NEWS

เมื่อ'ป้ายรถเมล์'เป็นได้มากกว่าที่คิด...ไปลอง'เล่น'กันมั้ย

by ชยากรณ์ กำโชค 10 มีนาคม 2560 เวลา 13:15 น.

 

ป้ายรถเมล์ โครงสร้างพื้นฐานในระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงการใช้งานของคนกรุงเทพฯจำนวนมาก กลับได้รับการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ จนอดใจไม่ได้ที่เห็นคนสิงคโปร์ได้ใช้ป้ายรถเมล์ ที่ล้ำเกินกว่าความต้องการพื้นฐาน แล้วรู้สึกอิจฉาเหลือเกิน

 


 

สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนตื่นเต้นกับข่าวการพัฒนาป้ายรถโดยสารประจำทางของสิงคโปร์ ที่กำลังทดลองปรับ “ป้ายรถเมล์” ในย่านจูร่ง เป็น “คาเฟ่ขนาดย่อม ใต้รูฟท็อปการ์เด็น”

 

จูร่ง คือ ย่านอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ มีคนอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น หลากหลาย

 

วางหนังสือให้อ่านฆ่าเวลา แบตโทรศัพท์ใกล้หมดก็เสียบปลั๊กชาร์จไฟที่ป้าย ติดตั้งจออินเทอร์แรคทีฟแสดงข้อมูลของย่าน ข่าวสาร สภาพอากาศ แถมยืมอีบุ๊กจากหอสมุดแห่งชาติได้ด้วย

มันเป็น “พื้นที่สาธารณะ” ที่ชวนให้คนใช้ประโยชน์ มากกว่าการนั่งรอ
ป้ายฯในฝันชัดๆ

ไม่ต้องพูดถึงจอแสดงข้อมูลการเดินรถ หรือ สิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพ เพื่อคนที่มีความต้องการพิเศษ เพราะประเทศโลกที่ 1 อย่างสิงคโปร์ เขาพัฒนาเป็นชาติแล้ว

 


กรุงเทพฯ ชีวิตดีดีที่ลงตัว

ภาพจากกะทู้พันทิป ไม่ได้ขึ้นรถเมล์ซะนาน เดี๋ยวนี้ป้ายรถเมล์เค้า เป็นอย่างนี้กันแล้วรึ

 

ดีดนิ้ว ตัดภาพมาที่ป้ายรถเมล์ในกรุงเทพฯ แล้วท้อใจ เหมือนโดนปลุกให้ตื่นจากฝัน

 

ป้ายรถเมล์  โครงสร้างพื้นฐานในระบบขนส่งสาธารณะ ที่เข้าถึงการใช้งานของคนกรุงเทพฯจำนวนมาก กลับได้รับการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ จนอดใจไม่ได้ที่เห็นคนสิงคโปร์ได้ใช้ป้ายรถเมล์ ที่ล้ำเกินกว่าความต้องการพื้นฐาน แล้วรู้สึกอิจฉาเหลือเกิน

ความคิดเห็นของผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ตอบสนองต่อข่าวพัฒนาป้ายรถโดยสารสิงคโปร์

 

แต่สมมติว่าป้ายรถเมล์หน้าบ้านคุณเป็นแบบนี้ และเต็มไปด้วยสิ่งของเหล่านี้ ...คุณจะว่าไงครับ


ป้ายรถโดยสารหน้าวัดสุทธิวราราม ถ.เจริญกรุง

ขอบคุณภาพบางส่วนจากทีมงาน Ten for Ninety 2017

 

พัดลมจิ๋ว / ร่มกันแดด / เก้าอี้ / แอลกอฮอล์ล้างมือ / เครื่องชั่งน้ำหนัก / หน้ากากอนามัย / ลูกอมฮอลล์ / วิทยุพร้อมที่เสียบยูเอสบี / ตุ๊กตาหมี / หมวก / ไม้กวาด / ที่โกยผง / น้ำดื่ม / ตู้ไปรษณีย์ ฯลฯ

