ซ้อมแผนเผชิญเหตุอุบัติภัยจากขนส่งวัตถุอันตราย

by Subongkoch 14 พฤศจิกายน 2555 เวลา 17:22 น.

กรมการขนส่งทางบก จัดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุตอบโต้อุบัติภัยจากการขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตรายขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ หวังลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

 

ปฎิบัติการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุตอบโต้อุบัติภัยจากการขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตรายในครั้งนี้ ใช้พื้นที่ถนนเจ้ากรีฑา เขตลาดกระบังเป็นสถานที่ฝึกซ้อม โดยสมมุติเหตุการณ์เสมือนจริง เมื่อรถบรรทุกแก๊สแอลพีจี เต็มคันรถ ของบริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) พุ่งชนรถตู้โดยสาร กรุงเทพ-ชลบุรี  ซึ่งภายในมีผู้โดยสารทั้งหมด 11 คน

 

โดยหลังจากเกิดอุบัติเหตุ เมื่อมีผู้แจ้งเหตุผ่านสายด่วน 199 หน่วยเครื่องที่เร็วจะใช้รถมอเตอร์ไซต์สำรวจที่เกิดเหตุ ก่อนแจ้งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อรถดับเพลิงมาถึงจะเร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิงทันทีการฝึกซ้อมในครั้งนี้ กำหนดให้มีผู้โดยสารภายในรถตู้ 11 คน หน่วยแพทย์ตรวจสอบพบว่า 10 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และอีก 1 คนอาการสาหัส จึงนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้เคียงทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงฉีดน้ำควบคุมเพลิงต่อไป เมื่อสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว ก็ยังคงต้องฉีดน้ำหล่อเย็นต่อไปอีก 20 นาที เพื่อให้แก๊สเย็นตัวและหดตัวจนแน่ใจว่าปลอดภัย จึงจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของสยามแก๊สเข้าไปตรวจสอบระบบอีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตต้องตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งศูนย์ตรวจสอบสุขภาพ และบริษัทรถบรรทุกทำหน้าที่ตรวจสอบแก๊สที่อาจตกค้าง

 

โดยการควบคุมเพลิง จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือหากเป็นวัตถุอันตรายประเภทแก๊ส จะใช้น้ำในการดับเพลิง แต่หากเป็นวัตถุอันตรายประเภทของเหลว เช่นน้ำมัน จะต้องใช้โฟมในการดับเพลิงได้ดีกว่า โดยสถิติจำนวนรถบรรทุกวัตถุอันตรายที่จดทะเบียนสะสม มีจำนวน 16,076 คัน โดยเฉพาะปี 2555 มีรถบรรทุกวัตถุอันตรายจดทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 5,971 คัน  ในปีนี้เกิดอุบัติเหตุรถขนส่งวัตถุอันตรายถึง 4 ครั้ง ล่าสุดคือกรณีที่รถบรรทุกกรดไนตริก ซึ่งเป็นกรดที่มีอันตราย หากสัมผัสจะทำให้เกิดแผลไหม้ขั้นรุนแรงเสียหลักพลิกคว่ำที่ถนนกาญจนาภิเษก

 

ด้านกรมการขนส่งทางบก มีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในการขนส่งวัตถุอันตราย ทั้งตัวรถ พนักงานขับรถ และผู้ประกอบการขนส่ง โดยด้านตัวรถกำหนดให้รถบรรทุกวัตถุอันตรายต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ หรือ GPS ขณะที่เตรียมจัดตั้งศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะและรถบรรทุกวัตถุอันตรายสำหรับพนักงานขับรถ

 

ส่วนผู้ประกอบการขนส่ง ทางกรมกำหนดให้จัดทำรายงานการตรวจสอบสภาพรถก่อนการใช้งานทุกครั้ง และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถทุกครั้งก่อนออกให้บริการ และต้องจัดตั้งศูนย์ควบคุมการเดินรถด้วยระบบ GPS หากพบการฝ่าฝืนจะลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณี

EMBED CODE :
Wednesday, Apr 16 2014
12:00 PM