NEWS

อภิสิทธิ์ ไขรหัสโค่นผู้นำประชานิยม แต่นักวิชาการชื่อดังชี้ต้องไม่ใช่วิธีที่ทำอยู่

by กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี 26 กันยายน 2560 เวลา 15:01 น.

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทบทวนประสบการณ์จากเมืองไทยให้บทเรียนไปถึงสหรัฐฯ ชี้ผู้นำอย่างทรัมป์-ทักษิณมีทุกที่ ยอมรับวิธีการรับมือที่ผ่านมาไม่ได้ผลรวมไปถึงการรัฐประหาร ชี้สิ่งที่ต้องทำคือเข้าให้ถึงประชาชนและตอบโจทย์พวกเขา ขณะที่ “ดันแคน แมคคาร์โก” นักวิชาการอังกฤษชี้ การเข้าถึงประชาชนต้องไม่ใช่วิธีการปฏิเสธทุกอย่างอย่างที่ทำกันอยู่

Harvard Law School ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และศูนย์จอร์จ เจสติกเลอร์ เซ็นเตอร์ (Stigler Center) ได้จัดเวทีเสวนาเรื่องปัญหาการรับมือกับผู้นำแนวประชานิยมที่สหรัฐเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาโดยตั้งประเด็นการดูดซับบทเรียนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกับการเมืองที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรอยู่ในอำนาจเพื่อดูหนทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในที่อื่นๆเช่นในสหรัฐฯที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ถูกมองว่าเป็นประชานิยมและถูกต่อต้านมากขึ้นทุกขณะ ในเวทีนี้มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายดันแคน แมคคาร์โก นักวิชาการที่เขียนหนังสือเรื่องการเมืองไทยจากมหาวิทยาลัยลีดส์เป็นผู้ร่วมเสวนา

นายอภิสิทธิ์ได้เล่าถึงการขึ้นสู่อำนาจของอดีตนายกรัฐมตรีทักษิณ ชินวัตรว่ามีปัจจัยสามประการกล่าวคือเงื่อนไขสภาพสังคมที่ไทยกำลังผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจที่ต้องรัดเข็มขัดภายใต้การกำกับของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ความเบื่อหน่ายของประชาชนทำให้รู้สึกติดลบกับนักการเมืองรวมทั้งผู้บริหารประเทศที่เห็นว่าช่วยพวกเขาไม่ได้ แม้ว่ารัฐบาลจะทำในสิ่งที่ถูกแต่สวนทางความรู้สึกคน บรรยากาศเช่นนั้นเปิดให้ทักษิณที่กำลังก้าวเข้ามาและแสดงตัวว่าเป็นพลังใหม่ มีวิธีการนำเสนอหาเสียงแบบใหม่ ขณะที่มีกฎหมายใหม่ที่เอื้อต่อพรรคการเมือง ขณะที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่สนใจรายละเอียดของนโยบายและแม้จะมีไม่กี่อย่างที่ได้ผลแต่ในสายตาคนทั่วไปมันตอบโจทย์พวกเขาได้มากกว่าพรรคการเมืองที่ผ่านมา

แต่แมคคาร์โกจากมหาวิทยาลัยลีดส์มองว่า สิ่งที่ส่งให้ทักษิณขึ้นสู่อำนาจไม่ได้มีแค่ตัวทักษิณเท่านั้น เขาชนะเลือกตั้งทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยเองและพรรคที่ตั้งใหม่แต่ละครั้งที่ถูกยุบ รวมถึงภายใต้การนำของบุคคลอื่นที่พรรคส่งลงเลือกตั้ง ตัวทักษิณเองก็ไม่ได้กลับประเทศหลายปีแล้ว แต่ถ้ามีเลือกตั้งอีกก็ยังมีโอกาสอีกมากในอันที่จะชนะเลือกตั้ง

ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ได้ผู้นำอย่างทักษิณจึงน่าจะเป็นสภาพสังคมและการเมือง เขาบอกว่าบริบทการเมืองของไทยที่การเมืองผันผวนตลอดเวลานับแต่มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองปี 2475 ที่เป็นการต่อสู้ของระบบเก่าและประชาธิปไตยตลอดเวลาทำให้ไทยมีรัฐประหารมากกว่าใครในโลกในรอบร้อยปีนี้ มีรัฐธรรมนูญมากกว่าประเทศใดๆ มีการประท้วงในเมืองหลวงที่ทำให้เมืองเป็นอัมพาตมากกว่าใคร เห็นได้ชัดว่า ไทยต้องการทางออกจากระบบการเมืองที่ระหกระเหินมานานก่อนยุคทักษิณกล่าวคือย้อนหลังกลับไปร่วมแปดสิบปี

ผลอันหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความพยายามจัดการกับปัญหาความผกผันทางการเมืองก็คือการปะทะกันของสองพลังในช่วงพฤษภา 2535 ไทยได้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ถือว่าก้าวหน้ามากที่สุดเพราะหยิบยืมหลายอย่างมาจากหลายประเทศ เป็นกฎหมายที่จะวางพื้นฐานให้กับระบบการเมืองที่พรรคการเมืองเข้มแข็งและรัฐบาลที่โค่นล้มยาก เป็นการหาทางออกด้วยการพยายามสร้างเสถียรภาพให้กับกระบวนได้มาซึ่งระบบตัวแทน ทักษิณก้าวเข้ามาในจังหวะนี้และมีเงื่อนไขหลายอย่างที่สอดรับกับเงื่อนไขที่ รัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นวางฐานไว้ให้ 

ส่วนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงสิ่งที่ทักษิณทำหลายเรื่องที่เขาเห็นว่าเป็นการสร้างปัญหาเช่นการก้าวก่ายองค์กรอิสระทำให้ระบบตรวจสอบไม่เป็นผล เสรีภาพในการแสดงออกถูกริดรอน มีการดำเนินงานที่ทำให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและภายใต้รัฐบาลของเขามีการทุจริต แต่ผู้สนับสนุนของทักษิณไม่ใส่ใจในเรื่องวิธีการ โดยเห็นว่านักการเมืองล้วนทุจริตทั้งสิ้น หากมีนักการเมืองที่ทุจริตแต่มีสิ่งที่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ก็น่าพอใจแล้ว 

ขณะที่อภิสิทธิ์อภิปรายเรื่องตัวบุคคล แมคคาร์โกกลับชี้ว่า สิ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องระบบที่ออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ตอบโจทย์ เห็นได้ชัดจากการฟ้องร้องทักษิณในเรื่องการไม่แจ้งรายได้ตามจริงซึ่งในที่สุดไม่ได้ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีหลุดจากอำนาจเนื่องจากบรรดานักกฎหมายและผู้มีส่วนร่วมในการยกร่างกฎหมายในเวลานั้นต่างตระหนักว่า การทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ยิ่งกว่าแก้ปัญหาเดิม เท่ากับว่าระบบที่วางไว้เข้มงวดเกินจะทำได้ และการหาทางออกต่อปัญหาการเมืองด้วยการวางกฎเกณฑ์ไว้แน่นไม่ใช่วิธีการที่จะใช้ได้ ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเรื่องของทักษิณเท่านั้น

เมื่ออภิสิทธิ์กล่าวถึงหนทางในการจัดการกับนักการเมืองที่ถือเป็นผู้นำแบบประชานิยมหรือ populist เขายอมรับว่าได้มีความพยายามหลายวิธีในอันที่จะจัดการกับทักษิณ  แต่ผลที่สุดไม่มีอะไรที่ได้ผลแม้แต่วิธีรัฐประหาร เขาชี้ว่าวิธีการของอดีตนายกรัฐมนตรีคือสร้างวาทกรรมว่ามีคนที่อยู่เหนือกว่าพยายามจะทำลายเขา ซึ่งผู้สนับสนุนเชื่อเช่นนั้นด้วย ความพยายามในอันที่จะจัดการกับทักษิณหรือรัฐบาลที่เป็นตัวแทนยิ่งทำให้พวกเขาได้คะแนนสงสารมากยิ่งขึ้น และอภิสิทธิ์ระบุว่าในที่สุดเขายอมรับว่า หนทางที่จะจัดการกับนักการเมืองในระบบนี้คือการเชื่อมโยงกับประชาชนให้ได้ และแสดงให้เห็นว่านักการเมืองอื่นสนใจปัญหาประชาชนด้วย

“แต่พรรคเดโมแครตทั่วโลกไม่สามารถเชื่อมโยงกับประชาชนได้ง่ายๆ แม้เราจะพูดในสิ่งที่ถูกต้องแต่ไม่สามารถเข้าถึงจิตใจประชาชน พวกเขารู้สึกว่าเราเข้าไม่ถึงเขา พวกเขารู้สึกเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขา” 

อีกด้านแมคคารโก้ชี้ว่า วิธีการของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น การปฏิเสธไม่ยอมเข้าร่วมการเลือกตั้งที่รู้ว่าตัวเองจะไม่ชนะ หรือสนับสนุนให้ศาลประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ฯลฯ รวมทั้งปฏิเสธตลอดเวลาว่าสิ่งที่ประชาชนเห็นว่าได้ประโยชน์นั้นไม่ถูกต้อง สวนทางกับความคิดเห็นของประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้พรรคเชื่อมโยงกับประชาชนได้ดีขึ้นดังที่ต้องการ และแม้ว่าจะมองว่าสิ่งที่ทักษิณและกลุ่มผู้สนับสนุนนำเสนอเป็นเพียงวาทกรรมที่สร้างขึ้น แต่สำหรับประชาชนที่สนับสนุนทักษิณ พวกเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่ากับทักษิณและพรรคการเมืองของเขาจนมองว่านั่นคือหลักฐานที่ชัดเจน การเปลี่ยนความรู้สึกของประชาชนจึงเป็นเรื่องยาก สิ่งที่คนในเมืองพูดก็ไม่สัมพันธ์กับสิ่งที่คนในชนบทคิด จึงกลายเป็นช่องว่างที่ใหญ่มาก

