ไม่พบผลการค้นหา
กระทรวงการต่างประเทศ ปัดฝืนคำสั่งนายกฯ นำคนไทยจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าประเทศ แจงกลุ่มที่เดินทางเป็นกลุ่มรอยต่อระหว่างประกาศ ย้ำชี้แจงชัดเจนกลับถึงไทยทุกคนต้องกักตัว 14 วัน

นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยออกเอกสารให้คนเดินทางเข้าประเทศ หลังจากที่มีการประกาศการชะลอการเลื่อนการเข้าไทยไปถึง 15​ เม.ย. 2563​ ว่า เมื่อมีประกาศให้ชะลอการเดินทางเข้าประเทศของคนไทย เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2563 สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยได้หยุดรับลงทะเบียนออกหนังสือรับรองเพื่อเดินทางกลับทุกช่องทาง รวมทั้งปิดระบบลงทะเบียนออนไลน์ของกระทรวงการต่างประเทศ

นอกจากนี้ ได้ขอให้คนไทยเคร่งครัดในการหาใบรับรองแพทย์ fit to fly ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทางกลับ ตามข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ทั้งนี้กลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางกลับเข้ามาเมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย.2563 ตามรายงานข่าว​ คือกลุ่มในช่วงรอยต่อ​ ซึ่งยังเดินทางขึ้นเครื่องเข้ามาได้เพราะมีหนังสือรับรองและใบรับรองแพทย์ fit to fly อายุ 72 ชม. ที่ออกก่อนหน้าจะมีประกาศให้ชะลอการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องกักกันเฝ้าระวังโรค (quarantine) หลายสถานทูตได้ระบุในประกาศของสถานทูตด้วยแล้ว ว่าหากกลับมาในช่วงนี้ จะถูกกักกันตัวในทุกกรณี ในสถานที่ที่หน่วยงานของรัฐกำหนด 14 วัน นอกจากนี้ ในแบบฟอร์มออนไลน์ขอหนังสือรับรองจากสถานทูต ก็ได้ระบุเตือนเรื่องนี้ไว้ด้วยแล้ว

ดังนั้น รายงานข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรี จึงไม่เป็นความจริง

รองโฆษกพปชร.เตือนผู้กลับจากต่างประเทศไม่กักตัวมีโทษคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวบัญชีชื่อ 'อ้น-ทิพานัน ศิริชนะ Onn-Tipanan Sirichana' ระบุว่า ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วัน และ "ขอความร่วมมือครอบครัวและญาติมิตร รวมทั้งชุมชนเฝ้าติดตามบุคคลที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศให้เข้ากักตัวตามที่กำหนด" เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งใหญ่ ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ในเดือนเมษายนที่ถือเป็นช่วงโค้งอันตราย

ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

มาตรา 31 ระบุว่า กรณีที่มีโรคติดต่ออันตราย โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หรือ โรคระบาดเกิดขึ้น ให้บุคคลดังต่อไปนี้แจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ได้แก่ เจ้าบ้านหรือผู้ควบคุมดูแลบ้าน, แพทย์ผู้ทำการรักษาพยาบาล หรือผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล, ผู้ทำการชันสูตรหรือผู้รับผิดชอบในสถานที่ที่ได้มีการชันสูตร, เจ้าของหรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด, ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่อดังกล่าว หากฝ่าฝืนไม่แจ้ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

มาตรา 50 ระบุว่าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งตามมาตรา 31 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

มาตรา 51 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

มาตรา 52 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ส.ส.และอดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ พร้อมช่วยประสานงานหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศได้รับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง