ตำรวจยืนยันทำคดี 'เอกยุทธ' ตามกม.ไม่หวั่นถูกฟ้อง

by Veeraporn 28 ธันวาคม 2555 เวลา 18:30 น.

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัยตามหมายเรียก ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย โดยเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาและจะส่งเอกสารบันทึกคำให้การภายหลัง ซึ่งตำรวจกำหนดให้ไม่เกินวันที่ 4 มกราคมนี้  

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร 1 ในผู้ถูกกล่าวหา ร่วมกันทำร้ายร่างกาย พร้อมด้วยนายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ตามหมายเรียก โดยพนักงานสอบสวน ได้ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

ซึ่งนายเอกยุทธ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 30 วัน พร้อมกันนี้ ได้นำสำเนาเอกสารบัตรเครดิตที่ใช้ชำระค่าบริการร้านคาราโอเกะซิตี้ ในวันเกิดเหตุมาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยยืนยันว่า บัตรไม่ได้หมดอายุ และในร้านมีเครื่องรูดบัตร ถึง 5 เครื่อง แต่พนักงานใช้เพียง 1 เครื่อง จึงเกรงว่าจะมีเจตนาแอบแฝง และยืนยันว่า ไม่ได้สั่งให้ลูกน้องทำร้ายร่างกาย รองผู้จัดการร้าน แต่ได้ชี้ให้หยุดทำร้ายกัน นอกจากนี้ภาพในกล้องวงจรปิด ที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐาน ยังมีแค่ครึ่งเดียว ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ทั้งหมด จึงเตรียมฟ้องกลับ ทั้งรองผู้จัดการร้านคาราโอเกะและตำรวจ ในข้อหาหมิ่นประมาท และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีให้สัมภาษณ์ว่าบัตรเครดิตหมดอายุ

 

ด้านพันตำรวจเอกธนวัตร วัฒนกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย กล่าวว่า คดีนี้เป็นเพียงการทำร้ายร่างกาย  ไม่มีความยุ่งยากและซับซ้อน จึงคาดว่าจะสรุปสำนวนคดีได้  ภายในเดือนมกราคม โดยเบื้องต้น ได้ขอให้นายเอกยุทธ ส่งบันทึกคำให้การภายในวันที่ 4 มกราคมนี้ และยืนยันตำรวจทำตามกรอบของกฎหมายและพยานหลักฐาน

 

คดีนี้ เกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 18 ต่อเนื่องวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังนายจตุพล มังกรทอง ผู้เสียหาย นำหลักฐาน เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ซึ่งถูกนายเอกยุทธ พร้อมพวกประมาณ 30 คน รุมทำร้ายร่างกาย หลังไม่พอใจเรื่องการชำระค่าบริการ  และก่อนหน้านี้ นายอัครนันท์ เรืองนัทวงษ์ , นายก้องการุณ ศรีประสาน และ นายสันติภาพ เพ่งดวง ลูกน้องนายเอกยุทธได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งนายก้องการุณ ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมคือ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต                   

EMBED CODE :
Wednesday, Sep 24 2014