สิ่งของเหล่านี้ อยู่ในความต้องการของคุณหรือเปล่า ถ้าวันหนึ่ง กทม. อยากพัฒนาป้ายรถเมล์

แต่อย่าเพิ่งตกใจไปครับ นี่เป็นเพียงการทดลองสนุกๆ ของกลุ่มสถาปนิกชุมชน และ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ที่ร่วมโครงการ Ten for Ninety เพื่อหาคำตอบว่าแท้จริงแล้ว “ป้ายรถเมล์ในฝัน” ของคนกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร"

คำตอบของมันอาจไม่ใช่ “คาเฟ่ขนาดย่อม ใต้รูฟท็อฟการ์เด็น” อย่างในสิงคโปร์ แต่อาจเป็นป้ายแค่รถเมล์ธรรมดา สามารถกันแดดกันฝน มีที่นั่งสะดวกสบาย มีไฟฟ้าส่องสว่าง ก็เป็นได้

 

นักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวราวราม หนึ่งในผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ

ขอบคุณภาพจากทีมงาน Ten for Ninety 2017


ถ้ายังจำกันได้ สมาชิกโครงการ Ten for Ninety เคยจุดกระแสให้สังคมหันมาตั้งคำถามกับพื้นที่สาธารณะในระบบขนส่งมวลชน เมื่อปีที่แล้ว พวกเขาทดลองนำเสื่อและเก้าอี้ไปวางในสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อศึกษาพฤติกรรมของคนระหว่างรถรถไฟ ทั้งคนเตรียมเดินทางกลับต่างจังหวัด นักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติ หรือแม้แต่คนไร้บ้านที่พักพิงในหัวลำโพง (ชมข่าวย้อนหลัง คลิก)

ปีนี้ Ten for Ninety ทดลองกับ “ป้ายรถเมล์”
พร้อมคำถาม “ทุกวันนี้ ป้ายรถเมล์ เป็นได้มากกว่าป้ายรถเมล์อย่างไร”
ภายใต้คอนเซปต์ Dot – Line – Play
Dot      = ป้ายรถโดยสารประจำทางในฐานะจุดเชื่อมต่อของเมือง
Line    = การเชื่อมต่อระหว่างป้ายฯ ก่อให้เกิดโครงการข่ายระบบขนส่งสาธารณะ
Play    = การใช้ความคิดสร้างสรรค์แทรกแซงและจู่โจมสภาวะปกติของเมือง

 

 

ป้ายรถเมล์ 3 ป้าย ในย่านบางรัก-เจริญกรุง แม้อยู่ในระยะใกล้กัน พอเดินถึงกันได้ แต่บริบทแวดล้อมของป้ายทั้งสาม แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างป้ายฯ หน้าวัดสุทธิวราราม แวดล้อมด้วยวัด โรงเรียน สถานที่ราชการ อาคารพานิชย์ ฯลฯ มีคนใช้งานหลากหลาย ดูจากสภาพภายนอกมีความสมบูรณ์ตามรูปแบบที่ กทม.กำหนด มีเก้าอี้ ไฟส่องสว่าง หลังคา ไม้ประดับ

ความเคลื่อนไหวที่กลุ่ม Ten for Ninety สังเกตได้ชัดเจนคือ คนมักไม่ค่อยนั่งรอ เนื่องจากที่นั่งเตี้ยเกินไป นอกจากนี้ ยังพบว่าหลังคาไม่สามารถบังแดดได้ การรอรถเมล์ในช่วงกลางวันจึงเป็นความไม่สะดวกสบายอย่างรุนแรง ส่วนช่วงกลางคืนก็เสี่ยงต่ออันตรายเนื่องจาหลอดไฟที่ไม่ส่องสว่าง เนื่องจากป้ายโฆษณา ไม่มีการติดตั้งโฆษณา

การทดลองวางสิ่งของที่ดูเหมือนจำเป็นและไม่จำเป็น บริเวณป้ายหน้าวัดสุทธิฯ ตามแนวคิด Everything & everyday objects เป็นการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งานป้ายรถเมล์ตลอด 24 ชั่วโมง ที่อาจนำไปสู่คำตอบว่า ป้ายรถเมล์ที่เราใช้งานอยู่ทุกวันนี้ยังขาดอะไร

นอกจากที่นั่ง หลังคา หรือไฟฟ้าส่องสว่าง คนกรุงเทพฯต้องการอะไรจากป้ายรถเมล์?

