ไม่พบผลการค้นหา
'โทนี่' เผยนโยบายของ ‘เพื่อไทย’ หากไม่รู้จริงอย่าโจมตี จวก 'ประยุทธ์' เป็นแคนดิเดตนายกฯ รทสช.อ่านหนังสือ Capital ควรออกนโยบายฟื้นศก.ได้ ชี้ขึ้นค่าแรง 600 บ. ต้องสร้างบรรยากาศ ศก.ดีก่อน เชื่อ พปชร.ให้ ‘มิ่งขวัญ’ ลงแคนดิเดตนายกฯ

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. 2565 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ โทนี่ วู้ดซัม (Tony Woodsome) ระบุผ่านรายการ CareTalk x Care ClubHouse ในหัวข้อ จาก “คิดใหม่ ทำใหม่” ถึง “คิดใหญ่ ทำเป็น” โดยในช่วงแรก โทนี่ พูดถึงผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายว่า ทีมเอเชียเทคนิคยังสู้ทีมยุโรปไม่ได้ แต่ทีมเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มีความขยันมากจึงไปได้ไกล แต่เมื่อมาถึงตอนเตะลูกโทษแล้วรู้สึกผิดหวัง เหมือนเตะลูกโทษไม่เป็น เตะ 4 คน บอดไป 3 คน เห็นแล้วเสียดาย ยอมรับว่า คราวนี้ทีมบราซิลเล่นดีมาก แต่ปีนี้ก็พลิกล็อกเยอะอยู่เหมือนกัน เซียนบอลที่เซียนไม่จริงก็อาจจะขาดทุนเยอะหน่อย โดยส่วนตัวเดาไม่ยาก บราซิล ฝรั่งเศส และอังกฤษ น่าจะเข้ารอบชิง เพราะอังกฤษผู้เล่นดีๆ เยอะ ซึ่งในพรีเมียร์ลีก ‘แมนฯ ซิตี้’ ติดทีมชาติหลายประเทศรวมกัน 16-17 คน อีกทั้ง ‘ลิเวอร์พูล’ ก็ติดทีมชาติเกิน 11 คน หากนับตัวสำรอง

โทนี่ กล่าวอีกว่า นอกจากฟุตบอลแล้ว วันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้จัดงานประชุมของพวกอินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลมีเดียทั้งหลายที่มีผู้ติดตามรวมกัน 1,200 ล้านคน เพราะเขาต้องการให้บทเรียนกับคนรุ่นใหม่ว่าทำอย่างไรถึงจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ดี สอนให้คนรุ่นใหม่ใช้ทาเลนท์อย่างฉลาด โดยการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ต้องตรงประเด็น เพราะโซเชียลมีเดียคือเรื่องของแฟชั่น และกระแสนิยม หากผู้ติดตามไม่ขึ้นต้องปรับปรุงตัวเอง อย่าท้อถอย

8DDA5D3F-955C-4498-A7BD-D296B351BF31.jpeg


ชี้ ‘ประยุทธ์’เป็นแคนดิเดตนายกฯ อ่านหนังสือ ‘Capital’ จริง ต้องออกนโยบายได้

โทนี่ ระบุอีกว่า ตนได้ใช้เวลาว่างอ่านหนังสือตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แนะนำคือหนังสือ ‘Capital in the Twenty-First Century’ เขียนโดย ‘โทมัส ปีเกตตี’ นักเศรษฐศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งหนังสือเล่มนี้ออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2557 แต่คนอ่านมักจะชื่นชมตรงที่หนังสือเล่มนี้มีการค้นคว้าข้อมูลตั้งแต่ปี 1900 กว่าๆ เพื่อสำรวจทุกทฤษฎีทางเศรษฐกิจที่ใช้มาตลอด แล้วนำตัวเลขของผู้ที่มีเงินทุน มาเปรียบเทียบกับผู้ที่ใช้แรงงาน พบว่าทำให้เกิดช่องว่างรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ และการที่รัฐบาลเก็บภาษีมา แต่การแจกจ่ายของภาษีเพื่อนำไปสู่การพัฒนาของประเทศนั้นไม่ดีนัก

