopophilia) เป็นพฤิกรรมที่ผู้มีอาการทางจิต มีการเกิดความสุขทางเพศจากการแอบดูร่างเปลือยหรือดูการร่วมเพศของคนอื่น พวกที่เป็นนักถ้ำมอง (Vogue) จะพบได้ในวัยหนุ่มสาวมากกว่าวัยสูงอายุ กลุ่มนี้เมื่อแอบดูมักจะทำการสำเร็จความใคร่ไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย พบได้น้อยมากในเพศหญิง

 

สำหรับ กรณีแพทย์รายนี้ ในเรื่องแนวทางการรักษานั้น คงต้องให้ทางจิตแพทย์ที่ดูแล เป็นผู้ระบุในรายละเอียดจะเหมาะสมกว่า แต่ในหลักการแล้ว จะเน้นการรักษาในการให้คำปรึกษา และวิเคราะห์หาสาเหตุการมีพฤติกรรมดังกล่าว ว่าเกิดจากอะไร เพื่อจะได้รักษาอย่างตรงจุด

 

"พฤติกรรมที่เกิดขึ้น เลี่ยงไม่ได้ ในเรื่องของความเสื่อมเสียชื่อเสียง และผลกระทบจากเพื่อนร่วมงาน และคนรอบข้าง รวมทั้งคนไข้ อย่างไรก็ตาม ในการรับบุคคลเข้าเป็นนักเรียนแพทย์นั้น มีการคัดกรองอย่างมีระบบ และมีมาตรฐาน ส่วนการจะมาเกิดพฤิตกรรมในภายหลัง หรือเป็นเพียงรสนิยมทางเพศหรือไม่อย่างไรนั้น ต้องอยู่ที่กระบวนการการรักษาตรวจสอบต่อไป" นพ.ทวีศิลป์ ระบุ    

 

 

ด้าน นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา กล่าวว่า จากกรณีหมอที่จังหวัดอำนาจเจริญติดตั้งกล้องแอบถ่ายพยาบาลเข้าห้องน้ำนั้น ทางแพทยสภาจะไม่นิ่งนอนใจ โดยจะมีการตรวจสอบจริยธรรมและพิจารณาว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งในเรื่องการพิจารณานั้น จะมีการเชิญหมอมาให้ปากคำกับอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบจริยธรรม และเพื่อพิสูจน์ว่ามีความตั้งใจในการติดตั้งกล้องและเป็นผู้ติดตั้งกล้องจริงหรือไม่ ทั้งนี้จะเชิญพยาบาลที่เป็นผู้เสียหายมาให้ปากคำด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้เรื่องนี้ทางพยาบาลผู้เสียหายจะร้องเรียนหรือไม่ก็ตาม ทางแพทยสภาจะทำการตรวจสอบด้านจริยธรรม เนื่องจากเมื่อเป็นข่าวก็ไปแล้วทางแพทยสภาก็ต้องพิสูจน์หาความจริงให้ได้
 
 
นพ.อำนาจ กล่าวต่อว่า ก่อนที่นักศึกษาแพทย์ทุกคนจะเข้ามาเรียนแพทย์ ทางมหาวิทยาลัยทุกแห่งจะต้องตรวจสุขภาพก่อน และถ้าพบว่านักเรียนแพทย์คนใดที่สอบเข้ามาไม่ว่าจะคะแนนดีแค่ไหน หากพบว่ามีอาการป่วยทางจิตหรือผิดปกติ ทางมหาวิทยาลัยก็จะแนะนำให้ไปเรียนในคณะอื่นที่ไม่เครียด เพราะยิ่งได้รับความเครียดก็จะยิ่งไปกระตุ้นให้อาการทางจิตรุนแรงขึ้น โดยคนที่ป่วยเป็นโรคจิตเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งนี้ ในรายของหมอที่ติดตั้งกล้องถ่ายพยาบาลหากพบว่ามีอาการทางจิตก็จะให้ทำการรักษา ซึ่งหากรักษาไม่หายก็จะไม่ให้กลับมาทำงานอีก เพราะอาจเป็นอันตรายกับผู้ป่วยที่มารักษาได้
 
EMBED CODE :
Friday, Apr 18 2014
12:00 PM