ไม่พบผลการค้นหา
คลื่นใต้น้ำในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังคงก่อตัวต่อเนื่อง แม้ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเคยออกตัวทำหน้าที่ หย่าศึก ไปแล้ว โดยเรียก ‘อุตตม สาวนายน’ หัวหน้าพลังประชารัฐ และ ‘สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์’ เลขาธิการพรรค มาพูดคุยที่ ทำเนียบฯ ซึ่งเป็นไปตามคาดว่าเป็นเพียง ‘ศึกสงบชั่วคราว’ เท่านั้น เพราะเกมนี้ต้องพ่ายไปข้างหนึ่ง ช่วงเวลาที่สงบชั่วคราวนั้น เป็นการสุมกำลังของ ‘ก๊กป่ารอยต่อ-ก๊กสี่กุมาร’ โดยมี ก๊กสามมิตร ก๊กภาคเหนือ-ภาคกลาง เป็นตัวแปรสำคัญของศึกครั้งนี้

ล่าสุด `สมศักดิ์ เทพสุทิน’ แกนนำสามมิตร ออกมาตัดขาด ‘สมคิด’ ไม่ใช่ ‘สามมิตร’ แล้ว

ศึกรอบแรกจบลงด้วย 18 กรรมการบริการพรรคลาออก ซึ่งเกินครึ่งหนึ่งจาก 34 คน ทำให้ ‘อุตตม-สนธิรัตน์’ พ้นจากตำแหน่งมาเป็นรักษาการ และต้องทำการเลือก กก.บห.ชุดใหม่ ภายใน 45 วัน

ถึงขั้นทำให้ ‘สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’ หัวเรือก๊กสี่กุมาร ถึงกับตัดพ้อว่า ‘เบื่อ’ ออกมา 2 ครั้ง ทั้งในสภาและที่ทำเนียบฯ อีกทั้งซัดกลับเป็นครั้งที่ 2 ว่า “เป็นเรื่องน่าเสียดาย พรรคควรนำพลัง ทำเพื่อชาติบ้านเมือง” หลังเคยซัดก่อนหน้านี้ว่า “จะเอาอำนาจไปทำอะไร” มาแล้ว 

ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญ เพราะปกติแล้ว ‘สมคิด’ จะเป็นคนเงียบๆและสงวนท่าที อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวว่าก๊กสี่กุมารไปตั้งพรรคใหม่ ชื่อว่าพรรคสร้างไทย แต่ก็ได้รับคำตอบปฏิเสธทั้งหมดจากก๊กสี่กุมาร แต่กระนั้นในเวลานี้ก็มีการเริ่มมองหา รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ คนใหม่มาแล้ว โดยเฉพาะชื่อ อดีตบิ๊กแบงก์ชาติ ที่กำลังถูกจับตามอง

สมคิด ทำเนียบ สามมิตร 602_0010.jpg

ทว่า ‘สมคิด’ ก็เลี่ยงตอบเรื่องอนาคตทางการเมือง โดยเฉพาะการปรับ ครม. ที่จะต้องเกิดขึ้น โดยเฉพาะหาก ‘อุตตม’ ถูกเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ตนจะอยู่ร่วมกับรัฐบาลหรือไม่ ซึ่ง ‘สมคิด’ กล่าวเพียงว่า เป็นเหตุการณ์ข้างหน้า ยังมาไม่ถึง ส่วนท่าที พล.อ.ประวิตร ก็นิ่งเงียบเลี่ยงตอบคำถามเรื่องการขึ้นเป็น หน.พลังประชารัฐ โดยโยนให้เป็นเรื่องของพรรคพิจารณา โดยคำตอบที่ได้จาก พล.อ.ประวิตร ในระยะหลังจะเป็นคำว่า “ไม่รู้” เป็นหลัก เพราะหากพูดอะไรออกไป จะยิ่งถูกนำไปขยายความหรือเข้าทางใครก็เป็นได้

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในสภาวะลำบากใจไม่น้อย เพราะคู่ขัดแย่งที่เกิดขึ้น เป็นทั้งพี่และทั้งมิตร ระหว่าง พล.อ.ประวิตร-รองนายกฯสมคิด ทว่ากลับมีความชัดเจนว่างานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี พร้อมส่ง ‘สัญญาณไฟเขียว’ ออกมา ต่อปฏิบัติการยึดพรรคคืนของ พล.อ.ประวิตร โดย นายกฯ ระบุว่าเป็นเรื่องของพรรคและเป็นเรื่องธรรมดา

“ถือเป็นเรื่องธรรมดาของพรรคที่มีการปรับ กก.บห. ก็เรื่องของเขา พรรคพลังประชารัฐ ผมก็เห็นว่าหลายพรรคเขาก็ปรับตลอด แล้ว พปชร. ก็ตั้งมาก่อนเลือกตั้ง มานานพอสมควร เป็นเรื่องของเขาในการพิจารณา อย่าเอาเราไปเกี่ยวเลย และ เราไม่ใช่สมาชิก เรื่อง ครม. ยังไม่มีปรับ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ประยุทธ์ โควิด หน้ากาก 6000000.jpg

ด้วยบรรยากาศการประชุม ครม. นัดล่าสุดที่อึมครึม เพราะทุกก๊กทุกก๊วนในพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมพร้อมกัน ที่เปรียบ‘เล่นเกมซ่อนมีด’ ไว้ข้างหลัง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ อึดอัดใจไม่น้อยในการนำประชุม ครม. จนนำมาสู่การตัดพ้อผ่านช่วงแถลงข่าว หลังสื่อส่งคำถามเกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐเข้าไป พร้อมทั้งปฏิเสธตอบเรื่อง พล.อ.ประวิตร ที่จะขึ้นเป็น หน.พลังประชารัฐ ด้วย

“เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ก็ไปว่ากันมาแต่ก็ขอร้องว่าอย่าไปดราม่ากันเยอะแยะไปหมด เพราะมันทำให้สมองมันไม่ว่าง ส่วนเรื่องการปรับความเข้าใจกัน ผมคิดว่าไม่จำเป็นเพราะเป็นเรื่องภายในพรรค ก็ให้ภายในพรรคที่เขาจะคุยกันเอง ผมไม่จำเป็นต้องไปเรียกใครมาทั้งสิ้น”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามชื่อของ พล.อ.ประวิตร มีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งในตัวเอง โดยจุดอ่อน คือ ภาพพรรคพลังประชารัฐจะมีความเป็น ‘พรรคทหาร’ มากขึ้น อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร มีแผลทางการเมืองไม่น้อย โดยเฉพะเรื่องนาฬิกาหรูยืมเพื่อน ที่สะเทือนรัฐบาลยุค คสช. จนเกิดกระแสกดดัน พล.อ.ประวิตร ให้หลุด ครม. มาแล้ว

แต่ก็กลับมาตอกย้ำในช่วงนี้อีกครั้งหลัง ป.ป.ช. ตอบกลับ ‘เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ’อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ด้วยคำว่า “ยืมใช้คงรูป” และ “เป็นหนี้แต่ไม่ใช่หนี้สิน” ทำให้ พล.อ.ประวิตร ไม่ต้องชี้แจงทรัพย์สินส่วนนี้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีกทั้งการออกมาชี้โยงใยของ ป่ารอยต่อฯ คอนเนกชั่น ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่นับรวมเรื่องอื่นๆที่เกิดขึ้นสมัย พล.อ.ประวิตร เป็น รมว.กลาโหม 

ทว่า พล.อ.ประวิตร ถือเป็นจุดแข็งด้วยของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ด้วยคอนเนกชั่นที่ พล.อ.ประวิตร มีอยู่ ทั้งในวงการทหาร-ตร. รวมทั้งข้าราชการมหาดไทย เพราะ พล.อ.ประวิตรเป็น รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ที่ดูแลกระทรวงมหาดไทยกับ ‘บิ๊กป๊อก’พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่เป็นรัฐมนตรีมายานานกว่า 6 ปีแล้ว

รวมทั้งคอนเนกชั่นที่ พล.อ.ประวิตร มีอยู่ผ่านมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ที่สำคัญ พล.อ.ประวิตร สามารถเข้าถึงได้เกือบทุกพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย เป็นที่รู้กันคือ พล.อ.ประวิตร รู้จักมักคุ้นกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ยุคพรรคไทยรักไทย โดยมีตัวกลางเชื่อมสัมพันธ์ คือ ‘บิ๊กกี่’พล.อ.นพดล อินทปัญญา นั่นเอง

อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร ก็ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในยุค รบ.ทักษิณ จนเป็นที่มาเรื่องการ ‘เกาะโต๊ะ’ หลัง ‘ทักษิณ’ เคยออกมาแฉก่อนหน้านี้ โดยในขณะนั้น ‘ทักษิณ’ ได้โยก ‘บิ๊กตุ้ย’พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร จาก ผบ.ทบ. ไปเป็น ผบ.ทหารสูงสุด เพื่อเปิดทางให้ พล.อ.ประวิตร ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ก่อนเกษียณฯ 1 ปี

ประวิตร- อุตตม สนธิรัตน์ พลังประชารัฐ ประชุม พปชร.

อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร ก็สามารถเชื่อมต่อกับ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยได้ เพราะเคยร่วมรัฐบาลกันมาในยุค รบ.อภิสิทธิ์ ที่ พล.อ.ประวิตร เป็น รมว.กลาโหม ด้วย ผ่านการกรำศึกกับคนเสื้อแดงมาด้วยกัน จึงเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกันมานานทั้งนั้นระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นจุดแข็งของ พล.อ.ประวิตร ที่มาเบ่งบานบารมีในวงการการเมืองอย่างเต็มตัวแทน หลังกองทัพมีการปรับดุลอำนาจใหม่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดนี้เป็นภาพฉายทางการเมือง 1 ประเทศ ที่มี 2 ลุงระหว่าง ‘ลุงตู่-ลุงป้อม’ คอยกุมทิศทางอำนาจรัฐไว้ในมือเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงอย่าได้ประมาท ‘พลังมนุษย์ลุง’เหล่านี้

ทว่ามนุษย์ลุงก็ต้องระวัง ‘อิทธิฤทธิ์นักการเมือง’ ไว้ให้ดี เพราะไม่สามารถสั่งจัดแถวได้เหมือนกับกำลังพล และไม่ได้มีวลี ‘ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน’ เพราะในสนามการเมืองนั้น ‘ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูที่ถาวร’

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
101Article
0Video
30Blog