NEWS

วิบากกรรมผู้ค้า เช่าที่ 'ทรัพย์สินจุฬาฯ' เจอคำโฆษณาสวนทางความจริง?

by ฟ้ารุ่ง ศรีขาว 1 กรกฎาคม 2560 เวลา 12:22 น.

เสียงสะท้อนจากผู้ค้าที่ลงทุนเช่าที่สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ เปิดร้านอาหารในโครงการสวนหลวงสแควร์ข้างสนามศุภชลาศัย เมื่อสิ่งที่คาดหวังไม่ตรงกับความจริง

 

..."สวนหลวงสแควร์" ที่สุดแห่งย่านร้านค้า และศูนย์รวมความอร่อย ให้คุณ...มาร่วมเป็น 1 ในการสร้างชุมชนแห่งความสุขในพื้นที่สวนหลวง-สามย่าน ที่ซึ่งได้ชื่อว่า "ทำเลทอง" ศูนย์กลางแห่งการจับจ่าย ย่านที่พรั่งพร้อมไปด้วยความสมบูรณ์แบบแห่งอนาคร ด้วยระบบสาธารณูปโภค ระบบการคมนาคม สิ่งแวดล้อม พื้นที่สีเขียว และชุมชนผู้พักอาศัยรอบด้าน...”  คือส่วนหนึ่งของคำอธิบาย “สวนหลวงสแควร์” หนึ่งในโครงการของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งระบุในเว็บไซต์ www.property.chula.ac.th ว่าลักษณะโครงการเป็นอาคารพาณิชย์ บนที่ดิน 10 ไร่ ข้างสนามกีฬาแห่งชาติ บริเวณจุฬาฯ ซอย 5 ตัดซอย 12 

 

ขณะที่เสียงสะท้อนจากผู้ค้าส่วนหนึ่งในโครงการเปิดเผยถึงความผิดหวังที่มาลงทุน โดยพวกเขามองว่าผู้ให้เช่าไม่ได้ทำหลายอย่างตามที่โฆษณาไว้ โดยบางคนกังวลเรื่องถูกฟ้อง เนื่องจากค้างค่าเช่ารายเดือนหลังจ่าย ‘ค่าอุดหนุนการศึกษา’ ราคาสูงในหลักล้านบาท บางรายไม่ค้างค่าเช่ารายเดือนแต่ค้าง ‘ค่าอุดหนุนการศึกษา’ ซึ่งขอระงับระหว่างได้รับผลกระทบจากการสร้างถนนบริเวณโครงการ แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ พร้อมกับได้รับคำตอบว่าต้องขึ้นศาล 

 

ทีมข่าว Voice TV สัมภาษณ์ผู้ค้าในโครงการและได้ติดต่อขอสัมภาษณ์สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ซึ่งได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างประสานงานในการให้สัมภาษณ์ชี้แจงเรื่องดังกล่าว

 

 

“เอกรัฐ สันทนตานนท์” เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น Yakimono ซึ่งปิดร้านไปแล้วหลังเปิดมา 2 ปี บอกว่า ที่ตัดสินใจเลิกกิจการเพราะต้องการหยุดหนี้ ไม่อยากให้ จุฬาฯ เรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมได้มากกว่านี้ ส่วนหนี้ที่ค้างในอดีตที่ผ่านมาต้องคุยกันในชั้นศาล นอกจากนั้น ตั้งคำถามว่า ทำไมโครงการไม่บอกตั้งแต่แรกว่าจะมีการปิดถนน หรือทำไมไม่เปิดโครงการหลังจากพัฒนาส่วนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว สภาพขณะนี้แทนที่จะสะสมลูกค้า กลับทำให้ลูกค้าหนีหาย สำหรับการเปิดร้าน Yakimono ช่วงแรกขาดทุนเดือนละ 2-3 แสน แต่ก็แบกรับเพื่อให้จุฬาฯ ขายพื้นที่ได้ ปัจจุบันเป็นระยะเวลาผ่านมา 2 ปีแล้ว 

 

 

