ไม่พบผลการค้นหา
จบมหากาพย์ ‘สภาล่ม’ พร้อมกับการล้มการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศ  คำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 หรือ กมธ.เช็คบิล คสช. ตามที่ฝ่ายค้านเสนอตั้ง ที่มีกระแสสะพัดว่า ‘บิ๊กรัฐบาล’ ไม่ต้องการให้ผ่านและมี ‘ใบสั่ง’ มาเลยว่าห้ามให้มีการตั้ง กมธ.ชุดนี้ได้

เมื่อได้โจทย์มาแบบนี้ฝ่ายรัฐบาลจึงต้องร่วมโหวต ‘ไม่เห็นด้วย’ หลังการจัดดินเนอร์ ‘ขนมจีบ-อาหารจีน’ ไร้ซดเกาเหลา ของ 18 พรรคร่วมรัฐบาล ที่ ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ แสดงความมั่นใจว่าสภาจะไม่ล่ม ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น

ทว่าสิ่งที่เป็นหนามยอกอกของฝ่ายรัฐบาลคือการ ‘โหวตสวน’ ของ 6 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นผู้เสนอและรับรองการอภิปรายญัตติการตั้ง กมธ.เช็คบิล คสช. แม้ทางพรรคประชาธิปัตย์ จะขอให้โหวต ‘งดออกเสียง’ แต่สุดท้ายแล้ว 4 ส.ส. ยังยืนกรานเห็นชอบ

ส่วนอีก 2 ส.ส. ได้งดออกเสียงไป ซึ่งการแหกมติวิปต้องดูต่อไปว่าจะมี ‘บทลงโทษ’ หรือไม่ ทั้งทำเป็นพิธีหรือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ?

แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เห็น ‘ความเป็นพรรคประชาธิปัตย์’ มากขึ้น แถมงานนี้ ‘มีงูเห่า’ จากฝ่ายค้านแผลงฤทธิ์ให้เห็นด้วย

ในมรสุมทางการเมืองเช่นนี้ หากถามถึงผู้อยู่เคียงข้าง ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม หนีไม่พ้น ‘3 ป.บูรพาพยัคฆ์’ เป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดคำว่า 3 ป. ด้วยตัวเอง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามปฏิเสธมาเสมอ เพราะไม่ต้องการให้ภาพของทหารแบ่งเป็นฝ่าย โดยก่อนหน้านี้จะแบ่งเป็นสายบูรพาพยัคฆ์และสายวงศ์เทวัญ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ มักจะโต้สื่อที่เขียนแบ่งสายขึ้นมา แต่ในความเป็นจริงแล้วชื่อหน่วยทหารหน่วยขึ้นตรง พล.ร.2 รอ. ก็มีการใช้คำว่า ‘บูรพาพยัคฆ์’ อยู่ด้วย

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปสายบูรพาพยัคฆ์และสายวงศ์เทวัญได้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวมากขึ้น เพราะผู้ที่จะขึ้นมาคุม ทบ. หรือคุมกำลังหลัก ทบ. ยุคนี้ ล้วนเป็น ‘ทหารคอแดง’ หรือนายทหารที่ผ่านการฝึก ‘หลักสูตรนายทหารรักษาพระองค์’ ที่ทำการฝึกโดยหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ด้วย

ประยุทธ์ ประวิตร สนธิรัตน์ พรรคร่วมรัฐบาล C072.jpegประยุทธ์ ประวิตร อนุพงษ์ อนุทิน มงคลกิตติ์ พรรคร่วมรัฐบาล CC3B555D4.jpeg

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ปลุกวิญญาณทหารเก่า ทวงสัญญาลูกผู้ชาย-สุภาพบุรุษจากพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาล่าสุดได้ปลุกวิญญาณสายเลือดทหารขึ้นมา โดยย้ำถึงความสัมพันธ์ ‘3ป.บูรพาพยัคฆ์’ ทั้ง ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร ตท.6-จปร.17 ‘บิ๊กป๊อก’พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (ตท.10-จปร.21) ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ตท.12-จปร.23 ที่เข้าคำเปรียบเปรยที่ว่า ‘มีวันนี้เพราะพี่ให้’ เพราะทั้ง 3ป. รู้จักมาตั้งแต่สมัยเป็น ‘ร้อยเอก-ร้อยโท-ร้อยตรี’ ที่อยู่บ้านพักหลังเดียวกันใน ร.21 รอ.

