ลูกคือสุขสุดใจของนายกฯปู วันนี้'อดทน'เพื่อชาติ

by pakornr 22 กันยายน 2555 เวลา 17:47 น.

เปิดหัวใจ "นายกฯยิ่งลักษณ์"ผ่านมา 1 ปี ไม่มีคำว่าเสียใจที่ลงสนามการเมือง ยึดคำเดียว "อดทน" เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ส่วนชีวิตครอบครัว สุขสุดใจ อยู่ที่ลูก

 

วันนี้ (22 ก.ย.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับ "คำ ผกา" ผู้ดำเนินรายการดีว่าส์คาเฟ่ ในโอกาสพิเศษ ในรายการดีว่าส์ปาร์ตี้ โดย "คำ ผกา" ย้ำคอนเซ็ปต์ในการเข้าสัมภาษณ์ว่า เป็นในลักษณะที่มนุษย์พึงคุยกับมนุษย์ อาจจะมีบทบาทไม่เหมือนกับการไปสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี อยากให้เป็นเหมือนคนบ้านเดียวกันมากกว่า โดยช่วงแรกของการสัมภาษณ์เป็นการใช้ภาษาเหนือ หรือ "อู้ กำเมือง"ต่อกัน

 

โดย นายกฯยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตื่นเต้นและดีใจ เพราะทำงานมา 1 ปี ก็ยังไม่มีโอกาสได้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ในลักษณะวาไรตี้แบบนี้ ทั้งนี้ ในส่วนงานที่ทำนั้น นายกฯ บอก(ภาษาคำเมือง)ว่า "ถ้าเป็นเรื่องที่เหนื่อย (อิ๊ด) ก็จะเป็นเรื่องน้ำ เพราะเริ่มทำงานก็เจอเรื่องน้ำท่วม วันนี้ครบปี ก็ต้องมาพูดถึงเรื่องน้ำท่วมอีก บางพื้นที่กลับแล้ง ก็อยากให้มาดูแลบ้าง"

 

ส่วนการทำงานตั้งแต่ทำเรื่องน้ำ ทำให้รู้จักงาน รู้จักคนทุกกระทรวง จึงทำให้งานไปได้ และที่สำคัญได้ความรักของคนไทย มาร่วมช่วยกัน ซึ่งทำให้เราผ่านพ้นไปได้ และหวังว่าปีนี้ ก็จะผ่านไปได้ด้วยดีเช่นกัน

 

นอกจากนี้ นายกฯ ยังให้สัมภาษณ์ เรื่องการถูกโจมตีทางการเมืองว่า เมื่อตัดสินใจเข้ามาแล้ว และตั้งใจที่จะเข้ามารับใช้ประชาชน จึงต้องท่องอยู่คำเดียวคือ อดทน บางครั้งก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ไม่รู้จะเรียกร้องอะไร พอเจอแบบนี้ก็ต้องบอกตัวเองว่า ต้องรักษาสุขภาพจิตใจ สร้างภูมิคุ้มกันของตัวเอง ถ้าท้อถอยอ่อนแอ สิ่งที่ประชาชนที่ฝากความหวังไว้ หากท้อภารกิจของประเทศก็จะไม่เดิน และก็ต้องให้กำลังใจกับตัวเอง และก็มามองสิ่งที่ทำงาน และอยากให้มองที่การทำงานด้วย และวันนี้ดีใจที่ได้มีโอกาสทำงานให้ประเทศ ส่วนตัวคาดคิดเอาไว้แล้วว่า เมื่อเข้าสู่การเมืองต้องเจออะไรอีกมาก แต่ก็ไม่รู้จะมารูปแบบไหน และเชื่อว่าเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์การทำงาน

 

