ไม่พบผลการค้นหา
ได้ฟังคำถามนายกฯ ประยุทธ์ แล้วนึกถึงอดีตครั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตั้งพรรคเสรีมนังคศิลา และชนะเลือกตั้งครั้งสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

 

2. การที่คสช. จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดก็เป็นสิทธิของคสช.ใช่หรือไม่  เพราะนายกฯ ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยอยู่แล้ว

คำถามข้อ 2 ของท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ที่ถามประชาชนไทยทั้งประเทศ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2560  ทำให้ผมนึกถึงช่างภาพหนังสือพิมพ์รายวันกระดาษ “ไทรายวัน” คุณพี่  “สมนึก วงศ์กระจ่าง”

พี่สมนึก ทำหน้าที่เป็นช่างภาพของ ไทรายวัน  แต่ตัวผมถือว่า ช่างภาพก็คือนักข่าว จึงขอเรียกว่าเป็นนักข่าวเช่นกัน  เพราะช่างภาพก็ทำหน้าที่นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  รายงานเป็นข่าวออกไปให้ประชาชนรับรู้ด้วยรูปที่ถ่ายจากกล้อง  และจริงๆแล้วในความยิ่งใหญ่ของการทำหน้าที่สื่อข่าวบางครั้งรูปก็ให้ความกระจ่างได้ดีกว่าข่าวที่เป็นตัวอักษร  ดังมีคำกล่าวไว้เป็นอมตะว่า  “หนึ่งรูปมีค่ากว่าหมื่นคำ”  คือ  บางเรื่องราวข่าวเป็นตัวอักษร  เขียนหมื่นถ้อยคำ  แต่ก็ไม่อาจจะทำให้คนอ่านนั้นเห็นพจน์ได้กระจ่าง  ผิดกับรูป  บางรูปของช่างภาพ  ดูปุ๊บเข้าใจเลย  

คำถาม 6 ข้อล่าสุดที่พลเอกประยุทธ์มอบให้ประชาชนตอบ เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับในทางการเมือง บรรดานักข่าวตื่นเต้นกัน  ทุกสำนักเสนอข่าวอย่างละเอียดยิบ เกิดการกระเพื่อมรุนแรง   มีบรรดานักการเมือง  นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ขยับตอบคำถามกันอย่างคึกคัก  ตอบไปในทางเดียวกันทั้ง 6 คำถาม

ตัวผมแม้ไม่ได้สัมผัสผู้คนระดับชาวบ้านมากมายอะไรในแต่ละวัน ก็ได้แต่สังเกตปฏิกิริยาของคนรอบข้างใกล้ชิด  ปรากฏว่า “ไม่เก็ต” หรือ ไม่เข้าใจ ถามอะไร  ถามทำไม เพราะ 6 ข้อป็นคำถามที่ยาวเกินไป  ยากแก่การเข้าใจ  

คำถามข้อ 2 ทำไมผมจึงนึกถึงช่างภาพหนังสือพิมพ์รายวันที่ชื่อ  นายสมนึก วงศ์กระจ่าง ก็เพราะว่าหลังคำถามปรากฏในสื่อแล้วมีนักการเมืองหลายคน ตอบทันทีว่า  การที่สมาชิก คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดก็ได้เป็นสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่  แต่ต้องเป็นการสนับสนุนในฐานะที่เป็นประชาชนธรรมดา

ด้วยเกรงว่า  ถ้าสนับสนุนในนาม คสช.แล้วจะสูญเสียความเป็นกลาง เพราะ คสช.คือผู้ทำรัฐประหาร  ใช้อำนาจที่ได้จากการรัฐประหารเข้ามาทำให้ชาติบ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย  และก็เรียบร้อยแล้ว  ด้วยการกำราบ  ก็ห่วงว่าถ้า คสช.หนุนพรรคการเมืองใดแล้วจะเกิดการได้เปรียบหรือไม่ เพราะ คสช.มีอำนาจมาก   
ก็เป็นความห่วงใยที่ดี

ตัวผมกลับไม่ห่วงประเด็นนี้  เพราะมั่นใจว่า  นายทหารใหญ่ในคสช.คณะปัจจุบันโดยเฉพาะที่ยังอยู่ในราชการ  ล้วนเป็นคนดี  มีความเที่ยงธรรม และจิตใจเป็นกลางในทางการเมือง  รู้ประวัติศาสตร์  คงไม่ใช้อำนาจหน้าที่ให้การช่วยเหลือแก่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค  และผมมั่นใจว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพในขณะนี้จะไม่ใช้กำลังพลของกองทัพ  หรือ ใช้ทหารของกองทัพ  ลูกน้องของตัวเอง  ไปเอื้อให้กับผู้สมัครส.ส.