ในความเป็นพี่เป็นน้องของทั้ง 3 ป. กับภารกิจอันแสนยาวไกลตั้งแต่ในรั้ว ทบ. รวมทั้งการกรำศึกกับคนเสื้อแดงยุคปี 52-53 สมัยนั้น พล.อ.ประวิตร เป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ พล.อ.อนุพงษ์ เป็น ผบ.ทบ. ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่ง 5 เสือ ทบ. จนมาถึงยุค คสช. และรัฐบาลเลือกตั้ง ที่ได้ตั้ง ‘พรรคพลังประชารัฐ’ ที่ถูกตีตราว่าเป็น ‘พรรคทหาร’ ขึ้นมา

“นี่คือ 3 ป. มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่มี 3ป. เราจะทำอะไรได้ 2 คนนี้คือลูกพี่ฉัน สอนฉันให้เป็นคนดี สอนฉันให้ทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง จะทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ถ้าไม่มีพี่ทั้ง 2 คน พี่ป๊อก และ พี่ป้อม ฉันก็มีวันนี้ไม่ได้ ทุกอย่างไม่มีเพื่อตัวฉัน แต่เพื่อประเทศไทยเข้าใจหรือยัง ทุกพรรคไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กพรรคน้อยทั้งหมดจะเดินหน้าเพื่อประเทศไทย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ซึ่งคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับยิ่งไปตอกกย้ำความเชื่อที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ถูกคุมโดย ‘3ป.’ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ได้ออกมาปฏิเสธความเชื่อที่ว่า 3ป. เป็นผู้บริหารหลักประเทศว่า “จะบริหารหลักอะไร ต้องรัฐบาลที่บริหารหลักของประเทศ เขาก็อยู่ในรัฐบาล ไม่มีอะไรหรอก”

สำหรับพรรคพลังประชารัฐไม่ใช่ ‘พรรคทหาร’ พรรคแรก แต่ในอดีตก็มีพรรคทหารมาแล้วหลายพรรค แต่ชะตากรรมของพรรคทหารแต่ละยุคไม่ต่างกันมากนัก เช่น สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตั้ง ‘พรรคเสรีมนังคศิลา’ ขึ้นมา โดยลงเลือกตั้งปี 2500 แต่ถูกมองว่าเป็นการ ‘เลือกตั้งสกปรก’ จึงเกิดการประท้วงจากนักศึกษาและประชาชน 

จุรินทร์ ประยุทธ์ เฉลิมชัย 5252.jpg

รวมทั้งความขัดแย้งระหว่าง ‘3บิ๊ก’ ยุคนั้น ได้แก่ขั้วจอมพล ป. – จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ - พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ จนสุดท้าย จอมพลสฤษดิ์ ผบ.ทบ. ได้ทำการรัฐประหาร และตั้ง ‘พรรคสหภูมิ’ ขึ้นมาจนชนะการเลือกตั้ง แต่ประสบปัญหาเสียงในสภาที่ไม่ถึงครึ่ง จึงได้ตั้ง ‘พรรคชาติสังคม’ ขึ้นมาแทน โดยรวมพรรคสหภูมิ-เสรีมนังคศิลา เข้าด้วยกันลงเลือกตั้ง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เป็น ‘รัฐบาลผสม’ อีกครั้ง โดยมี พล.ท.ถนอม กิตติขจร เป็น นายกฯ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่ง เพราะการบริหารงานเป็นไปด้วยความลำบาก

นำมาสู่การที่ จอมพลสฤษดิ์ ทำรัฐประหารอีกครั้ง พร้อมกับออกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 8 ยกเลิก พ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2498 เรื่อยมาถึงปี 2511 จอมพลถนอมได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี2511 และมีการออก พ.ร.บ.พรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ จึงได้มีการตั้ง ‘พรรคสหประชาไทย’ ขึ้นมา แต่สุดท้าย จอมพลถนอม ทำรัฐประหารตัวเองปี 2514 ทำให้พรรคที่ตั้งมาปิดตัวลงไป จากนั้นตามมาด้วยเหตุการณ์ 14ต.ค.2516 นั่นเอง