“ทางจุฬาฯ พยายามที่จะมาไล่ฟ้องร้านค้าแต่ละร้าน เพื่อเรียกหนี้ค้างชำระที่พวกผมพยายามเจรจาอยู่ การเจรจาคือขอให้ทำสัญญาใหม่ จากเซ้ง 10 ปี ขอให้เหลือ 3 ปีตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ไหม เพราะเซ้ง 10 ปี ไม่ได้ไปจดทะเบียน ณ กรมที่ดิน ตอนแรกทางจุฬาฯ เหมือนจะยอมแต่สุดท้ายบอกว่าไม่ได้ ต้อง 5 ปีเพราะถ้าลดเหลือ 3 ปี ลูกค้าอาจจะออกหมด ฉะนั้น ต้องยื้อไว้ให้เซ็นสัญญา 5 ปี ตัวเลขที่ให้ผมมา ค่าเช่าในระยะเวลา 5 ปี ผมจะต้องจ่ายจุฬาฯ ประมาณ 4 ล้านกว่าบาท เป็นค่าเช่า ผมบอกว่าผมไม่ไหวหรอก สภาพโครงการและการบริหารของจุฬาฯ ที่ไม่ได้คิดว่าผู้เช่าคือผู้เช่าเลย 

 

พอเห็นตัวเลขนี้ ก็มีความเสียดาย ไหนจะเงินที่ลงทุนไป ไหนจะสัญญาที่จะผูกมัดเราอีก ฉะนั้น ไม่รู้ว่าจะทำไง จะเปิดก็ไม่มีลูกค้า ผมสู้ปิดยูนิตไปเฉยๆ ไม่ต้องมาเสียค่าลูกน้อง ถ้าเปิด ผมต้องเสียเดือนละ 2-3 แสนบาท นั่นคือขาดทุน แต่ถ้าปิดเฉยๆ เสีย 5 หมื่นจึงปิดเฉยๆ น่าจะดีกว่า

       

 

การบริหารงานแบบนี้พวกผมก็หมดความเชื่อมั่นจากทางจุฬาฯ แล้วส่วนหนึ่ง ประกอบกับทางจุฬาฯ จะดำเนินการฟ้อง ผมจึงตัดสินใจหยุดร้านและหยุดหนี้ เพื่อไปทำการฟ้องร้องกัน ดูว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือโฆษณาขายที่ไม่เป็นความจริง คาดว่าจะฟ้องเรื่องสัญญาค่าเช่าไม่เป็นธรรมซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียด” เอกรัฐกล่าวและบอกด้วยว่า จุฬาฯ บริหารงานแตกต่างจากเอกชนอย่างมาก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับบอร์ดซึ่งจะประชุมในรอบ 2 เดือน เคยส่งจดหมายไปที่ผู้จัดการโครงการซึ่งเป็นพนักงานประจำ ก็ไม่รู้บอร์ดรับรู้ไหม แต่ไม่ตัดสินใจอะไรมาเป็นระยะเวลา 2 ปี เป็นวิธีแบบราชการ ถ้าเป็นเอกชนอาจจะตัดสินใจแก้ปัญหาได้ทันที 

 

 

เอกรัฐ บอกว่า ส่วนตัวมีความสงสัยว่าโครงการนี้ขออนุญาตเป็นอะไรกันแน่ เพราะลักษณะทางกายภาพก็มีปัญหา เดี๋ยวบอกเป็นอาคารพาณิชย์ เดี๋ยวบอกเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ จึงได้ไปตรวจสอบที่สำนักงานเขต ซึ่งในเบื้องต้น พบว่าชั้น 2 รับน้ำหนักได้ 150 กิโลกรัมต่อตารางเมตรตามที่จุฬาฯ บอกมา ซึ่งไม่สามารถประกอบการเชิงพาณิชย์ได้ เพราะถ้าจะประกอบพาณิชยกรรมต้องรับน้ำหนักให้ได้ 300 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ตอนแรกถามจุฬาฯ ว่าทำเชิงพาณิชย์ได้ไหม จุฬาฯ บอกทำได้ และปกติผู้เช่าไม่มีใครไปขอดูใบอนุญาตก่อสร้างอยู่แล้วว่าใช้งานประเภทไหน เพราะเชื่อตามที่เขาขายโครงการมา 

 

 

