อาถรรพ์ป่า...มีจริง ?

by pakornr 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา 18:44 น.
อาถรรพ์ป่า...มีจริง ?

อาถรรพ์แห่งป่า เป็นตำนานบอกเล่ากันมานาน คนอยู่ป่า จะเชื่อว่า ผืนป่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง คนเข้าป่าจึงต้องเคารพ หรือบางครั้งการหายไปของคนหลงป่า ก็ไม่มีคำอธิบาย

 

ข่าวการค้นพบซากเครื่องบินเล็ก ที่สองนักบินฝึกหัด นำเครื่องบิน  ฝึกบิน แบบ 4 ที่นั่ง รุ่น CESSNA 172 พร้อมนักบินอีก 2 คนคือ นายภาคิน ไทยถนอม ครูฝึกการบินของบริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด และ นายรณพ เหลืองวิลาวัณย์ นักบินฝึกหัด ที่หายสาบสูญไปในป่าเขาใหญ่ โดยเครื่องบินเล็กลำนี้หายสาบสูญไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2550 ที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างเครื่องกำลังบินจากสนามบินเล็ก ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มุ่งหน้าสนามบินดอนเมือง แต่หลังจากที่เครื่องออกบินได้ประมาณ 40 นาที ก็ขาดการติดต่อ และหายไปจากจอเรดาร์ ในช่วงบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บริเวณรอยต่อจังหวัดนครราชสีมา-นครนายก หลังจากที่เครื่องบินเล็กลำดังกล่าวสูญหายไป ก็มีการระดมเจ้าหน้าที่ออกค้นหาต่อเนื่อง แต่เบื้องต้นกลับไม่พบร่องรอย

 

 

ตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของนักบินฝึกหัด รณพ เหลืองวิลาวัณย์ ซึ่งมีคุณพ่อเป็นอดีตกัปตัน ต่างระดมสรรพกำลังประสานกับหลายหน่วยงาน ออกตามหา ผู้เป็นพ่อก็ขึ้นบินหลายรอบ สำรวจแทบทุกตารางนิ้วในป่าเขาใหญ่ แต่ไม่พบ ราวกับว่า มีอะไรบังตา...

 

ผ่านมาวันนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่า จุดที่พบ เป็นจุดที่เคยมีการค้นหามาแล้ว หลายครั้ง ทั้งบนบก และการสำรวจทางอากาศ กลับหลุดรอดสายตาไปได้ ราวกับว่ามี อาถรรพ์ป่า มาบังตา

 

เรื่องราวความเชื่อใน อาถรรพ์ป่า จะว่าไปมีมานมนาน โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่า หรือ พรานป่า ต่างก็เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้มีจริง แต่ในทางวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

 

ผีบังตา – เป็นความเชื่อ ที่เชื่อกันว่า บางครั้งผู้คนที่หายไปในป่า อาจมี ผีป่า มาบัง หรือ พรางตา ของคนที่สูญหาย ทำให้เดินหลงทาง หรืออีกประการ ผีมาบังตาคนที่ค้นหา ทำให้มองไม่เห็นคนที่หาย ซึ่งบางครั้งหลังการค้นพบในภายหลัง มักจะพูดกันว่า "จุดนี้ก็เคยค้นหามาหลายรอบแล้ว แต่ทำไมไม่เห็น" ซึ่งก็แปลก...

 

ป่ามีชีวิต – เป็นความเชื่อของคนอยู่ป่า ที่เชื่อว่า ต้นไม้ใบหญ้าในป่าใหญ่ นั้นมีชีวิตมีวิญญาณ เปลี่ยนแปลงไปได้ เคลื่อนไหวไปได้ ไม่เหมือนเดิม บางครั้งจนทำให้คนที่หลงทาง ยิ่งเดินยิ่งหลง หรือ คนค้นหา ยิ่งหา ก็ยิ่งไม่เจอ

 

ประตูป่า – เป็นเรื่องเล่าในบางตำนาน ว่าในป่าลึก ป่าดงดิบ มีประตูข้ามภพ บางครั้งคนที่หาย อาจพลัดหลงข้ามประตูป่า จนไปโผล่ยังสถานที่อื่น ที่ไม่รู้จัก จนหาทางออกไม่ได้ หรือยิ่งทำให้คนหา มองไม่เห็น จนสุดท้ายก็หากันไม่เจอ บางทีก็บอกว่า ประตูป่า เป็นช่องทางเข้าสู่เขาวงกต

 

เรื่องราวของการหลงป่า แล้วหาไม่เจอ จึงมีปรากฏให้เป็นข่าว หลายคราว อาทิ

 

กรณี เหตุการณ์เมื่อวันที่ 14  เมษายน 2552 ที่ ด.ช.คนหนึ่ง วัย 7 ปี ไปเที่ยวพร้อมกับครอบครัว และได้ลงเล่นน้ำตกกรองแก้ว ซึ่งวันดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวมากมาย แต่เมื่อทุกคนจะขึ้นรถ กลับมองหาเด็กชายคนนี้ไม่เจอ ทีแรกคิดว่าลืม เมื่อกลับไปดูยังจุดที่ลงเล่นน้ำ กลับไม่พบ เมื่อตามหาโดยรอบก็ไม่เจอ จากนั้นจึงแจ้งความ และระดมหน่วยกู้ภัยออกตามหา เนื่องจากเกรงว่าจะพลัดหลง หรือติดในน้ำตก จุดใดจุดหนึ่ง เพราะน้ำตกมีหลายชั้น แต่ก็ไม่มีวี่แวว จากนั้นค้นหาต่อในวันที่ 15 เมษายน ก็ยังไม่พบ จนวันที่ 16 เมษายน มีการนิมนต์พระมาทำพิธีทางไสยศาสตร์ แต่ก็ยังไม่พบ กระทั่งวันที่ 17 เมษายน จู่ๆเจ้าหน้าที่ก็พบร่างของเด็กคนดังกล่าว นอนสลบอยู่ไม่ไกลจากโขดหินที่เธอลงเล่นน้ำ ทั้งๆที่จุดดังกล่าว ก็มีการค้นหามาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทุกๆฝ่ายทั้งญาติ และเจ้าหน้าที่ที่ค้นหา ต่างก็ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องโกหก ไม่มีใครเอาเด็กไปซ่อน และทุกคนก็ค้นหากันอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่เจอในเวลานั้น

 

กรณีนั้น ถือว่าโชคดีที่ยังตามตัวเจอ เพราะยังมีหลายกรณี ที่หายไปในป่าเขาใหญ่ โดยที่เข้าไปเป็นหมู่คณะแต่ออกมาไม่ครบ อย่าง กรณี นายอุทัย ชัยกุฉิน เจ้าหน้าที่ป่าไม้วัย 28 ปี หายตัวไป ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2553 ขณะร่วมเดินทางไปกับคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อทำวิจัยเรื่องหมีควาย บริเวณเส้นทางคลองปลากั้ง ทางไปน้ำตกวังเหว บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นป่ารอยต่อระหว่าง จ.นครราชสีมา กับ จ.ปราจีนบุรี  ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แต่ยังหลงทาง และยังตามหาไม่เจอ พบเพียงกระเป๋าเป้ เสื้อผ้าบางส่วน และปืนลูกซอง บริเวณใกล้กับน้ำตกแก่งหัวหมู เป็นเบาะแสสุดท้ายเท่านั้น ทั้งนนี้ มีคำบอกเล่าวว่า ช่วงเวลาในป่า หลังจากเข้าไป 3 วัน นายอุทัย มีอาการเพ้อ และเบลอๆ จนสุดท้ายเกิดพลัดหลงกันไป แต่ถึงวันนี้ก็ยังหาไม่เจอ

 

หรืออีกรายที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย คือ  กรณี  น.ส.ลำดวน คณะวาปี หรือ ปุ๊ก อายุ 25 ปี ตำแหน่งนักวิชา การสาธารณสุข สถานีอนามัย ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับ หลังเดินทางไปสัมมนาที่รีสอร์ท เขาใหญ่ ในช่วงต้นปี 2554 ต่อมามีชาวบ้านพบกระเป๋า สะพายสตรี สีส้ม และรองเท้าส้นสูงสีขาว ตกอยู่ในป่าบ้านใหม่ท่ามะปราง เชิงเขาตงโต้น เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบดู ภายในกระเป๋าพบเครื่องสำอาง และกระดาษโน้ต 1 แผ่น โดยพ่อของน.ส.ลำดวน ยืนยันว่าเป็นลายมือลูกสาวและกระเป๋าก็เป็นของลูกสาวตัวเอง โดยในกระดาษโน้ตนั้น น.ส. ลำดวน ได้เขียนระบายความในใจกับเพื่อนร่วมงานบางคน และยังระบุว่าตนเองถูกไสยศาสตร์ครอบงำต้องไปกำจัดออก

 

เหตุการณ์ที่เกิดเป็นข่าวที่เกิดขึ้นจริง แต่ความจริงของการหายตัวไปของคนเหล่านั้น วันนี้ยังไม่มีใครรู้ แต่บนเขาใหญ่ จะมีความเชื่อของผู้คนเหล่านั้นในการให้ความเคารพเจ้าพ่อเขาใหญ่

โดยมี ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 24 ถนนธนะรัชต์ เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ด้านอำเภอปากช่อง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2505 นักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติ และประชาชนทั่วไปมักแวะไปกราบไหว้ขอโชคลาภและขอพรอยู่เสมอ รวมทั้งคนที่เข้าป่า ก็ต้องสำรวม และไม่ทำอะไรที่ไม่งาม เพื่อเป็นการเคารพ เจ้าที่เจ้าทาง ที่ดูแลป่านั้นๆ...

 

กระนั้น หรือว่าการตามหาเครื่องบินเล็กที่หายไป นานถึง 5 ปี กว่าจะเจอ จะเป็นเรื่องของสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่ทำให้หาไม่เจอ จนแทบไม่น่าเชื่อว่า จุดที่เจอในเวลาต่อมา จะผ่านตาในการค้นหา ตอนนั้นไปได้อย่างไร...

 

หรือจะว่า เป็นอาถรรพ์แห่งป่า ?...

EMBED CODE :
Friday, Aug 22 2014