 

หรือ ผู้ว่าฯกทม. ควรออกนโยบาย 1 ป้ายรถเมล์ 1 เครื่องดนตรี?
ขอบคุณภาพจากทีม Ten For Ninety 2017

 

“ชุมชนตลาดน้อย ถนนเจริญกรุง” ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในย่านเยาวราช ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ทำการทดลองของกลุ่ม Ten for Ninety ในฐานะป้ายรถเมล์ที่เป็น “ประตูสู่ชุมชนตลาดน้อย”

 


ป้ายรถเมล์ในย่านตลาดน้อย ถ.เจริญกรุง มีผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุ
ขอบคุณภาพจากทีม Ten for Ninety 2017

 

ป้ายรถเมล์ตลาดน้อยมีขนาดย่อมกว่า เมื่อเทียบกับป้ายรถเมล์หน้าวัดสุทธิฯ ก่อนหน้านี้ มันมีเพียง “ป้าย” สมชื่อ ติดตั้งบนทางเดินเท้า ภายหลัง กทม. กับชุมชนร่วมกันเพิ่มเติมที่นั่งและหลังคากันแดดกันฝน ในรูปแบบกึ่งถาวร สำหรับรองรับความต้องการของคนสูงอายุ

 


ป้ายรถเมล์ถูกตกแต่งด้วยภาพถ่ายฟิล์มฝีมือชาวตลาดน้อย

 

Bus Stop & Community Living เป็นหัวข้อหลักของการทดลอง ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือทีมงานมอบกล้องถ่ายรูปให้เจ้าของพื้นที่ ถ่ายภาพชุมชน หรือ “บ้าน” ในมุมมองที่พวกเขาผูกพัน แล้วนำภาพถ่ายทั้งหมดมาประดับที่ป้ายฯ สร้างบรรยากาศห้องรับแขกชุมชนตลาดน้อย

 


ใต้สะพานตากสิน ศูนย์กลางการเชื่อมต่อระบบขนส่งทางการและไม่เป็นทางการ

 

โจทย์ที่สามของ Ten for Ninety เกิดขึ้นระหว่างป้ายรถเมล์ตลาดน้อยกับป้ายรถเมล์วัดสุทธิฯ บริเวณใต้สะพานตากสิน ศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ ครบสูตรตามนโยบาย ล้อ-เรือ-ราง ของกรุงเทพมหานคร หากกลุ่มสถาปนิกชุมชนมองว่า ยังมีกลไกสำคัญของเมืองที่ถูกเมินจากระบบของรัฐ นั่นคือ กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งไม่เป็นทางการ


ความวุ่นวายใต้สะพานตากสิน ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการพื้นที่กันเองของคิวรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถสองแถว และรถสามล้อ ตอกย้ำความเป็นระบบขนส่งที่ไม่เป็นทางการ นอกการบริหารจัดการของรัฐโดยตรง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้ให้บริการกลุ่มนี้เป็นผู้อุดช่องโหว่ของระบบขนส่งทางการ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนกลไกเมือง ที่ระบบของรัฐยากจะตอบโจทย์

 

ราคาเป็นมิตรกับคนรายได้ต่ำ
ทำเวลาอย่างน่าอัศจรรย์ในชั่วโมงเร่งด่วน
ส่งผู้โดยสารถึงซอยลึก ที่รถเมล์ก็ทำไม่ได้ รถไฟฟ้าอย่าหวังเลย

 