“ยูนิตร้านผมพื้นที่ 137 ตารางเมตร จ่ายค่าอุดหนุนการศึกษาอยู่ที่ 2,500,000 บาทก้อนแรกก็ให้ผ่อน 13 งวด ตอนหลังเจรจายืดเป็น 18 งวด ผมจ่ายไปแล้ว 2,000,000 บาท จาก 2,500,000 บาท ส่วนค่าเช่ารายเดือน 46,000 บาท ค่าส่วนกลางอีก 6,000 กว่าบาท คร่าวๆ ประมาณ 52,000 บาทต่อเดือนในพื้นที่ 137 ตารางเมตร ถ้าเฉลี่ยค่าเช่าตลอด 10 ปี และค่าเซ้งตลอด 10 ปี หารเฉลี่ยแล้วก็คือ 550 บาท ต่อตารางเมตร” เอกรัฐกล่าว 

 

 

“เบญจพร สุริยเลิศ” ร้าน Zaap Shabu เปิดร้านที่โครงการสวนหลวงสแควร์จะครบรอบ2 ปี ในวันที่ 24 ก.ค. 60 แต่เพิ่งปิดร้านไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.60 โดยเป็นร้านรุ่นแรกๆ ที่มาเปิดในโครงการเช่นเดียวกับร้านของ “เอกรัฐ” ก่อนมาลงทุนได้รับข้อมูลว่าทางสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ บอกว่าจะทำเป็นคอมูนิตี้มอลล์ คือชั้นบนสามารถทำธุรกิจได้ มีชัตเติ้ลบัส สิ่งอำนวยความสะดวก มีแกรนด์โอเพนนิ่ง และทางผู้ให้เช่าบอกว่ามีร้านมาเปิดในโครงการแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ 

 

 

ปรากฏว่าเมื่อมาเปิดร้านจริงๆ มีร้านเปิดอยู่ 4-5 ร้านและสาธารณูปโภค ไม่ได้เป็นจริงอย่างที่เขาบอก มีปัญหาทั้งระบบไฟฟ้าและน้ำ สภาพเหมือนโครงการปิด ลูกค้าหาไม่เจอ คิดว่าไม่มีร้านข้างใน แตกต่างจากตอนที่จุฬาฯ บอกให้มาลงทุน นอกจากนั้น ทางผู้ให้เช่ายังไปจดแจ้งเป็นอาคารพาณิชย์ ด้านบนจึงไม่สามารถทำการค้าธุรกิจได้ และประสบปัญหาจากการปิดถนนซึ่งจะครบปีแล้วยังทำถนนไม่เสร็จ ไม่มีแกรนด์โอเพนนิ่งตามที่โฆษณาไว้ว่าจะเปิด 

 

 

เจ้าของร้าน Zaap Shabu บอกว่า กังวลเรื่องการฟ้องร้อง เพราะเกือบทุกร้านประมาณ 10 กว่าร้านที่ลงชื่อขอเจรจา ทางจุฬาฯ ก็ไล่ฟ้อง พอสอบถามเขาบอกฟ้องตามกฎหมายค่อยเจรจา บางรายถูกฟ้องเพราะค้างค่าเช่าแต่ก่อนที่จะค้างค่าเช่าเขาจ่ายค่าอุดหนุนการศึกษาไปแล้วจ่ายสดก้อนเดียว ขณะที่ผู้ค้ารายใหม่ๆ มาไม่ต้องจ่ายค่าเซ้ง(ค่าอุดหนุนการศึกษา) เพียงแต่จองแสนเดียวและค่าเช่าราคาถูกกว่า

 

 

“ค่าอุดหนุนการศึกษา พี่จ่าย 1 ล้านกว่าบาทเกือบ 2 ล้าน แบ่งจ่าย 10 งวด ยังไม่รวมค่าเช่ารายเดือน 30,800 บาท แล้วก็มีค่าไฟยูนิตละ 5 บาท ค่าส่วนกลางอีกเกือบ 5 พันบาทต่อเดือน ทุกอย่างราคาสูงกว่าที่อื่น ทุกคนก็ช่วยกันทำการตลาดหมดแล้ว แต่ก็อย่างที่เห็น ความเสียหายเกิดจากโครงการ ปัญหาปิดถนน ไม่มีรายได้” “เบญจพรกล่าว

 

 

“นลินรัตน์ ศิวการศิริกุล” เปิดร้านบิงซู โทสต์ เล่าวถึงการได้รับข้อมูลก่อนมาลงทุนว่า พูดว่าขายฝันเลยดีกว่า เพราะเขาบอกว่าจะมีคนเดินเข้ามาในศูนย์การค้าเฉลี่ย 500 - 1,000 คนต่อวันเป็นอย่างน้อยถ้าเปิดร้านเต็ม ซึ่งร้านเปิดจะเต็มแล้ว กำลังเรียกร้านค้าให้มาตกแต่งภายในสิ้นปี 58 เขาบอกมีสถานศึกษา มีคอนโด ล้อมรอบด้วยย่านชุมชน 