พรรคทหารกลับมาอีกครั้งก่อนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ในยุค รสช. ได้มีการตั้ง ‘พรรคสามัคคีธรรม’ ขึ้นมา ในการดัน ‘ณรงค์ วงษ์วรรณ’ ขึ้นเป็น นายกฯ แม้จะชนะการเลือกตั้ง แต่ ‘ณรงค์’ ถูกแบล็คลิสต์จากสหรัฐฯ ทำให้เป็นนายกฯไม่ได้ ‘บิ๊กสุ’พล.อ.สุจินดา คราประยูร จึงกลืนน้ำลายเสียสัตย์เพื่อชาติ นำมาสู่เหตุการณ์พฤษทมิฬ ที่ทำให้ทหารต้องกลับเข้าค่ายไปนานสิบกว่าปี

สนธิ คมช รัฐประหาร 2549 0.jpg

จนเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 2549 ขึ้นมาโดย คมช. ที่นำโดย ‘บิ๊กบัง’พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. หลังสิ้นสุดยุค คสช. ไปแล้ว ‘บิ๊กบัง’ ก็ได้ตั้ง ‘พรรคมาตุภูมิ’ ขึ้นมาก็ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง จนมาถึงการตั้งพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้เงา ‘3ป.บูรพาพยัคฆ์’ ขึ้นมา หลังยุค คสช. ที่ได้ยึดอำนาจเมื่อปี57 จึงต้องจับตาว่า พปชร. จะซ้ำรอยอดีตหรือไม่ แต่ว่ากันว่างานนี้ 3ป. ศึกษาอดีตมาอย่างดีไม่ให้ซ้ำรอย พร้อมกับบทพิสูจน์ว่าจะเป็นเพียง ‘พรรคชั่วคราว’ หรือไม่

รวมทั้งท่าทีของกองทัพที่เป็น ‘กองหนุน’ ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแต่ยุค คสช. โดยเฉพาะ ผบ.เหล่าทัพชุดนี้ที่เป็น ส.ว. โดยตำแหน่งด้วย สำหรับ ผบ.เหล่าทัพ ที่อยู่ในโฟกัสสังคมหนีไม่พ้น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่ตลอดการขึ้นเป็น ผบ.ทบ. 1 ปีทีผ่านมา มีทัศนคติชัดเจนต่อพรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ หลังจัดเวทีทอล์กแผ่นดินของเราฯ ซัดว่าเป็นพวกซ้ายจัดดัดจริต ผ่านมา 2 เดือนแล้วที่ พล.อ.อภิรัชต์ ซุ่มเงียบลุยงานใน ทบ. งดการให้สัมภาษณ์สื่อ

ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ที่ท้าชนกองทัพมากขึ้น นำโดย ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทั้งเรื่องเงินนอกงบประมาณ กระทรวงกลาโหม 1.8 หมื่นล้านบาท โดยขอให้กระทรวงกลาโหมเปิดเผยรายได้จาก ‘สัญญาสัมปทานวิทยุ-ทีวี’ พร้อมขอรายละเอียด ‘สนามม้า-มวย-หวย-งบไอโอ’ ที่เรียกได้ว่าเป็นการ ‘ทุบหม้อข้าวทหาร’ นั่นเอง ที่ ผบ.เหล่าทัพ ต่างนิ่งและชี้แจงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น นำโดย ‘บิ๊กกบ’พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ในที่ประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณางบปี63 ที่สภา

ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพ ‘การเมือง-การทหาร’ ของไทยที่เปรียบเป็น ‘เหล้าเก่าในขวดใหม่’ ที่ต้องจับตาชะตากรรมของพรรคพลังประชารัฐ และ ‘3ป.’ จะซ้ำรอยอดีตหรือไม่ ?

เดิมพันครั้งนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงสูงมาก แต่อย่าลืมว่า ‘บริบทการเมือง’ ยุคนี้เปลี่ยนไป ที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีแบ๊กอัพที่ทำให้บรรดานักการเมืองต่างเกรงใจไม่น้อย ที่ต่างรู้ทิศทางลมบ้านเมืองในเวลานี้ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
102Article
0Video
26Blog