ผมมั่นใจว่า นายทหารใหญ่ในคสช.ขณะนี้ทุกท่านก็อ่านประวัติศาสตร์การเมืองเช่นคนไทยทั่วไป  ก็รู้เต็มอก  จอมพล ป พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี  ที่เป็น หัวหน้าพรรคเสรีมนังคศิลา ด้วยตัวเอง ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2500   มันเป็นการเลือกตั้งสกปรกที่สุดของประเทศไทย  ได้ทำอะไรไว้บ้าง
 
ยุคนั้น นายทหารใหญ่เป็นแมน นะครับ  เป็นผู้ชาย ไม่ทำตัวเป็นอีแอบ  เมื่อ จอมพล ป.ท่านไปท่องยุโรปมาก็เกิดความคิด  อยากให้ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบรัฐสภา  จึงตรา พ.ร.บ.พรรคการเมือง เป็นครั้งแรกเมื่อ 28 ก.ย.2498  ให้ตั้งพรรคการเมืองได้  ตัวท่านจะต่อท่ออำนาจในระบอบการปกครองประชาธิปไตยก็ต้องพรรคการเมืองขึ้นมา  เป็นหัวหน้าพรรคเอง  มี พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นรองหัวหน้าพรรค พล.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผบ.ทบ.เป็นเลขาธิการพรรค

คู่แข่งสำคัญของพรรคเสรีมนังคศิลา ในการเลือกตั้งส.ส.เมื่อ 26 ก.พ.2500 คือ พรรคประชาธิปัตย์ ของ พันตรีควง อภัยวงศ์  ก็สู้กันหนัก  วิชามารครบ  ถึงขนาดใช้เครื่องบินขึ้นบินโปรยใบปลิวโจมตีพรรคประชาธิปัตย์กันเลย  ในขณะที่ จอมพลเผ่าท่านเป็นผบ.ตร. เลี้ยงอันธพาลไว้เยอะ ยุคนั้นเรียก “ผู้กว้างขวาง”  ก็เอามาใช้ทางการเมืองกันอย่างไม่เหมียน   ให้ใส่เสื้อเชิ้กสีน้ำตาล เหมือนหน่วย SS ของ ฮิตเลอร์  ทำหน้าที่ไล่ตีหัวคะแนนของพรรคคู่แข่ง ล้มป้าย ฉีกป้าย  สารพัดเท่าที่คิดได้

วันลงคะแนนเลือกตั้ง26 ก.พ.2500  ก็ให้เหล่าผู้กว้างขวาง ใส่เชิ้ตน้ำตาล มี แหนบตราไก่  สัญลักษณ์ของจอมพลป เสียบไว้ที่กระเป๋าเสื้อ  ไปยืนกอดอก  หน้าถมึงทึง  อยู่หน้าหน่วยเลือกตั้ง  ทำให้ชาวบ้านที่กลัวก็หนีกลับบ้านไม่หย่อนบัตร

เป็นการเลือกตั้งที่น่าทึ่ง เพราะท่านคิดวิธีโกงได้สารพัดจริงๆ  มีบัตรเลือกตั้งเป็นปึกๆไปวางไว้ที่หน้าหีบคะแนนตั้
แต่ก่อนถึงเวลา ให้คนของตัวเองวนลงคะแนนคนละหลายครั้ง เรียก “พลร่ม”  ปิดหีบแล้วก็เอาบัตรที่กาคะแนนเบอร์ผู้สมัครเสรีมนังคศิลายัดลงหีบเรียก “ไพ่ไฟ”  บางหน่วยเปลี่ยนหีบคะแนนเลยก็มี  บางหน่วยก็ปิดไฟตอนนับคะแนน โดยในกรุงเทพฯนับคะแนน 41 ชั่วโมงจึงเสร็จ

“นายชะลอ  วนภูติ”  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร ในขณะนั้น  ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตตุกติกที่หน่วยเขตดุสิต ก็ไปดู  เจอบัตรคะแนนเป็นปึกๆจริงๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  ต้องกลับไป และบอกนักข่าวว่า ช่วยถ่ายรูปเก็บไว้ให้เป็นหลักฐานหน่อยก็แล้วกัน  แล้วนายชะลอก็ลาออกจากผู้ว่าฯ หนีไปต่างประเทศ