 

 

“เราก็มองว่าบริหารโดยจุฬาฯ ความที่เราเชื่อว่าจุฬาฯ น่าจะเป็นอะไรที่ดี สำหรับประชาชนอย่างเราที่จะเข้ามาฝากชีวิต ฝากทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเรามีเงินก้อนหนึ่งที่คิดอยากจะทำอะไรที่ไปต่อได้ ไม่ใช่เป็นแบบนี้ เรามาจากการพูดเชิญชวนในระยะเวลาอันสั้นที่ต้องรีบตัดสินใจ ไม่งั้นจะมีคนอื่นเข้ามา ตอนนั้นก็คิดมากว่าจะเอาดีไหม เพราะมีเงินก้อนสุดท้าย และคิดว่าจุฬาฯ คงไม่ทำให้โคงการแย่ ก็เลยวางมัดจำ 10,000 บาทเพราะเขาบอกไม่งั้นจะระบุห้องไม่ได้ เพราะเหลืออีกไม่กี่ห้อง จากนั้น เอาแผ่นพับมาให้ดู มีชัตเติ้ลบัส มีรถวิ่งล้อมรอบ”  

 

 

สำหรับการจ่ายค่าอุดหนุนการศึกษา “นลินรัตน์” บอกว่า จ่ายไป 1 ล้านบาทในคราวเดียว จากประมาณ 1,200,000 บาท เพราะเขาเสนอส่วนลดให้ โดยเซลบอกว่าเป็นค่าเซ้ง 10 ปีล่วงหน้า ส่วนค่าเช่ารายเดือน 24,000 บาท ค่าส่วนกลาง 4,800 กว่าบาท รวมเกือบ 29,000 บาท รายจ่ายรวมค่าใช้จ่ายในร้านทั้งหมดเกือบ 60,000 บาทต่อเดือน เข้ามาเปิดร้าน 18 มีนาคม 59 ทั้งเดือนขายได้ 4,000 กว่าบาท พอเดือนเมษายนขายได้ 6,000 กว่าบาท เพราะขายได้แต่ละวันแค่หลักร้อย ตอนนี้ตัดสินใจเลิกทำร้าน จากตอนแรกจะรอดู 6 เดือน ถ้าไม่ดีก็อาจจะเจรจา แต่ก็ไม่ได้รับการเจรจาให้ไปได้ง่ายๆ เพราะมีการยื้อไว้  บวกกับมาเจอการทำถนนตอนช่วงเดือนมิถุนายนอีก จึงตัดสินใจไม่อยู่ต่อเพราะไม่มีอนาคตแน่นอน  

 

(ด้านบนภาพถ่ายจากผู้ค้าระหว่างมีการสร้างถนนเมื่อปีที่แล้ว ด้า่นล่างภาพปัจจุบันยังไม่ทำการเปิดถนน)

 

“ทางจุฬาฯ ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีที่ค้างค่าเช่า ซึ่งการค้างค่าเช่า เรามีหนังสือขอให้เขาเยียวยาเรา แต่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีในเรื่องการเยียวยาที่เป็นธรรมแบบที่เรายอมรับได้ เราจึงไม่ไหวที่จะจ่ายค่าเช่า แต่ก่อนหน้านี้จ่ายเงินอุดหนุนการศึกษาไปก้อนใหญ่ 1,200,000 บาท ตอนนี้ค้างค่าเช่า 2 เดือน รวมกับค่าเสียหายอื่นๆ ยอด 2 แสนกว่าบาท  เราเตรียมให้ทนายฟ้องแย้งว่า เขาผิดสัญญาเรื่องทำถนนและเรื่องกายภาพโครงการไม่เหมือนที่โฆษณาชวนเชื่อ” 

 

 

