ไม่พบผลการค้นหา
Talking Thailand - 'ประยุทธ์' สบายใจได้! 'บิ๊กป้อม' ไม่ขึ้นนายก..แต่จะโค่น 'อุตตม' กุม พปชร. - Short Clip
Jun 1, 2020 15:16

รายการ Talking Thailand ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2563

นักวิเคราะห์ Talking Thailand เชื่อ “ประวิตร” จะไม่หักน้องรัก “ประยุทธ์” ขึ้นนายกฯ แต่ส่อขึ้นเบอร์ 1 พรรคพลังประชารัฐ หลัง “คนหนุน” เดินเกมเหยียบขา สกัด ”อุตตม” พ้นหัวหน้าพรรค หลังวันนี้มีกรรมการบริหารพรรคลาออก

แต่ 2 นักวิเคราะห์ก็ยอมรับ พปชร. เขี่ย “อุตตม” ไม่ง่าย ประเมินคำสัมภาษณ์ ที่ยืนยันตั้งใจทำงานและอวยตัวเองเป็นนักการเมืองน้ำดี ...วิเคราะห์กันมันมาก!

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่าได้รับแจ้งจากกรรมการบริหารพรรค 18 คน พร้อมส่งหนังสือลาออก โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 63 เป็นต้นไป ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคชุดเก่า 34 คน ที่มีนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค ส่งผลให้เป็นเพียงรักษาการแทน โดยจะยื่นหนังสือลาออกของทั้ง 18 คนให้แก่นายอุตตมภายในวันนี้

สำหรับขั้นตอนเป็นไปตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐข้อที่ 15 วรรคสาม เมื่อคณะกรรมการว่างลงเกินกึ่งหนึ่ง มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคพ้นตำแหน่งทั้งคณะ จำเป็นต้องตั้งกรรมการชุดใหม่ภายใน 45 วัน และให้กรรมการชุดรักษาการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการชุดใหม่ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ประชุมใหญ่มาตั้งแต่ 26 ม.ค. จึงอยากให้สื่อมวลชนจับตาว่าจะมีการประชุมในวันใด และเชื่อว่านายอุตตมจะจัดประชุมเพราะเป็นคนรักษากฎระเบียบเมื่อถามว่า มีความขัดแย้งใดในพรรคหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วง เพราะวันนี้มาแถลงเพราะเป็นรองหัวหน้าและทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกฎหมายในพรรคให้เป็นไปตามข้อบังคับ

สำหรับรายชื่อกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นลาออกทั้ง 18 คน ประกอบด้วย  

1.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 

2.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 

3.นายสุพล ฟองงาม 

4.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 

5.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 

6.นายไผ่ ลิกค์ 

7.นายนิโรธ สุนทรเลขา 

8.นายสัมพันธ์ มะยูโซ้ะ

9.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

10.นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ 

11.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ 

12.นายสกลธี ภัทรทิยกุล 

13.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ 

14.นายสุรชาติ ศรีบุศกร 

15.นายนิพันธ์ ศิริธร 

16.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 

17.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 

18.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ที่กรรมการบริหารพรรคจะลาออกว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน และคงไม่ดำเนินการอะไร เพราะเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค ยืนยันว่า พรรคยังกลมเกลียวกันดี เมื่อถามว่า หากที่ประชุม พปชร.เสนอให้เป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่มี ไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องของพรรค

ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง อย่านำตนไปเกี่ยว เนื่องจากไม่ใช่สมาชิกพรรค ส่วนที่คณะกรรมการบริหารพรรคไม่มีตำแหน่งในพรรค จะมีผลต่อตำแหน่งต่อรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า จะพิจารณาเอง ไม่ทราบว่าจะเป็นเมื่อใด ยังไม่ถึงเวลาที่จะคิดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากขณะนี้ ประชาชนยังเดือดร้อนอยู่จำนวนมาก 

ด้านนายอุตตม ให้สัมภาษณ์ว่า การตัดสินใจลาออกกระทำได้ ตามกระบวนการทางการเมืองภายในพรรค แต่ยืนยัน การเปลี่ยนแปลงใดๆที่จะเกิดขึ้นควรต้องมาจาก ส.ส. ที่ตัดสินใจว่า จะให้พรรคเดินไปในทิศทางไหน ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคส่วนตัวมองว่า ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องตัวบุคคล วันนี้น่าจะเป็นเวลาที่ทำงานเพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทยมากกว่า พรรคเพิ่งผ่านกฏหมายสำคัญ พรรคมีหน้าที่ต้องสนับสนุนนายกรัฐมนตรี เดินหน้าประเทศไทย มากกว่า ทำการเมือง

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในพรรค ควรเกิดขึ้นในที่ประชุมใหญ่พรรค เชื่อว่า ในพรรค ไม่มีความแตกแยก แต่เป็นความแตกต่างทางความคิด ซึ่งพรรคในปัจจุบันนับเป็นแกนนำหลักของพรรคการเมืองในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงต้องอยู่ในกรอบของระบอบประชาธิปไตย ต้องฟังเสียง ส.ส. ส่วนพรรคก็มีความเป็นสถาบัน ที่ต้องทำให้ประชาชนได้เห็น ว่า พรรคเดินหน้าไปในทิศทางที่เป็นประชาธิปไตย

น่าเสียดายที่การเปลี่ยนแปลง ไม่น่าเกิดขึ้นในเวลานี้ ในเวลาที่นายกรัฐมนตรี บอกให้หยุดปัญหาทางการเมืองเอาไว้ก่อน ในเวลาที่ประเทศเผชิญปัญหาสถานการณ์โควิด หลังโควิดประเทศยังต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย ภาคธุรกิจจะเผชิญปัญหาใหญ่ ประชาชนจะตกงาน สำคัญที่สุดตอนนี้ไม่ใช่เวลาของการเมือง แต่มีคนบางกลุ่มต้องการเล่นการเมือง เพื่อผลประโยชน์ใคร

เสียดายที่มีการเปลี่ยนแปลงในพรรค เพราะคิดว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม และส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ ไม่ใช่เพราะเรื่องตำแหน่ง แต่เพราะต้องนำกำลังทั้งหมดช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนคงไม่อยากรู้ความแตกร้าวทางการเมือง แต่คงอยากรู้ว่าพรรคแกนนำรัฐบาล อย่างพรรคพลังประชารัฐ จะมีแนวทางอย่างไร


Voice TV
กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี
0Article
0Video
0Blog