ภาษีคนโสด !!

by Chat Room 6 กันยายน 2556 เวลา 23:39 น.

กลายเป็นเรื่องร้อนของวัน โดยเฉพาะคนโสด หลังนักวิชาการเสนอความเห็นว่ารัฐ ควรที่จะเก็บภาษีคนโสดและคนไม่มีลูกเพิ่ม เนื่องจากทุกวันนี้ คนไทยแต่งงานมีลูกน้อยลง ซึ่งจะทำให้ประเทศมีปัญหาในอนาคต แต่ที่จะขอย้ำคือ เป็นแนวคิดของนักวิชาการไม่ใช่จากรัฐบาลแต่อย่างใด

มาดูที่มาของเรื่องนี้กันก่อน เป็นแนวคิดของ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อาจารย์เทอดศักดิ์ ชมโต๊ะสุวรรณ ที่เปิดเผยในการอภิปรายหัวข้อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายการรองรับในสองทศวรรษหน้าว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน โครงสร้างประชากรไม่สมดุล และต้องเสียงบประมาณดูแลผู้สูงอายุจำนวนมาก

หลังประชากรในวัยรุ่นวัยทำงานมีแนวโน้มเพิ่มต่ำลง สวนทางกลับกลุ่มผู้สูงอายุที่เพิ่มต่อเนื่อง โดยอัตราการเจริญพันธุ์ของไทยขณะนี้ต่ำมากเพียง 1.6 ต่อครอบครัว หรือ 1 คู่สมรส มีลูกเพียง 1 คนกว่าเท่านั้น ทั้งที่จริงต้องมีลูกขั้นต่ำ 2-3 คน ถึงจะเพียงพอต่อการทดแทนประชากรเดิมที่ตายไป

ทั้งนี้สาเหตุที่คนไทยมีลูกน้อย มาจากแนวโน้มสังคมเมืองและเศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็ว เพราะเมื่อเศรษฐกิจดีหนุ่มสาวจะเลือกทำงานเพื่อสร้างฐานะ ความมั่นคงในชีวิตมากกว่าการหาคู่แต่งงานสร้างครอบครัว ประกอบกับปัจจุบันค่าครองชีพ และต้นทุนในการเลี้ยงดูบุตรสูงขึ้น ทั้งค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล สินค้าข้าวของแพงขึ้น ครอบครัวส่วนใหญ่จึงเลือกมีลูกน้อย เพราะกลัวจะดูแลได้ไม่ดี ซึ่งต่างจากอดีตในสังคมเกษตร ที่คนไทยมีลูกมากเพราะต้นทุนการเลี้ยงดูไม่สูง

อาจารย์เทิดศักดิ์ กล่าวว่า แนวทางแก้ไขภาครัฐควรออกนโยบายสนับสนุนให้คนไทยมีลูกเพิ่มขึ้น เช่น โครงการลูกคนแรก โดยรัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย การเลี้ยงดูให้กับครอบครัวที่มีลูกคนแรก รวมถึงให้เงินอุดหนุน หรือลดภาษีสำหรับครอบครัวที่มีลูกคน 2 และ 3 นอกจากนี้ควรเรียกเก็บภาษีคนโสด ภาษีคนไม่มีลูก กระตุ้นให้มีครอบครัวเพื่อลดภาระงบประมาณ การใช้สวัสดิการดูแลของภาครัฐในอนาคต

อาจารย์เทิดศักดิ์ ระบุว่า สถิติตั้งแต่ปี 2547 พบว่าสังคมไทยได้เป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยมีสัดส่วนประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ถึง 10% ของประชากรรวม และคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2567 ประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มขั้น คือ มีสัดส่วนคนอายุเกิน 60 ปี สูงเกิน 20% ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อภาพรวมในการพัฒนาเศรษฐกิจ แรงงาน และพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชากรในประเทศ เพราะแต่ละช่วงอายุมีพฤติกรรมใช้จ่ายที่แตกต่างกัน

ฟังแล้ว คนโสดถึงกับนั่งไม่ติดเลยทีเดียว แต่อย่างน้อยก็เบาใจได้ เพราะล่าสุดโฆษกกรมสรรพากร ยืนยันไม่เคยมีแนวคิดเก็บภาษีคนโสด หรือลดหย่อนให้ครอบครัวที่มีบุตร 2-3 คน ย้ำหลักการเก็บภาษีพิจารณาจากรายได้เป็นหลัก ไม่เกี่ยวว่าโสดหรือแต่งงานแล้ว

ขณะที่โลกออนไลน์ ก็แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค มีการเปลี่ยนสเตตัส หรือ แชร์ เพจข้อความ เกี่ยวกับแนวคิดนี้

แต่เรื่องที่ดูน่าจะเซ็งไม่แพ้คนโสด น่าจะเป็นการที่คนบางกลุ่ม เข้าใจว่า มาแนวคิดนี้มาจากภาครัฐ งานนี้คุณธีรัตน์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Teerat ratanasevi" ต่อกรณีนี้ว่า "เป็นอีกวันที่คนไทยอ่านข่าวเฉพาะ Headline เพราะเรื่องการเก็บภาษีคนโสด เป็นแนวคิดของนักวิชาการคนหนึ่ง รัฐบาลยังไม่มีนโยบายเรื่องภาษีอะไรแบบนั้นทั้งสิ้น"
มาดูความคิดเห็นกันบ้าง...

ทำอย่างกับเป็นโสดแล้วผิดงั้นอ่ะ แล้วถ้ารีบๆ มีลูก แล้วเลี้ยงลูกไม่มีคุณภาพล่ะ จะทำยังไงต่อ

สวนทางกับปัญหาการท้องในวัยรุ่นเลยเนอะ

เปลี่ยนโยบายเป็น ใครเฟคใครหลอกลวง ใครมีชู้ ใครนอกใจ ใครฟันแล้วทิ้ง ให้โดนปรับภาษี 1 ล้าน จะได้ไม่ต้องระแวงในเวลาคบกัน ที่คนเป็นโสด เพราะว่ากลัวถูกหลอกหรือกลัวมีคู่แล้วไม่ดีมากกว่า ถ้าคิดจะแก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ

มีโครงการทำกิฟท์ครั้งแรกไม๊... ถ้ามีจะไปสมัคร
ก่อนที่จะออกไอเดียข้ามสเต็ปเทพอะไรแบบนี้ ช่วยหันกลับมามองการจัดการพื้นฐานของบ้านเราก่อน ด้านสาธารณสุข/การศึกษา อะไรๆที่มันเป็นพื้นฐานอ่ะ บ้านเราทำได้ดีจนถึงขั้นที่ควรออกไอเดียสนับสนุนการเพิ่มประชากรเลยเหรอ?
สภาพสังคมมันทำให้คนที่ใช้ชีวิตในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยจะมีคุณภาพเลย แล้วเร่งให้เค้าผลิตลูกมาเนี้ยะ คิดว่ามันจะมีคุณภาพ????

EMBED CODE :
Friday, Aug 01 2014