แบนเนอร์ "ยอดมนุษย์สะพานตากสิน" พร้อมคำโปรยเท่ๆ


การทดลองในพื้นที่ใต้สะพานตากสิน ด้วยหัวข้อ Bus stop & other informal transportation modes?  มีเป้าหมายสร้างตัวตนให้กับผู้ให้บริการระบบขนส่งที่ไม่เป็นทางการ  กลุ่ม Ten for Ninety จัดการทำป้ายแบนเนอร์ เพื่อทำให้ระบบขนส่งไม่เป็นทางการเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งสาธารณะของรัฐ ไม่ใช่ “ผู้ร้าย” ที่รอการจัดระเบียบหรือขีดฆ่า

 

“ป้ายรถเมล์สามารถเป็นอย่างอื่นได้อีกหรือไม่” เป็นคำถามที่ชวนให้สังคมพูดคุย แลกเปลี่ยน และหาคำตอบร่วมกัน ผ่านการทดลองจริงบริเวณพื้นที่สาธารณะในระบบขนส่งมวลชน

 


อาจารย์หน่อง ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Ten for Ninety สองปีซ้อน

 

ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ หรือ อาจารย์หน่อง ประธานกรรมาธิการสถาปนิกเพื่อสังคมและเมือง (ASA CAN) สมาคมสถาปนิกสยามฯ ยกตัวอย่างป้ายฯชุมชนตลาดน้อย ที่แม้มีองค์ประกอบของความเป็นป้ายรถโดยสารไม่สมบูรณ์ แต่สามารถตอบความต้องการของชุมชนได้ชัดเจนทุกมิติ เพราะชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดความต้องการ ประกอบกับการจัดการของรัฐ ในรูปแบบจัดการแบบไม่จัดการ


“รัฐน่าจะมีกลไกให้ชุมชนรอบๆ มีบทบาทกำหนดว่า ป้ายรถเมล์เป็นอย่างอื่นได้ด้วย”

 

ขอบคุณภาพจากทีมงาน Ten for Ninety 2017


ตลอดการพูดคุยกับ “อาจารย์หน่อง” คำตอบที่ได้รับ ไม่ใช่รูปแบบที่ชัดเจน ตายตัว สำเร็จรูป ที่ป้ายรถเมล์ควรจะเป็น แต่มันคืออะไรก็ได้ ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นั่นคือ คนกรุงเทพฯ ทุกคน
แต่กลไกของรัฐมักไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เสียงของประชาชนสะท้อนไปถึง การทดลองในพื้นที่จริงๆ จึงเป็นช่องทางหนึ่งในการสะท้อนความต้องการ สร้างการพูดคุย หรือตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับ "พื้นที่สาธารณะในระบบขนส่ง“ ที่แม้แต่ทีมงาน Ten for Ninety คิดไม่ถึง

 

ขอบคุณภาพจากทีม Ten for Ninety 2017

 

อาจารย์หน่อง เล่าว่า การทดลองศึกษาพฤติกรรมของคนในพื้นที่สาธารณะ ทำให้ได้คำตอบบางอย่าง นอกเหนือจากความต้องการของผู้ใช้งาน นั่นคือสำนึกในความเป็นสาธารณะของสังคมไทย อย่างการทดลองที่ป้ายฯหน้าวัดสุทธิฯ ที่เต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย แต่กลับพบของสูญหายน้อยมาก เนื่องจากหลายคนทราบว่าเป็นกิจกรรมของนักศึกษา

“ลองคิดดูถ้าเป็นของรัฐ  รับรองต้องมีคนโกยกลับบ้านแน่ๆ มันคือการรับรู้ความเป็นสาธารณะ จริงๆเราเสียภาษีให้รัฐเนอะ ของรัฐก็เป็นของประชาชน  แต่ถ้าคนรู้ว่าเป็นของรัฐ คนจะไม่รู้สึกเป็นเจ้าของ เอาได้  เพราะไม่ใช่ของๆใครเลย สาธารณะคือการไม่เป็นของใครเลย”

 

 

ใครที่สนใจร่วมสะท้อนความต้องการ “ป้ายรถเมล์ในฝัน” หรือ แม้แต่ไปทดลอง “เล่น” สนุกๆ กับโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผมเชื่อว่าหลายคนใกล้ชิดกับพวกเรามากที่สุด  ทีมงาน Ten for Ninety ยังทำการศึกษาทดลองในพื้นที่ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคมนี้ ตลอด 24 ชั่วโมง