“นิธิ สุขประพฤติ” ร้านขนมเบเกอร์รี่ข้างลานน้ำพุ เล่าว่า จ่ายค่าอุดหนุนการศึกษา 1,400,000 กว่าบาท โดยยอมจ่ายก้อนเดียวจึงได้ลด 5 % จาก 1,500,000 บาท ส่วนค่าเช่าเนื่องจากเป็นห้องมุมจึงราคา 30,000 บาท ค่าส่วนกลางอีกตารางเมตรละ 50 บาท รวม 4,000 กว่าบาท แล้วค่าไฟบวกแวตยูนิตละ 7 บาท ล่าสุดเจอค่าภาษีโรงเรือน ปีละประมาณ 50,000กว่าบาท เฉลี่ยเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งรู้สึกว่าสูงเกินไป 

 

 

“ผมบอกตรงๆ นะ ผมขายทองหมดตัวเลย จ่ายให้ลูกน้อง ลูกน้องแทบจะร้องไห้ ส่วนผู้จัดการโครงการคนเก่า บอกว่าจะคืนห้องเหรอ? อีก 2 ปีจะเสียดายนะ แต่ตอนนี้ผ่านมา 2 ปี ผมไม่เสียดายเลย คุณไม่พัฒนาเลย” 


“นิธิ”  เล่าว่าการมาลงทุนเปิดร้านไม่ได้เป็นไปตามคาดหวัง ไม่ได้เป็นไปตามโฆษณา อย่างตอนแรกบอกเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ มีร้านค้าที่จับจองเยอะแล้ว ร้านท้องถิ่นที่เป็นตำนาน เช่น โจ๊กสามย่าน ลูกชิ้นนายใบ้ ร้านดังๆ มาอยู่ ฉะนั้น การจะมีคนจึงเป็นเรื่องไม่ยาก เราเลยตัดสินใจมาอยู่ เพราะคิดว่าลูกค้าจะมาเดินเยอะมาก แต่พอเรามาทำสัญญา สิ่งที่เขาพูดไว้ก็หายไปหมดเลย มีแต่ร้านค้าใหม่ๆ แค่ไม่กี่ร้าน แล้วเราจ่ายค่าเซ้ง(ค่าอุดหนุนการศึกษา)ไปแล้ว จึงคิดว่าเสี่ยงที่จะทำธุรกิจต่อจึงขอคืนห้อง แต่เขาไม่ยอม เขาบอกคืนห้องได้แต่เขาไม่คืนเงิน

 

 

“ผมจองพฤศจิกายน 57 เกือบ 1 ปี ร้านมาเปิดยังไม่เต็มโครงการ พอกรกฏาคม 58  มีจดหมายมาบอกว่า ถ้าไม่เปิดจะยึดห้อง เราก็มาเปิด แต่เจอเงื่อนไขแปลกๆ เช่น ตอนแรกเขาเสนอเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ แต่ตอนให้เซ็นสัญญามาเป็นอาคารพาณิชย์ นอกจากนั้น ตอนแรกเขาบอกว่าห้องด้านหน้าโครงการเต็มหมด แต่พอเรามาอยู่จริงๆ ห้องด้านหน้าว่าง แล้วย้ายไม่ได้ เราจะขอยกเลิกสัญญา และขอไปอ่านสัญญา เขาบอกว่าไม่ได้ ต้องอ่านวันนี้และเซ็นวันนี้ ถ้ายกเลิกก็ไม่ได้เงินคืน...

 

ถ้าเขาบอกว่า เป็นอาคารพาณิชย์ตั้งแต่แรก ผมเช่าห้องที่ไหนก็ได้ 20,000 บาทเพราะกลายเป็นว่าอยู่ที่นี่ เราไม่ได้ลูกค้าหน้าร้านเลย ได้แต่ลูกค้าส่ง ซึ่งมาจิ้นน้อยมากๆ แล้วเศรษฐกิจแบบนี้ เราเห็นตรงนี้ทำเลดี คนน่าจะมาง่ายแต่ความจริงกลับไม่ใช่ โครงการเหมือนยังแต่งตัวไม่เสร็จ ลูกค้ายังบอกว่าดูร้างมาก”

 


“นิธิ” บอกต่อไปว่า ผู้ให้เช่าเคยบอกว่าจะมีการจัดประชาสัมพันธ์ จัดอีเวนท์ มีแกรนด์โอเพนนิ่ง แต่ปรากฏว่าดอกแรกมาเลย ค่าประกันตกแต่ง 5 หมื่น ส่วนตัวสงสัยว่าทำไมอาคารพาณิชย์มีประกันตกแต่ง


