บทความ ดร.โกร่ง ไม่ปลื้มจำนำข้าว

by Watsana 3 ตุลาคม 2555 เวลา 17:03 น.

ต้นตอของข่าว ดร.โกร่ง ไม่ปลื้มโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เกิดจากบทความในคอลัมม์ คนเดินตรอก ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 
ต้นตอของข่าว ดร.โกร่ง ไม่ปลื้มโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เกิดจากบทความในคอลัมม์ คนเดินตรอก ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2554  ซึ่งเขาแสดงความเป็นห่วงว่า รัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมปัญหาการทุจริตในหลายขั้นตอนได้
 
คอลัมม์ คนเดินตรอก วันที่ 15 สิงหาคม 2554 ที่ใช้ชื่อว่า โครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ของนายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง  อดีตรองนายกรัฐมนตรี  มีเนื้อหา เกี่ยวกับ การแสดงความเป็นห่วงเรื่องโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่ในขณะนั้นเป็นนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย
 
โดยเห็นว่า เป็นโครงการ ที่ใช้เงินจำนวนมาก และมีปัญหาทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่ชื่อโครงการที่ผิดตั้งแต่ต้น เนื่องจากธรรมชาติของการรับจำนำ  ต้องจำนำในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด เพื่อหวังให้ผู้จำนำมาไถ่ของคืน
 
แต่การรับจำนำข้าวที่ให้ราคาสูงกว่าตลาด  จึงไม่ใช่การจำนำ  เพราะจะไม่มีชาวนามาไถ่ข้าวคืน  เพื่อไปขายในตลาดที่ให้ราคาถูกกว่า  การตั้งชื่อว่าโครงการรับจำนำ  จึงเป็นการตั้งชื่อหลอกลวงประชาชน
 
ในทางทฤษฎี สินค้าเกษตรที่ส่งออกทุกตัว  ประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลกในสินค้าประเภทนั้นๆ  เมื่อสินค้าตัวนั้นขาดตลาด  ก็มีของทดแทนกันได้มาเป็นคู่แข่ง เช่น ข้าวขาดแคลน จะมีข้าวสาลี ข้าวโพดและธัญพืชอื่น ๆ เป็นคู่แข่ง ไม่แตกต่างจากยางพาราที่ใช้ยางเทียมทดแทนได้ 
 
ราคาสินค้าเกษตรทุกตัว จึงกำหนดโดยตลาดโลก  การกักตุนเพื่อเก็งกำไร จึงไม่สามารถทำได้  เพราะจะผู้ผลิตรายอื่น  เสนอขายสินค้าในตลาดโลก ทั้งแบบสินค้าชนิดเดียวกัน หรือ สินค้าทดแทนทันที  นอกจากนี้ยังอาจช่วยให้คู่แข่ง ขายได้ก่อนและได้ราคาดีกว่าประเทศที่กักตุนสินค้า
 
ที่ผ่านมา จึงมีหลายโครงการล้มเหลวจากแนวคิดนี้ เช่น โครงการมูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศ ขององค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติหรือ UNTAD ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
 
และเห็นว่า การนำเงิน 4 -5 แสนล้านบาท มาหมุนเวียน เพื่อซื้อสินค้าเกษตรไปกักตุน เพื่อปั่นราคาในตลาดโลก  จึงเป็นไปไม่ได้
 
ส่วนปัญหาในเชิงปฏิบัติคือ การตรวจสอบการทุจริต เริ่มตั้งแต่โรงสี ที่รับซื้อข้าวในราคาตลาด ที่ต่ำกว่าราคารับจำนำของรัฐบาล และทำใบประทวนปลอมเพื่อใช้แสดงเป็นหลักฐาน เมื่อถูกตรวจสอบ
 
ส่วนการทุจริตรอบ 2 คือความรู้กันระหว่างบริษัทส่งออกกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จะขายข้าว ในตลาดต่างประเทศ   หากบริษัทส่งออกรู้ราคาขายข้าวของรัฐบาล ก็จะสามารถคำนวณต้นทุนของตัวเองได้ เมื่อได้กำไรจากส่วนต่าง ก็จะแบ่งเปอร์เซนต์กันระหว่างเจ้าหน้าที่และเอกชน
 
พร้อมกับเห็นว่า โครงการรับจำนำข้าว  จะทำลายโครงสร้างตลาดข้าวในประเทศ  โรงสีที่ไม่มีเส้นสาย ไม่ได้เข้าร่วมโครงการก็จะล้มละลาย เพราะไม่มีข้าวส่งออก เกิดการผูกขาดโดยโรงสี
 
บทความของนายวีรพงษ์  ราทางกูร สรุปไว้ท้ายบทความว่า เกษตรกร ที่เคยได้ประโยชน์จากโครงการชดเชยส่วนต่างของราคาตลาด  กับราคาประกัน  ซึ่งมีจำนวนมากกว่า จะออกมาโวยวาย หากรัฐกลับไปใช้นโยบายรับจำนำอีก หรือ แต่ถ้าทำนโยบายนี้ โรงสี โรงมัน ผู้ส่งออก ก็จะจัดมวลชนออกมาเดินขบวนอีก และในที่สุดรัฐบาลต้องหาบันไดลงเอง
EMBED CODE :
Wednesday, Jul 23 2014