หญ้าเนเปียร์...ความหวังพืชพลังงานทดแทน

by Weeranan 7 เมษายน 2556 เวลา 17:11 น.

รายงานพิเศษ 'ทางออกวิกฤตไฟฟ้า' ตอนที่ 7

 
รายงานพิเศษวิกฤตพลังงานไฟฟ้า ตอนสุดท้าย วันนี้ เรามาติดตามพืชพลังงานทดแทนชนิดใหม่  ที่กำลังได้รับความสนใจ นั่นคือ "หญ้าเนเปียร์" เนื่องจากมีผลงานวิจัยระบุชัดเจนว่า สามารถเป็นแหล่งพลังงานได้ ทั้งแก๊สชีวภาพ และกระแสไฟฟ้า แต่เกษตรกรที่ทดลองผลิตในเชิงพาณิชย์ ยอมรับว่าต้นทุนยังสูง จึงเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพึงพาตัวเองอย่างยั่งยืนในชุมชน
 
หญ้าเนเปียร์สดอายุประมาณ 60 วันหลังการเก็บเกี่ยว จะถูกนำมาบดให้มีความยาวประมาณ 2-5เซนติเมตร  จากนั้นนำไปใส่ในถังหมัก ซึ่งภายในมีน้ำ และหัวเชื้อจุลินทรีย์ รวมทั้งหญ้าที่ผ่านการหมักอยู่ก่อนแล้ว เพื่อให้เกิดการย่อยสลายแบบไม่มีออกซิเจน คล้ายกับการย่อยอาหารในกระเพาะของวัว 
 
ผลผลิตที่ได้คือ แก๊สชีวภาพ จะถูกเก็บไปไว้ในบอลลูน เพื่อนำไปผ่านเครื่องยนต์ ให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า  และบางส่วนนำไปอัดลงถังใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ ส่วนผลพลอยได้อย่างปุ๋ยหมัก ที่เกิดจากย่อยสลาย จะถูกกรองแยกเนื้อและน้ำ เพื่อให้ไปใช้ในแปลงเกษตรต่อไป
 
หญ้าเนเปียร์สด 1 ตัน สามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้ 90 ลูกบาศก์เมตร เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าประมาณ 170 กิโลวัตต์ต่อวัน   แม้จะได้ผลผลิตดี แต่หากนำไปขายในเชิงพาณิชย์  ยังถือว่าไม่คุ้มค่า เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง ทั้งราคาหญ้า ค่าเก็บเกี่ยว และค่าดำเนินการ เกษตรกรจึงเรียกร้องให้ภาครัฐ เข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
 
หญ้าเนเปียร์ เป็นพืชตะกูลเดียวกับอ้อย แต่ให้ปริมาณน้ำตาลน้อยกว่าจึงโตเร็วกว่า ชอบขึ้นบนพื้นที่แบบนาดอน ปัจจุบันมีหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์จักรพรรดิ์ หรือเนเปียร์ยักษ์   พันธุ์อัลราฟัล และบาน่า 
 
ขณะที่ศูนย์วิจัยแลพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา ได้ร่วมกับภาคบริษัทเอกชน นำหญ้าเนเปียร์จากแอฟริกาใต้ มาผสมพันธุ์กับหญ้าท้องถิ่นพันธุ์ไข่มุก จนได้พันธุ์ใหม่ชื่อ "เนปียร์ปากช่อง 1" มีคุณสมบัติเด่นคือ เจริญเติบโตเร็ว  ให้ผลผลิตสูง และไม่มีความคม จึงเหมาะแก่การนำไปเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเกษตรกรสามารถขายได้ตันละประมาณ 1 พันบาท
 
ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ สอท. ยอมรับว่า หญ้าเนเปียร์เป็นพืชพลังงานทดแทนที่มีอนาคตอีกชนิดหนึ่ง แต่รัฐบาลต้องกำหนดนโยบายและรูปแบบการดำเนินการให้ชัดเจน โดยเฉพาะราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังานทดแทน หรือ Feed - in Tariff ที่ในปัจจุบันกำหนดต่ำเกินไป โดยเห็นว่า ควรเป็นแบบ Adder ที่ผันแปรตามราคาค่าไฟฟ้าเหมือนมีค่า FT 
 
แนวทางที่เหมาะสมสำหรับการนำหญ้าเนเปียร์  นำมาผลิตเป็นพลังงาน คือให้เกษตรกรในชุมนุมเป็นผู้ปลูกหญ้า แล้วป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตไฟฟ้าซึ่งเอกชนเป็นผู้ถือหุ้น  ส่วนภาครัฐมีหน้าที่รับซื้อไฟฟ้าในราคาขั้นต่ำ ตามระยะเวลาที่กำหนดร่วมกัน
 
ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เชื่อมั่นว่าแนวทางนี้จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับภาครัฐ โดยไม่ต้องลงทุนตั้งแต่ต้นทาง แต่ภาครัฐจำเป็นต้องให้การสนับสนุนด้านมาตรการอื่นๆ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด
 
กระทรวงพลังงาน กำหนดแผนการทดลองผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ 3 โครงการ เพื่อศึกษาความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ โดยจะเน้นปลูกหญ้าในพื้นที่ที่ไม่เหมาะแก่การปลูกพืชอาหาร เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด เบื้องต้นกำหนดราคารับซื้อหญ้าเนเปียร์ไว้ที่ตันละ 300 บาท
 
ดังนั้นหญ้าเนเปียร์ จึงเป็นพืชพลังงานอีกชนิดหนึ่งที่น่าจับตามอง ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังมองหาแหล่งพลังงานรูปแบบใหม่ เพราะประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพเพียงพอในการนำหญ้าเนเปียร์มาใช้ประโยชน์ ทั้งการผลิตแก๊สชีวภาพ และกระแสไฟฟ้า เหลือเพียงรูปแบบการจัดการจากภาครัฐ ให้เกิดความคุ้มค่าอย่างยั่งยืนเท่านั่น
EMBED CODE :
Wednesday, Sep 17 2014