กนอ.ชี้แจง กรณีการรั่วซึมของท่อขนส่งน้ำมันของปตท.

by Boonyisa 28 กรกฎาคม 2556 เวลา 20:36 น.
กนอ.ชี้แจง กรณีการรั่วซึมของท่อขนส่งน้ำมันของปตท.
กนอ. แถลงการณ์ ชี้แจงกรณีการรั่วซึมของท่อขนส่งน้ำมันของ บริษัท ปตท. โกลบอลเคมีคอล จำกัด(มหาชน) 
 
 

วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 เวลาประมาณ 06.50น. ชายฝั่งทะเลมาบตาพุดเกิดเหตุน้ำมันรั่ว ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันกำลังถ่ายน้ำมันดิบผ่านทุ่นรับน้ำมันดิบมายังโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ได้เกิดเหตุท่อของเรือที่สูบมาใส่ท่อรับของโรงกลั่นขนาด 16 นิ้ว รั่ว ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร  

 

ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้บริหารทุ่นรับน้ำมัน SPM ได้ดำเนินการปิดวาล์วของท่อขนส่งน้ำมันโดยทันที และนำทุ่นกักเก็บน้ำมัน (Boom) และเครื่อง Oil Skimer เก็บคราบน้ำมันไว้บนภาชนะบนเรือ

 

 

อนึ่ง บริษัทฯ ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กองทัพเรือภาคที่1, กรมเจ้าท่า, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.), กรมควบคุมมลพิษ, กรมป้องกันและควบคุมสาธารณภัย เพื่อทราบในเบื้องต้นและเข้าร่วมปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมัน  สำหรับสาเหตุและความคืบหน้าในการจัดเก็บและขจัดคราบน้ำมัน บริษัทฯจะแจ้งให้ทราบต่อไป

 

ในส่วนของ กนอ.ได้เตรียมพร้อมโดย กนอ.ประสานในการสนับสนุนให้ความช่วยเหลือทั้งด้านเรือปฏิบัติการ  บุคลากร  ทั้งนี้ กนอ.ได้มีการประสานงานกับ กรมเจ้าท่าในการช่วยเหลือ ดังกล่าวแล้ว  และกรมเจ้าท่าได้แจ้งให้ กนอ.เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือทั้งเรือ, บุคลากร และอุปกรณ์ต่างๆ โดยทันทีที่มีการร้องขอ

 

 

ทั้งนี้ตามที่เกิดเหตุน้ำมันรั่วบริเวณชายฝั่งทะเลมาบตาพุด โดยเรือบรรทุกน้ำมันกำลังถ่ายน้ำมันดิบผ่านทุ่นรับน้ำมันดิบมายังโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ได้เกิดเหตุท่อของเรือที่สูบมาใส่ท่อรับของโรงกลั่นขนาด 16 นิ้ว รั่ว ขณะกำลังมีการส่งน้ำมันมายังโรงกลั่นน้ำมันของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร นั้นขณะนี้บริษัทฯได้ใช้เรือ Tug Boat จำนวน 3  ลำ วิ่งโปรยน้ำยาขจัดคราบน้ำมันที่อยู่ภายใน Oil Boom แล้ว และสามารถขจัดคราบน้ำมันได้แล้วประมาณ 65%  ขณะเดียวกัน กองทัพเรือได้นำเรือหลวงบางปะกงทิ้งสมอเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการกลางทะเล  และใช้เครื่องบินตรวจลาดตระเวนเพื่อดูทิศทางคราบน้ำมัน  ขณะเดียวกันบริษัทได้ประสานขอคำแนะนำจากหน่วยงานขจัดคราบน้ำมันสากล (Oil Spill Response) ณ ประเทศสิงคโปร์  ซึ่งขณะนี้กำลังส่งผู้เชี่ยวชาญเดินทางมาให้คำแนะนำโดยทันที 

 
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดส่งทีมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและไม่มีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงชายฝั่งบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถขจัดและเก็บคราบน้ำมันได้ทั้งหมดภายในวันนี้
 
 
ทั้งนี้เมื่อเวลา 16.00น. เครื่องบินของกองทัพเรือได้บินลาดตระเวนบริเวณจุดเกิดเหตุพบว่า เรือฉีดน้ำยาสลายคราบน้ำมันที่ดำเนินการอยู่ก่อนหน้านี้สามารถขจัดคราบน้ำมันได้ปรัมาณร้อยละ 70 ของน้ำมันที่รั่วไหลประมาณ50,000 ลิตร และคาดว่าคงเหลือไม่เกิน 20,000 ลิตร
 
 
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯได้สั่งให้เครื่องบินขจัดคราบน้ำมันของบริษัท ออย สปิล เรสปอนส์ จำกัดที่เดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์ดำเนินการบินพ่นน้ำยาขจัดคราบน้ำมันในวันพรุ่งนี้(28 กรกฎาคม 2556) ควบคู่กับการใช้เรือฉีดน้ำยาสลายคราบน้ำมันขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้จัดส่งทีมด้านสิ่งแวดล้อมติดตามตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพน้ำทะเลบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล

 

 

กองประชาสัมพันธ์  ฝ่ายบริหาร
 
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

 

EMBED CODE :
Wednesday, Sep 03 2014