“ถ้าประยุทธ์อ่านหนังสือเล่มนี้จริง และไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องออกนโยบายที่มันตรงกับหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นที่มาของพรรคไทยรักไทยที่ต้องเติมเรื่องแนวคิด Socialism (สังคมนิยม) เพื่อให้รากหญ้าได้มีโอกาส ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ไม่ใช่ว่าทำรากหญ้า แล้วข้างบนจะไม่ได้รับ มันต้องใจเย็นๆ เป็นการรดน้ำที่รากแล้วขึ้นไปสู่ยอดใบ แต่ที่ผ่านมาสังคมเราใจร้อน ทำให้ต้นไม้เน่า” โทนี่ กล่าว

C3AFFED6-14B8-4D69-887A-65BF7202FD12.jpeg


ถ้า ‘เพื่อไทย’ ไม่ถูกขวางเห็นค่าแรงพุ่งถึง 800 บาท

 โทนี่ กล่าวอีกว่า การจะเคลื่อนพีระมิดต้องเคลื่อนที่ฐานราก ไม่ใช่เคลื่อนที่ยอดพีระมิด คล้ายๆ กับที่ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พูดในวันนี้ว่า เราต้องคำนึงถึงรายได้ที่จะลดช่องว่างระหว่างคนมีทุน กับไม่มีทุน ประยุทธ์ต้องอ่าน หรือให้คนอ่านให้ฟัง ที่มาถามว่าค่าแรง 600 บาทจะทำได้หรือ และ พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ออกมาพูดว่า พอเถอะการหาเสียงเรื่องรายได้ขั้นต่ำ แสดงว่าคนเหล่านั้นยังเข้าใจเศรษฐศาสตร์น้อยเกินไป เห็นใจเพื่อนร่วมชาติ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทยน้อยเกินไป

โทนี่ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่กับงบประมาณมาตลอด จึงคิดว่าทุกอย่างต้องมาจากงบประมาณ สำหรับตนแล้วนั้น ตนรวยมาจากการคว้าอากาศมาเป็นเงิน เลยมองว่าเงินอยู่ทุกที่ ถ้ามีปัญญาก็หาเงินมาได้

ตนฟังจากที่ แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย พูด นั่นคือการสร้างเศรษฐกิจให้มันดี ถ้าเศรษฐกิจมันดี มันจะเป็นกลไกบังคับเองว่าทุกอย่างต้องเพิ่ม เป็นการแสดงให้เห็นว่าจะทำเศรษฐกิจให้ดี ถึงแม้โลกจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งการที่เศรษฐกิจโตเฉลี่ยปีละ 5% นั้นมันคือตัวเลขที่เหมาะจะดูดให้คนกำลังจบการศึกษาเข้าสู่ระบบการจ้างงานได้ การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทมันต้องค่อยเป็นค่อยไป หากพรรคเพื่อไทยบริหารโดยไม่มีกระบวนการเฮงซวยมาก่อกวน 800 บาทก็ยังได้

โทนี่ กล่าวอีกว่า ภายใน 4 ปีนี้ต้องปั่นเศรษฐกิจให้มันโต รายได้มันก็ขึ้น มันต้องอยู่ในภาวะ War of Talent คือสภาวะที่ตลาดแรงงานตระหนักว่า ทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดขององค์กรคือ ‘บุคลากร’ จะนำมาซึ่งการจำเป็นต้องให้เงินคนเพิ่มเพื่อทำให้เศรษฐกิจมันดี และไม่ใช่เงินหลวงที่ต้องนำมาจ่าย แต่มันคือภาคเอกชนที่ต้องจ้างคนดีๆ นี่คือความเข้าใจทางเศรษฐกิจตั้งคนมีทุน ไปจนถึงคนไม่มีทุน ต้องเข้าใจเพื่อนมนุษย์ เข้าใจว่า รายได้มาจากไหน