 
“ผมเป็นผู้รับเหมา ผมถามว่า ผมทำคนโด 10 ล้าน ประกัน 3 หมื่นเอง เขาตอบดีมากบอกว่า ราคาเดียวกับห้างพารากอน ผมถามว่าคืนตังค์หรือเปล่า ถ้าคืนก็โอเค เขาบอกคืน แต่ให้ตกแต่งแค่เดือนเดียว ทั้งที่ 1 เดือน ผมว่าตกแต่งไม่สวยหรอก 

 

 

พอมาอยู่ในโครงการ ร้านค้าไม่ได้มีเยอะ มีข้างในประมาณ 3 ร้าน บวกกับไม่ประชาสัมพันธ์เลย ซึ่งไม่เป็นไร เราประชาสัมพันธ์เองก็ได้ แต่ก็ยังมีคนสับสนระหว่างสวนหลวงสแควร์กับสวนหลวง ร.9 เราอยู่ปีกว่า จะเจอลูกค้าถามบ่อยว่าร้านเปิดนานหรือยัง โครงการเปิดเมื่อไหร่ เพราะดูเงียบมาก มืดมาก เราทำหนังสือขอลดค่าเช่าตลอด ค่าเช่าระดับนี้ คนเดิน 10-20 คน จะไปทำโปรฯ ได้ยังไง” นิธิกล่าว

 

 

“ชัชพร อมรไตรภพ” เจ้าของร้านอาหารซึ่งยังเปิดขายอยู่ เล่าว่า ทำร้านอาหารมาเกือบ 1 ปี ตอนมายังไม่มีการก่อสร้างถนน เขาเปิดเผยข้อมูลไม่หมด เช่น เมื่อทำถนนก็บอกว่าจะทำถนน 3 เดือน ก็เกิน 3 เดือน ก่อนจะมาเปิดร้าน เขาไม่เคยพูดเลยว่าจะทำถนนซึ่งเป็นปัจจัยที่คนจะต้องเดินทางมา พอเริ่มจะเปิดร้าน เขาถึงแจ้งทางจดหมายว่าจะทำถนน 

 

 

“ถ้าคุณบอกเราก่อน เราอาจจะชะลอ เพราะจะรอจนกว่าถนนเสร็จ แต่ปรากฏว่า เราทำมาครึ่งตัวแล้ว ก็ต้องก้าวเดินต่อไป 


เขาบอกว่าจะมีลูกค้า 100-500 ก็ไม่มี บอกว่าจะทำอีเวนท์ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ตอนนี้ทำจดหมายขอระงับจ่ายค่า “อุดหนุนการศึกษา” ก็คือเงินเซ้งซึ่งจ่ายไปบางส่วนแล้ว เพราะพี่ผ่อนเซ้ง (60 งวด งวดละ 43,500 บาท รวม 2,601,000 บาท) แต่เขาก็ไม่อนุมัติขอระงับจ่าย พี่บอกถ้าทำถนนเสร็จยอดขายดีแล้วเราก็จ่ายเหมือนเดิม เขาบอกทำอะไรไม่ได้ยกเว้นตกลงที่ศาล เราถามว่าไม่ขึ้นศาลได้ไหม การขึ้นศาลเหมือนเราทำผิดร้ายแรงทำไมต้องขึ้นศาล 

 

เขาบอกว่าไม่ได้ เพราะถ้าอนุมัติมีขั้นตอนหลายขั้นตอน ถ้าถึงศาลเขาตัดสินใจได้เลย พี่ว่าเขาอาจจะโยนตัวเลขให้เลยหรือเปล่า ตอนนี้ยังไม่ถูกฟ้อง แต่ยื่นโนติสแล้ว เขาจะเอาเรื่องไม่จ่ายเงินอุดหนุนการศึกษา พี่ทำหนังสือแล้วเขาไม่ยอม เราทำธุรกิจแล้วต้องเอาเงินมาอุดอยู่ตลอดเวลา เราก็ไม่ไหว 

 

เราจ่ายค่าเช่าค่าไฟตามปกติ พี่ถามว่าถ้าคืนตึก เขาบอกจะฟ้องอยู่อย่างนี้เหมือนเดิม พี่ว่าก็ไม่แฟร์เนอะ ถ้าเราจะคืนตึก ตอนเช่าทำสัญญา 10 ปี แต่ผ่อนเงินอุดหนุน 5 ปี ตอนนี้จ่ายไปบางส่วน ถ้าโครงการอยู่ในสภาพนี้ ไม่ดีขึ้นเราก็อยากคืน เพราะไม่เห็นอนาคต” ชัชพรกล่าว และบอกว่า สิ่งที่ควรจะเป็นคือ ต้องทำการตลาดให้ร้านค้าอยู่ได้ ถ้าคนน้อย ก็ควรมีมาตรการช่วยเหลือผู้เช่า