ใครที่โพสต์ภาพโซเชียลมีเดีย อย่าลืมติด #dotlineplay #tenforninety นะครับ

Ten for Ninety 2017 เป็นกิจกรรมของกรรมาธิการสถาปนิกเพื่อสังคมและเมือง สมาคมสถาปนิกสยามฯ (ASA CAN) ผู้เข้าร่วมเวิร์กชอป ได้แก่ นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬา และนิสิตนักศึกษาคณะสถาปัตย์ จากหลากหลายสถาบัน โดยมีทีมพี่เลี้ยง ได้แก่บริษัท IF, Cloud Floor และ MOR


รายงานโดย ชยากรณ์ กำโชค

MORE FROM THAILAND

ปรับพื้นที่เตรียมงานพระบรมศพฯ 1 ต.ค.นี้
ปรับพื้นที่เตรียมงานพระบรมศพฯ 1 ต.ค.นี้
'ออมสิน' รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานเร่งมือเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯเพื่อให้เสร็จสมบูรณ์ที่สุด…
ออกหมายเรียก นักศึกษาแพทย์ ข้อหาทารุณกรรมสัตว์
ออกหมายเรียก นักศึกษาแพทย์ ข้อหาทารุณกรรมสัตว์
ตำรวจนครราชสีมา ออกหมายเรียกหนุ่มนักศึกษาแพทย์ ให้มารับทราบข้อหาทารุณกรรมสัตว์แล้ว…
ตร.พังงา คุม 5 ผู้ต้องหาข่มขืนให้ ดญ.ชี้ตัวแล้ว
ตร.พังงา คุม 5 ผู้ต้องหาข่มขืนให้ ดญ.ชี้ตัวแล้ว
การสอบสวนคดีข่มขืนเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่จังหวัดพังงา หลังมีการตามจับผู้ต้องหาตามหมายจับได้ถึง…
อ.มหิดล แถลงขอโทษ 'ทักษิณ' ขึ้นเวทีปราศรัยหมิ่นปี 56
อ.มหิดล แถลงขอโทษ 'ทักษิณ' ขึ้นเวทีปราศรัยหมิ่นปี 56
'อดีตนายกฯทักษิณ' ถอนฟ้อง 'อาจารย์ม.มหิดล' ฐานหมิ่นประมาท ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตี…
ไทยไลอ้อนแอร์ ขออภัยเกิดเหตุขัดข้องในห้องโดยสาร
ไทยไลอ้อนแอร์ ขออภัยเกิดเหตุขัดข้องในห้องโดยสาร
หลังผู้โดยสารโพสต์ภาพพร้อมข้อความกรณีโดยสารเครื่องบินสายการบินไทยไลอ้อน…
ห๊ะ ส่วนที่ดีของรัฐประหาร 49 ภาวะตาสว่าง ความหวัง ประชาธิปไตยและศีลธรรม มีจริงเหรอ
ห๊ะ ส่วนที่ดีของรัฐประหาร 49 ภาวะตาสว่าง ความหวัง ประชาธิปไตยและศีลธรรม มีจริงเหรอ
ตั้งแต่รัฐประหารในปี 2549 จนมาถึงวันที่ 19 กันยายน 2560 เป็นเวลา 11 ปีที่สังคมไทยได้ผ่านฤดูกาลทางการเมืองอันร้อนแรงและดุเดือด…
เตือนคนไทยในเม็กซิโก ระวังภัยอาฟเตอร์ช็อค
เตือนคนไทยในเม็กซิโก ระวังภัยอาฟเตอร์ช็อค
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเม็กซิโก เตือนชาวไทยในเม็กซิโก ระวังภัยอาฟเตอร์ช็อค…
สมาชิกสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นร้องเร่งเยียวยาสมาชิก 
สมาชิกสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นร้องเร่งเยียวยาสมาชิก 
ตัวแทนสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ…
TOP
NOW :