ไม่พบผลการค้นหา
Talking Thailand - 'อ.พิชญ์' ชี้ 'ประยุทธ์' ส่อยุบสภา..หลังเงินผ่าน พ.ร.ก.-หลายพรรคเริ่มขยับ- Short Clip
Jun 10, 2020 15:34

รายการ Talking Thailand ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2563

“อ.พิชญ์” ฟันธง! “ประยุทธ์” ส่อยุบสภา เลือกตั้งมากกว่าแค่ปรับ ครม. หรือ ถ้ามีปรับจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นผลจาก “พลังประชารัฐ” ปรับทัพ มอง “ประยุทธ์” ไม่ชอบทำงานกับนักการเมือง ถ้าไม่ถูกใจก็ทุบโต๊ะยึดอำนาจ ปี 57 ทำรัฐประหาร ปี 63 ก็ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 

ยิ่งงานนี้เจอ “เพื่อไทย” แถลงข่าวสยบรอยร้าว และข่าวตั้งกลุ่มแคร์ ยิ่งชัวร์ “ประยุทธ์” ไปแน่ ...ถ้ามีเลือกตั้งจริง ๆ แอดว่าสนุกแน่

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบกระแสข่าวการปรับ ครม. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดในที่ประชุม ครม. ว่าการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ และการปรับครม.จะให้รัฐมนตรีเซ็นใบลาออกล่วงหน้า ส่วนใหญ่เป็นพรรคการเมืองทำ ไม่เคยมีรัฐบาลทำและคงไม่กล้าทำ เพราะเป็นรัฐบาลผสมที่มีหลายพรรคร่วม แต่การเซ็นใบลาออกล่วงหน้ากับพรรค บางพรรคก็ทำ บางพรรคก็ไม่ทำ ซึ่งพรรคที่ทำ อาจทำด้วยเจตนาดี ถ้าเกิดฉุกเฉิน หากจำเป็นต้องปรับ แล้วเจ้าตัวอยู่ต่างประเทศ 

แต่เมื่อถามว่า สถานการณ์ปัจจุบันเหมาะหรือไม่ที่จะปรับ ครม. นายวิษณุ ไม่ตอบ และระบุว่าการปรับ ครม.แต่ละครั้ง มีทั้งแบบล่วงหน้า คือ ให้เขียนใบลาออกและมีแบบไม่แจ้ง แต่นำขึ้นกราบบังคมทูลให้พ้นจากตำแหน่งเหมือนปลดออก และแจ้งล่วงหน้าแต่ไม่บอกว่าจะปรับเมื่อใด ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้แบบใด ซึ่งเคยเขียนในหนังสือว่านายกฯ บางคนไม่แจ้งล่วงหน้า ขณะที่เป็นเลขา ครม.เคยบอกนายกฯ ว่าควรจะบอกเจ้าตัว ให้ยื่นใบลาออก 

นายวิษณุ บอกด้วยว่า ตั้งแต่เป็นรองนายกฯ ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ สมัย คสช.จะแจ้งล่วงหน้าทุกครั้ง ที่มีการปรับ ครม. เพราะมาด้วยกันและไม่ได้เป็นพรรคการเมือง แต่ที่ยากคือพรรคการเมือง เพราะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นรัฐบาลผสม ถ้าจะปรับ ครม.แล้วไม่แจ้ง ควรจะแจ้งพรรคการเมือง เผื่อพรรคอยากจะเปลี่ยนตัวบุคคล / ทั้งนี้นายวิษณุ ยังพูดทีเล่นทีจริง ว่าการเมืองในช่วงนี้ไม่ได้สนุก ดูละคร สนุกกว่าเยอะ

ขณะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ฝ่ายค้าน พร้อมทั้งคณะ ส.ส.เพื่อไทยหลายคน ได้ร่วมกันแถลงข่าว เพื่อชี้แจงถึงกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย ที่แกนนำบางส่วนจะแยก ตัวออกไปตั้งพรรคใหม่ และการถกเถียงกันในที่ประชุมพรรคเมื่อ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข่าวพรรคเพื่อไทยขาดความสามัคคี ยืนยันว่าพรรคแบ่งกันทำงาน ส่วนตัวทำงานในสภา คุณหญิงสุดารัตน์ทำงานด้านยุทธศาสตร์ ยืนยันว่า ทำงานกลมเกลียวและเข้าใจกัน ประโยชน์สูงสุดตกกับพรรค อะไรที่เข้าใจผิดขอให้เข้าใจกันด้วย

