การเสวนา กระบวนการยุติธรรมในสถานการณ์พิเศษ​

by Anuthee 2 ตุลาคม 2555 เวลา 17:24 น.

คณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ร่วมเสวนา 'กระบวนการยุติธรรมในสถานการณ์พิเศษ' โดยเห็นว่าการใช้กฎหมายพิเศษอย่างมีความยืดหยุ่น และมีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จะทำให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

 
การจัดเวทีสัมนาในหัวข้อ 'กระบวนการยุติธรรมในสถานการณ์พิเศษ' โดยมีวิทยากรประกอบไปด้วย ศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า รองศาสตราจารย์ ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา และอดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด รองศาสตราจารย์ ณรงค์ ใจหาญ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายสมชาย หอมละออ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย และกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ร่วมเป็นวิทยากร
 
รศ.ณรงค์ กล่าวถึงการใช้กฎหมายในสถานการณ์พิเศษ ในความขัดแย้งทางการเมืองหรือการอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทราบถึงความละเอียดอ่อนของปัญหา ซึ่งบางครั้งเกิดการใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างเคร่งครัดจนเกินไปโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
 
สอดคล้องกับนายสมชาย ซึ่งกล่าวว่าการใช้กฎหมายพิเศษ จะต้องใช้อย่างระมัดระวังและมีความยืดหยุ่น โดยใช้แต่เพียงความจำเป็นเท่านั้น และจะต้องรับประกันการเยียวยาผู้ที่ได้รับกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ด้วย ทั้งนี้เห็นว่าตามข้อเสนอของ คอป.ที่ให้มีการทบทวนการใช้กฎหมายพิเศษ ที่ไม่ได้รับการยอมรับในสังคม เป็นสิ่งที่ควรจะมีการพิจารณาอย่างเร่งด่วน
 
ทางด้านนายโภคิน มองว่าผู้ที่มีอำนาจ ย่อมสามารถใช้กฎหมายได้ตามใจชอบในสถานการณ์พิเศษ การใช้กฎหมายในสถานการณ์พิเศษในประเทศไทย จึงมักขัดกับหลักนิติธรรมเสมอ ดังนั้น ไม่ว่าในสถานการณ์พิเศษจะเป็นลักษณะใด การใช้กฎหมายก็ไม่ควรจะละเมิดสิทธิเสรีภาพ
 
ส่วนทางด้าน ศ.ดร.บรรเจิด มองว่าสิ่งที่สำคัญ คือการทำให้กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นกลาง โดยปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองมากที่สุด ทั้งนี้เห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การแก้ไขที่ตัวของระบบตุลาการเอง หากแต่ต้องไปแก้ไขที่การปฏิรูปการเมือง ให้ฝ่ายการเมืองมีความเคารพกติการัฐธรรมนูญมากขึ้น โดยองค์กรตุลาการรัฐธรรมนูญจะต้องคงอยู่เพื่อเป็นหลักให้แก่บ้านเมืองในการทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายการเมืองต่อไป
 
ด้านศาสตราจารย์พิเศษ ดร.อักขราทร จุฬารัตน กรรมการกฤษฎีกา และอดีตประธานศาลปกครองสูงสุด มองว่าปัญหาของระบบยุติธรรมในปัจจุบัน เกิดจากการที่นักกฏหมายของไทยที่ยังเชื่อว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องมีอำนาจสูงสุดมากกว่าฝ่ายตุลาการ ทั้งที่จริงเเล้วหน่วยงานตลอดจนแนวทางปฏิบัติของรัฐ ต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งการให้รัฐสภามีอำนานมากเกินไป จนตุลาการรัฐธรรมนูญไม่สามารถตรวจสอบได้ ทำให้รัฐสภาออกกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ จึงมองว่าการแทรกแซงของตุลาการรัฐธรรมนูญในไทยเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการปกครองภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ
EMBED CODE :
Friday, Aug 29 2014