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีเข้ามา มันคือการเชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกรรากหญ้า จนถึงคนที่อยู่ต่างประเทศ พูดง่ายๆ คือ เขามีระบบ Blockchain (บล็อกเชน) และ NFT ยกตัวอย่างเช่น ผมมีไร่ทุเรียนหมอนทองอยู่ 100 ต้น พ่อค้าจีนขอเหมาในฤดูนี้ต้นละ 30,000 บาท 500 ต้น ก็คิดเป็น 15 ล้านบาท หรือเศรษฐีเมืองไทยอยากซื้อทุเรียนตั้งแต่ก่อนจะออกก็สามารถทำได้ผ่าน NFT นี่คือเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถเชื่อมโยงคนที่ไม่รู้เรื่องที่สุดไปสู่คนที่อยู่ต่างประเทศได้ แต่มันอยู่ที่รัฐบาลต้องอำนวยความสะดวกได้ ถ้ารัฐบาลเข้าใจคนรุ่นใหม่

“ถ้าคนที่พูดเรื่อยเปื่อยในวันนี้จำไว้นะ นโยบายของเพื่อไทย ไม่รู้จริงอย่าโจมตี เพราะเขาพูดแล้วทำได้ทั้งนั้น เช่นนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ตอนนั้นก็โดนประชาธิปัตย์โห่ วันนี้นโยบายพรรคเพื่อไทยอย่าสบประมาท เขาทำได้ เขามีทีมค้นคว้า ไม่ใช่คอยดูดงบอย่างเดียว” โทนี่ กล่าว


‘พันศักดิ์’ เผยเศรษฐีใหม่ลงทุนนอกประเทศ

ด้าน พันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านนโยบายเศรษฐกิจ เผยว่า สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยนั้น ตนไม่ได้คิดนโยบายทางเศรษฐกิจ แต่มีคนที่ชื่อ ‘โทนี่’ บังคับให้คิด และมีอยู่สองประโยคที่พูดกับตนคือ “คิดแล้วไม่ต้องรับผิดชอบ” และ “คนที่บอกให้คิดต้องรับผิดชอบ” ทำให้รู้ว่า โทนี่ เป็นคนกล้าลุย กล้าคิด เมื่อผิดพลาดก็บอกตรงๆ เช่น ออกวิทยุเล่าเรื่องเช็คเด้งให้สาธารณะได้ยินเป็นล้านๆ คน เป็นความกล้าเสี่ยงโดยมีเหตุผล

พันศักดิ์ กล่าวอีกว่า 8 ปีที่ผ่านมา เรามีความชัดเจนเรื่องเศรษฐีใหม่ที่เกิดขึ้น แต่พวกเศรษฐีใหม่เหล่านั้นกลับไปลงทุนต่างประเทศมากกว่าประเทศไทย การสร้างบรรยากาศทางการลงทุน กฎหมาย และความมั่นคง ทำให้ผู้มีอันจะกินในประเทศไทยไปลงทุนในต่างประเทศปีละแสนล้านบาท หากอ้างอิงตามตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย ครั้นจะบอกว่า คนเหล่านี้รักชาติก็ไม่ใช่ แต่เขาบอกกลับมาว่า แล้วจะให้เขาทำอะไร อีกทั้งคำตอบที่ชัดเจนคือ ผู้มีอันจะกินเป็นผู้สร้างงานให้คนชนชั้นกลางได้มีโอกาสในชีวิต แต่วันนี้คนชนชั้นกลางถูกทอดทิ้ง จึงทำให้เขาตาสว่าง แต่ไม่ได้ตาสว่างทางจริยธรรม เขาตาสว่างเพราะกระเป๋าแห้ง นี่คือโจทย์สำคัญที่พรรคเพื่อไทย และทุกพรรคต้องหาคำตอบกับโจทย์นี้ว่าจะสร้างปัญญาบวกกับโอกาส ให้คนชนชั้นกลางมันขยับตัวขึ้นมาได้ เพื่อที่คนชนชั้นล่างจะแทนขึ้นมา มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องสร้างองคาพยพให้ผู้มีทุนรู้สึกอยากลงทุนในไทย