"อย่างหนึ่งที่ต้องบอกถึงการตัดสินใจมาลงสมัครรับเลือกตั้ง คือ ไม่เสียใจเลย มีความรู้สึกดีใจที่ได้ทำงานให้กับประเทศที่เรารัก และวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ ส่วนอุปสรรคต่างๆก็เป็นเรื่องที่ต้องอดทน ส่วนสิ่งต่างๆที่เข้ามา ก็คาดคิดอยู่แล้วว่าคงต้องเจอหลายๆรูปแบบ แต่ก็คิดว่าเราเองก็ต้องอดทน แต่ว่าสิ่งที่จะเข้ามาจะมารูปแบบไหน ก็ไม่มีใครรู้ ก็อย่างที่เห็นว่าเราเองก็พิสูจน์อย่างเดียว และเชื่อว่าสังคมไทยเปิดกว้างและจะให้โอกาสดิฉันค่ะ" นายกฯ กล่าว

 

ส่วนประเด็นชีวิตครอบครัวของนายกฯยิ่งลักษณนั้น นายกฯ เผยว่า "สำหรับชีวิตครอบครัวที่เปลี่ยนไป ก็ตรงที่มีเวลาที่น้อยลงไป ก็ต้องหาเวลาบริหารจัดการที่บ้าน เพราะลูกก็ยังเล็ก ก็ยังต้องการการดูแล เพราะว่าวัยนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่กำลังจะโตมาเป็นวัยรุ่น ก็ต้องการเวลาที่พ่อแม่ให้ความใกล้ชิด ก็เลยพยายามชดเชยเวลาที่เหลืออยู่ให้กับลูก เช่น ถ้าไม่มีภารกิจไปไหน ก็จะกลับบ้านให้เวลากับลูก มากกว่าที่จะไปใช้เวลาส่วนตัว แล้วก็ตื่นเช้าเพื่อที่จะเจอลูก"

 

สำหรับช่วงเวลาแห่งความสุขในรอบสัปดาห์หลังการทำงาน นายกฯ บอกว่า ก็จะเป็นช่วงวันอาทิตย์ หรือวันเสาร์เย็นที่ได้มีเวลาอยู่กับลูก ก็จะถามเขาว่าเขาอยากทำอะไร บางครั้งก็ซื้อภาพยนตร์มาดูกับลูก ขณะที่ช่วงเวลากับสามีนั้น โดยปกติถึงวันนี้ก็จะเป็นเวลาที่ไปเป็นครอบครัวมากกว่า จะไปกันสองต่อสองคงไม่มีแล้ว

 

ขณะที่เรื่องของการแต่งกาย และการดูแลเสื้อผ้า หน้า ผม นายกฯ บอกว่า ความสุขของคน ต้องเริ่มจากจิตใจข้างใน ส่วนงานหนักมาตลอดใน 1 ปีถามว่าจะทำอย่างไร อย่างแรกเราก็ต้องหาความสุขให้กับตัวเรา ให้สุขจากข้างใน และการดูแลสุขภาพตัวเอง และการแต่งตัวก็ไม่ได้มีทีมงานอะไรเป็นพิเศษ ก็ดูเองบ้าง อะไรบ้าง ตามความเหมาะสมตามกาลเทศะและก็อาศัยติดตามเทรนด์แฟชั่นจากนิตยสาร หรือฝากคนซื้อบ้าง ซื้อจากอินเทอร์เน็ตบ้าง

 

สำหรับคำนิยามของผู้หญิงแถวหน้า นายกฯ ให้คำนิยามว่า "ผู้หญิงแถวหน้า จะต้องเป็นผู้หญิงแถวหน้าด้วยการได้รับการยอมรับ จะถือว่าเป็นสิ่งที่เดินได้อย่างสง่าผ่าเผย และอยากให้ผู้หญิงงามทั้งร่างกายและจิตใจ และมีน้ำใจที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ที่เราต้องช่วยกันสื่อให้ต่างประเทศได้ซึมซับสิ่งนี้"   

EMBED CODE :
Wednesday, Oct 01 2014