ฐานภาษีใหม่ ลดถ้วนหน้า

by pakornr 20 ธันวาคม 2555 เวลา 17:41 น.
ฐานภาษีใหม่ ลดถ้วนหน้า

ภาษีใหม่ ช่วยเอื้อประโยชน์มนุษย์เงินเดือน รับเต็มๆส่วนลดมากถึง 50% คำนวณฐานภาษีใหม่ แบ่งย่อยขั้นภาษีเพิ่มขึ้น

 

นับว่าเป็นโอกาสที่ดี ของประชาชนผู้เสียภาษี จากกรณีที่ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม. เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยให้ลดอัตราการจัดเก็บภาษีจากเดิมที่กำหนดไว้สูงสุดที่ 37% เป็น 35% พร้อมทั้งปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยา ให้สามารถยื่นรายการและเสียภาษีรวมกันหรือแยกต่างหากจากคู่สมรสได้ ขณะเดียวกันได้เห็นชอบให้ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ โดยให้คิดตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และยังเห็นชอบขยายเวลาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อไปอีก 1 เดือนถึง 31 ม.ค.56 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
 

ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และปรับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยา ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีในปี 56 ถึง 3.2 หมื่นล้านบาท ส่วนปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ทำให้ภายในปี 59 รัฐจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น 25,639 ล้านบาท ขณะที่การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัด เก็บภาษีสรรพสามิต 9,000 ล้านบาทต่อเดือน

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลการคิดภาษีใหม่ กรมสรรพากร ก็ได้เสนอให้ปรับอัตราการเก็บภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ หลังหักรายจ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว โดยให้มีช่วงความถี่มากขึ้น แยกเป็นขั้นๆ ดังนี้

           ขั้นที่ 1 รายได้ 0-150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษีตามเดิม

           ขั้นที่ 2 รายได้ 150,001-300,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 10% ปรับใหม่เป็นเสียภาษี 5%

           ขั้นที่ 3 รายได้ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% ตามเดิม

           ขั้นที่ 4 รายได้ 500,001-750,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 20% ปรับใหม่เป็นเสียภาษี 15%

           ขั้นที่ 5 รายได้ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ตามเดิม

           ขั้นที่ 6 รายได้ 1,000,001-2,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 30% ปรับใหม่เป็น 25%

           ขั้นที่ 7 รายได้ 2,000,001-4,000,000 บาท เสียภาษี 30% ตามเดิม

           ส่วน รายได้ตั้งแต่ 4,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 37% ปรับใหม่เป็นเสียภาษี 35%

 

ทั้งนี้ การคำนวณภาษี จะแบ่งคำนวณเป็นขั้นบันได้ แล้วบวกทบกันไป เช่น มีรายได้ 1 ล้านบาทต่อปี

เริ่มจาก 150,000 บาทแรก ไม่ต้องเสีย

มาเริ่มขั้นที่ 2 150,000 – 300,000 บาท จากเดิม 10% เป็นเงิน 15,000 บาท แบบใหม่ เสีย 5% เท่ากับ 7,500 บาท

บวกด้วยส่วนต่างในขั้น 300,000 – 500,000 บาท จำนวนเงิน 200,000 บาท ก็เสียในอัตรา 10% เท่ากับ 20,000 บาท

ตามด้วยขั้นที่ 4 รายได้ 500,001-750,000 บาท จากส่วนต่าง 250,000 บาท เดิมเสียภาษี 20% ปรับใหม่เป็นเสียภาษี 15% เป็นเงิน 37,500 บาท

สุดท้ายคิดขั้นที่ 5 รายได้ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ตามเดิม เป็นเงินอีก 50,000 บาท

 

รวมการเสียรูปแบบใหม่ เป็นเงิน 115,000 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ 1 ล้านบาทต่อปี หรือมีเงินเดือนประมาณ 83,000 บาท ขณะที่ หากคิดภาษีแบบเดิมที่รายได้ 1 ล้านบาทต่อปี จะต้องเสียภาษี อยู่ที่ 135,000 บาท เท่ากับว่าฐานภาษีลดลงไป 20,000 บาท

 

แต่หากมีรายได้ประมาณ  240,000 บาทต่อปี หรือ 20,000 บาทต่อเดือน จากเดิมฐานภาษีจะตกปีละ 9,000 บาท แต่ในฐานภาษีระบบใหม่ จะเหลือเพียง 4,500 บาท เท่ากับว่า ประหยัดไปได้ถึง 50% คิดเป็นเม็ดเงินก็ถึง 4,500 บาท

 

ทั้งนี้ การคำนวณภาษีดังกล่าว ยังไม่รวมการหักลดหย่อนต่าง ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน LTF/RMF ลดหย่อนบุตร บุพการี ประกันสังคม และสิทธลดหย่อนอื่น เป็นต้น

 

การปรับโครงสร้างอัตราภาษีใหม่นี้ จะช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้เสียภาษี และสร้างความเป็นธรรมให้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท แม้ว่าจะทำให้กรมสรรพากรสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีถึงปีละ 2.7 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากรไปยังสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน จึงจะสามารถทำได้ ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการนาน โดยคาดว่าในปีภาษี 2556 ที่จะยื่นเสียภาษีในปี 2557 ถึงจะได้ใช้ฐานภาษีรูปแบบใหม่  

EMBED CODE :
Wednesday, Jul 23 2014