นายสมพงษ์ กล่าวว่า บางทีรัฐบาลอยู่ในภวังค์ที่โซเซย่อมมีบุคคลที่ต้องเตรียมตัวเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับพรรคไทยรักษาชาติ แต่ทุกคนเป็นเพื่อนฝูงกันหารือกันตลอดเวลา ซึ่งการตั้งพรรคใหม่ก็เพื่อให้มีส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าสภา ส่วนตัวเชื่อว่าส.ส.ของพรรคเพื่อไทยยังอยู่กับพรรคตามเดิม "เมื่อรัฐบาลกำลังเพลี่ยงพล้ำก็ต้องเตรียมตัว พรรคอื่นๆ ก็ต้องเตรียมตัวเช่นกัน อย่างพรรครัฐบาล ขอให้สบายใจกันได้"  

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ในข้อเท็จจริงนั้นพรรคเพื่อไทยเรามีการทำงานอย่างกลมเกลียวกัน หารือกันและต่างคนทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อให้พรรคเพื่อไทยแข็งแรง เพื่อให้เป็นที่พึ่งของประชาชนในยามที่ประชาชนท้อแท้ พรรคเพื่อไทยไม่มีเวลามาทะเลาะกันเพราะทุกคนที่ได้รับเลือกตั้งมานั้นมาจากประชาชนและประชาชนคาดหวังเพื่อจะเข้ามาแก้ไขปัญหา ข่าวที่ออกมาทำให้พวกเราไม่สบายใจ เป็นแหล่งข่าวที่ออกมาและทำลายความเชื่อมั่นต่อประชาชนและพรรคเพื่อไทย ส.ส.ทุกคนทำงานหนักในช่วงโควิดแม้สภาจะปิดก็ตาม ทำงานภายใต้หัวหน้าสมพงษ์อย่างเข้มแข็ง ดังนั้น เราไม่สบายใจกับข่าวที่เกิดขึ้น อยากทำความเข้าใจกับทุกคน 

"ส่วนการที่มี ส.ส.จะไปตั้งพรรค เราเข้าใจดีว่ากติกาแบบนี้ไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้น ผู้เป็นนักการเมืองและต้องการเข้าสภาจึงไปทำพรรคการเมือง ซึ่งต่างเป็นเรื่องดีทั้งนั้นเพราะยังอยู่กับซีกประชาธิปไตย เป็นความจำเป็นจากรัฐธรรมนูญและกติกาที่บิดเบี้ยวและเข้าใจกันดี"   

ด้านนายสุทิน กล่าวว่า การตั้งพรรคเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่การไปตั้งพรรคนั้นมีการเสนอข่าวที่ทำให้พรรคเดิมเสียหาย ซึ่งคิดว่าไม่มีเจตนาเหล่านั้น ผมยังมั่นใจว่าเราที่อยู่และสมาชิกที่ไปก็ยังทำงานร่วมกันในอนาคตกันอีกยาว เพราะยังอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน ทั้งหมดเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มีการสื่อสารผิดพลาด ทำให้ส.ส.โดยเฉพาะส.ส.ภาคอีสานได้รับความทุกข์มากที่สุด ดังนั้น การยืนยันถึงความเป็นเอกภาพของพรรคได้ดีที่สุด คือ การทำงานในสภาที่ผ่านมา เช่น การอภิปรายเงินกู้ ซึ่งเราภูมิใจว่าทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ทำงานได้เป็นอย่างดี "ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เป็นอย่างนี้ เชื่อว่ายังอยู่ด้วยกันทั้งหมด แต่เมื่อรัฐธรรมนูญไม่มีทางแก้ได้จึงต้องมีการหาที่ยืน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังจับมือทำงานได้กันเหมือนเดิม"

Voice TV
กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี
0Article
0Video
0Blog