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง สร้างเมืองใหม่ ‘8 หมื่นล้าน’ โรดแมป ‘จุฬาฯ’ ธุรกิจเพื่อการศึกษา 

                          
                          ‘ทวงหนี้ 4.0’ จุฬาฯ แจงหลังผู้ค้าโวยผิดหวังลงทุนเช่าที่สวนหลวงสแควร์

EXPLORE :
EMBED CODE :

MORE FROM THAILAND

'กำลังใจ' หรือ 'ภัยความมั่นคง' 
'กำลังใจ' หรือ 'ภัยความมั่นคง' 
ทิศทางการเมือง: 'วัฒนา เมืองสุข' แถลงข่าวปมโดนหมายเรียก 2 คดี ด้านนายกรัฐมนตรี…
'ประธานกสม.' โต้ 'กรธ.' ยันคัดสรรกรรมการตามหลักการปารีส
'ประธานกสม.' โต้ 'กรธ.' ยันคัดสรรกรรมการตามหลักการปารีส
ประธาน กสม.ยอมรับมติ สนช.เซ็ตซีโร่เตรียมจ่อถกกรรมการสิทธิ เสนอความเห็นแย้งหรือไม่…
ไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น-กทม.มีฝน80%
ไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น-กทม.มีฝน80%
ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ -กทม.มีฝนฟ้าคะนอง…
ตรรกะและจินตนาการ ทฤษฎีเกษตร 'จอน นอน ไร่' 
ตรรกะและจินตนาการ ทฤษฎีเกษตร 'จอน นอน ไร่' 
ร่วมค้นหาคำตอบ กับ เสกสรรค์ อุ่นจิตติ อดีตผู้คร่ำหวอดในแวดวงโฆษณา ที่กล้าหันหลังให้วงการ…
นปช.ร้อง ป.ป.ช.รื้อคดีสลายการชุมนุมปี 53
นปช.ร้อง ป.ป.ช.รื้อคดีสลายการชุมนุมปี 53
แกนนำ นปช.ยื่น ป.ป.ช. ขอให้พิจารณาคดีสลายชุมนุมเสื้อแดงปี 2553 อีกครั้ง หาก ไม่ทบทวน…
จัด ตร.2,500 นาย รปภ.วันตัดสินจำนำข้าว
จัด ตร.2,500 นาย รปภ.วันตัดสินจำนำข้าว
รองผบช.น.บอกวันแถลงปิดคดีจำนำข้าว 25 สค.นี้ ใช้กำลังตำรวจประมาณ 17 กองร้อย หรือ…
ผู้เลี้ยงหมูยื่นหนังสือนายกฯ ค้านนำเข้าหมูสหรัฐฯ 
ผู้เลี้ยงหมูยื่นหนังสือนายกฯ ค้านนำเข้าหมูสหรัฐฯ 
นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ พร้อมตัวแทนผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศยื่นหนังสือต่อนายกฯ…
ขนส่งมวลชนคือสวัสดิการ
ขนส่งมวลชนคือสวัสดิการ
เมืองจะโตหรือจะตาย ขึ้นอยู่กับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพราะมันเกี่ยวพันกับชีวิตผู้คนและชีวิตของเมือง…

VARIETY PROGRAMMES

JOURNAL JOURNEY

video
ONE DAY TRIP เกาะ Enoshima เมืองวันหยุดของหนุ่มสาวโตเกียว: FULL EP
ONE DAY TRIP จากโตเกียว สู่ เกาะ Enoshima ใน 1วัน ครบทั้งวิวและอาหารการกิน ชมความสวยงามของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ 90 สายพันธุ์ รวม 20,000 ตัว อิ่มอร่อยที่ร้านโคยะ กับเมนู “มาคะไนด้ง” เมนูปลาชื่อดังเดิน รวมทั้ง ชม ช๊อป ชิม ตลอด 2 ข้างทางบนเกาะ พบกันได้ใน JOURNAL JOURNEY
TOP
NOW :