อภิสิทธิ์กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของพรรคการเมืองอย่างประชาธิปัตย์ก็คือผู้คนไม่สนใจพรรคการเมืองที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือกระบวนการและวิธีการที่จะให้ได้มาซึ่งสิ่งต่างๆ ขอเพียงพรรคการเมืองมอบสิ่งที่สัญญาไว้ได้ แม้วิธีการผิดพลาดพวกเขาก็ยอมรับ  ส่วนแมคคาร์โกมองว่าการต่อสู้กับประชานิยมต้องทำด้วยการนำเสนออะไรที่ก้าวหน้ากว่า แต่นักการเมืองต้องเข้าถึงผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งให้ได้  

อภิสิทธิ์ยืนยันว่า แม้รัฐประหารไม่อาจแก้ปัญหาการได้มาซึ่งผู้นำทางการเมืองในระบบประชานิยมได้ แต่ก็หยุดยั้งทำให้ไทยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทักษิณที่จะสร้างความเสียหายต่อประชาธิปไตยอย่างมาก แต่ในช่วงหนึ่งของการตอบคำถาม เมื่อมีผู้ถามว่าในเมืองไทยสถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ไหมหากไม่มีรัฐประหาร แมคคาร์โกตอบว่า เขามองไม่ออกว่าสถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่เวลานี้ได้อย่างไร
 

MORE FROM THAILAND

กสทช. สั่งด่วนงดทีวี 'ถ่ายทอดสด-เฟซบุ๊กไลฟ์' ซ้อมใหญ่พระราชพิธี
กสทช. สั่งด่วนงดทีวี 'ถ่ายทอดสด-เฟซบุ๊กไลฟ์' ซ้อมใหญ่พระราชพิธี
กสทช. ขอความร่วมมือทีวีงด 'ถ่ายทอดสด-เฟซบุ๊กไลฟ์' ซ้อมใหญ่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ…
'ซุ้มดอกไม้เพื่อพ่อ' จากเทือกเขาสู่เจ้าพระยา
'ซุ้มดอกไม้เพื่อพ่อ' จากเทือกเขาสู่เจ้าพระยา
ผู้ค้าปากคลองตลาด สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช…
ชมความงดงาม 'ซุ้มดอกไม้เพื่อพ่อ' ย่านปากคลองตลาด
ชมความงดงาม 'ซุ้มดอกไม้เพื่อพ่อ' ย่านปากคลองตลาด
ชมความสวยงามของซุ้มดอกไม้เพื่อพ่อ บนถนนจักรเพชร ย่านปากคลองตลาด พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมอย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่…
'ประยุทธ์' สั่งทุกหน่วยงานเตรียมงานพระราชพิธีฯ ควบคู่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
'ประยุทธ์' สั่งทุกหน่วยงานเตรียมงานพระราชพิธีฯ ควบคู่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
นายกฯ สั่งการหน่วยงานในพื้นที่แบ่งมอบภารกิจเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ…
ก่อสร้างพระจิตกาธาน คืบหน้า 70 %
ก่อสร้างพระจิตกาธาน คืบหน้า 70 %
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างพระจิตกาธาน…
ความวิจิตร 'พระเมรุมาศ ร.9' หลังดวงตะวันลับฟ้า
ความวิจิตร 'พระเมรุมาศ ร.9' หลังดวงตะวันลับฟ้า
หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 กรมศิลปากร…
ดิ้นอีกเฮือก 'สมชัย'ชี้กรรมการสรรหากกต.ชุดใหม่บางคนอาจขาดคุณสมบัติ
ดิ้นอีกเฮือก 'สมชัย'ชี้กรรมการสรรหากกต.ชุดใหม่บางคนอาจขาดคุณสมบัติ
ยังมีความหวัง สมชัย ศรีสุทธิยากร ชี้การสรรหากรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่อาจมีปัญหาเพราะคณะกรรมการสรรหาบางคนขาดคุณสมบัติ…
คนไทยในวอชิงตันร่วมน้อมรำลึกในหลวง ร.9 
คนไทยในวอชิงตันร่วมน้อมรำลึกในหลวง ร.9 
วัดไทยอย่างน้อย 2 แห่งในแถบกรุงวอชิงตัน ร่วมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลในโอกาสครบ…
TOP
NOW :