ยุคนั้นสื่อมวลชนที่ทรงพลังที่สุดคือ สถานีวิทยุ ทำหน้าที่ได้ดีมาก รองลงมาก็หนังสือพิมพ์รายวันกระดาษ  ทุกสำนักก็ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน  คุณพี่ “สมนึก วงศ์กระจ่าง” ช่างภาพของไทรายวัน ได้ตระเวนถ่ายรูปไปทุกสถานที่ที่ประชาชนมาบอกว่ามีการตุกติก ยุคนั้นยังใช้กล้องฟิล์มอยู่  หลายๆรูปอยู่ในฟิล์ม  รอส่งโรงพิมพ์ในตอนเย็น  ก็เจอของแข็งซะก่อน

มีผู้ชายคนหนึ่ง  เป็นผู้กว้างขวางประจำสถานีรถไฟหัวลำโพง  เป็นลูกร้องจอมพลเผ่า  ชื่อ “นายปรีชา......” เป็นดาราหนังรูปหล่อมาก เดินเข้ามาขวางหน้าพี่สมนึก  สั่งให้ถอดฟิล์มถ่ายรูปจากล้องส่งให้  ได้ฟิล์มแล้วก็เดินจากไป  พี่สมนึกแจ้งความตำรวจ  ไปเอาตัวนายปรีชามาสอบสวน  ให้การว่าไม่ได้ปล้นฟิล์มถ่ายรูป  แค่เอ่ยปากขอดีๆ เมื่อถอดฟิล์มให้แล้วได้หอมแก้มช่างภาพสมนึก 1 ทีเป็นการขอบคุณด้วย  ตำรวจก็เลยปล่อยตัวไปไม่ดำเนินคดีปล้น

แต่นายปรีชาก็ไม่รอดนะครับ  วันที่ 16 ก.ย.2500 พลเอกสฤษดิ์  ทำรัฐประหาร โค่นเจ้านายตัวเอง จอมพลป. หนีไปต่างประเทศ   เผ่าก็หนีออกนอกประเทศ   สฤษดิ์กวาดล้างผู้กว้างขวาง จับปรีชาไปขังไว้ในเรือนจำลาดยาวนานหลายปี  กระทั่งสฤษดิ์ตายจึงได้ออก  

อ่านเรื่องราวของพี่สมนึกแล้ว  ตัวผมในฐานะนักข่าวผู้เคยใช้กล้องฟิล์ม มีความใจชื้นอยู่นิดนึง  เพราะยุคนี้ช่างภาพสื่อมวลชนทุกประเภทไม่ใช้กล้องฟิล์มแล้วครับ  ใช้กล้องดิจิทัล   และของบางคนเป็นกล้องที่ใส่ซิมอินเตอร์เน็ต 3G บางคนก็ 4G เอาไว้   ถ่ายรูปปุ๊บส่งรูปเข้าโรงพิมพ์ได้เลย  หรือจะส่งเป็นไฟล์คลิปวิดีโอเลยก็ได้

หมดโอกาสที่ผู้กว้างขวางจะปล้นฟิล์มจากกล่อง แล้วจุมพิตที่แก้ม

นอกจากนี้แล้วยุคนี้เป็นยุค  โซเชียลอหังการ์  ประชาชนจะทำหน้าที่เป็นนักข่าว  ไล่ล่า  จับผิดทุจริตเลือกตั้งกันอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ขณะนี้เป็นยุดที่  live streaming หรือ  การไลฟ์สด  เฟื่องฟูที่สุด  คนชนบทชาวไร่ชาวนา ออกไปทำนาจับเขียดตัวน้อยได้  เอามาปิ้ง พร้อมตำตะมะละกอกลางทุ่ง ก็ไลฟ์สดอวดเพื่อนพ้องกันแล้วนะครับ  ผมจึงมโนแจ่มเลย  ถ้ามีการเลือกตั้งใน พ.ย.2561  ตามที่ท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศเป็นสัญญากับคนไทยเอาไว้จริง  ผมก็มีความสุขมาก เพราะพวกที่เตรียมการไว้  จะใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบพรรคการเมืองคู่แข่ง หรือ   โกงเลือกตั้ง จะโดนชาวบ้านไทยๆไลฟ์สดแฉ   

อย่าใช้อำนาจรัฐ  
อย่าโกงเลือกตั้ง
อย่าลืมว่าคนไทยมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในมือเกือบทุกคน

ตุกติกเลือกตั้งนิดเดียว  ผมรับรองเลย ... ไม่มีแผ่นดินอยู่

ฉลามเขียว
9 พฤศจิกายน 2560


 

Voice TV
กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี
0Article
0Video
0Blog