โทนี่ กล่าวว่า ต้องทำให้พวกเขามั่นใจว่าอยู่เมืองไทยแล้วเงินงอก ตนเคยพูดว่า จะแช่งให้พวกคุณรวยที่สุด เพื่อจะได้มีเงินภาษีมาดูแลประเทศ รัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เอาแต่แจกตัง เพิ่มงบประมาณแล้วเอาเงินทอน นี่มันคือการกัดกร่อน ทำประเทศอ่อนแอลงทุกวัน วันนี้เงินเฟ้อ คนชั้นกลาง รวมถึงคนที่กินเงินเดือน ค่าใช้จ่ายมันสูง ทำให้คนชั้นกลางเริ่มรู้สึกจะตกเป็นคนชั้นล่าง เพราะรายได้เริ่มไม่เพียงพอ เมื่อเศรษฐกิจไม่โต การจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นมันลำบาก

ตอนสมัยเรื่องหนี้ไอเอ็มเอฟ ตนนั่งรถผ่านถนน พบว่า ข้างทางมีตลาด มีแต่คนขาย ไม่มีคนซื้อ จึงต้องสร้างบรรยากาศโดยการที่เอาทุนกลับไป เริ่มจากทุนเล็กๆ ให้มันเคลื่อนไหวในระบบฐานราก คือการเอากองทุนหมู่บ้านไป และทำธนาคารประชาชนในเมือง เพื่อให้เงินเล็กๆ น้อยๆ ถูกนำไปสร้างเศรษฐกิจ บางคนกู้ไป 5,000 บาท เข็นน้ำมะพร้าว และน้ำเฉาก๊วยขายก็สามารถส่งลูกเรียนหนังสือได้ มันต้องสร้างบรรยากาศให้คึกคัก เมื่อข้างล่างมีเงินก็มาซื้อของในอุตสาหกรรมให้เงินมันพัฒนาต่อ เมื่อเกิดความคึกคัก ความมั่นใจก็เกิด


เชื่อ พปชร.ให้แคนดิเดตนายกฯ ‘มิ่งขวัญ’

โทนี่ กล่าวว่า วันนี้ต้องมีการสังคยนากฎหมาย โดยในเมืองนอก อะไรที่ไม่มีกฎหมายห้าม สามารถทำได้ เพราะเขาต้องการความคิดจากภาคประชาชน อยากทำอะไรก็ทำไป แต่เมื่อมีการทำเยอะต้องมีกฎหมายเข้าไปควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบ แต่ในเมืองไทย ไม่มีกฎหมายอนุญาต คือทำไม่ได้สักอย่าง มันต่างกัน ‘ไม่มีกฎหมายอนุญาตแล้วทำไม่ได้’ กับ ‘ไม่มีข้อห้ามแล้วทำได้’

วิธีคือ หรือตัวผู้นำ ถ้าไม่มีหัวทางเศรษฐกิจ ไม่เข้าใจการทำมาหากินของมนุษย์ มันยากที่จะสร้างบรรยากาศด้วยตัวของนายกฯ เอง หรือตัวรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจก็ทำอะไรมากไม่ได้ ไม่เหมือน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่เอา ‘มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ’ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ เข้ามาเลย มันก็สนุกดี การเมืองตอนนี้กำลังสนุก ในส่วนตัว วิจารณ์ได้ทุกคน เพราะรู้จักหมดทุกคน

โทนี่ ระบุว่า พลังประชารัฐจะเอา มิ่งขวัญ เข้าไปเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ 

"ผมพนันต้องเป็นแคนดิเดตนายกฯ ต่อจาก พล.อ.ประวิตร ผมรู้จักดี ไม่นั้น มิ่งไม่ไปที่นี่หรอก" 

ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งคือ สร้างความเชื่อมั่น หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ และได้จัดตั้งรัฐบาล ความเชื่อมั่นจะกลับมา อย่างที่บอกว่า คนชนชั้นกลางลำบากเยอะมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา ในสมัยไทยรักไทยให้เงินเพื่อที่จะนำเงินไปต่อยอด วันนี้ในแง่นโยบายคนละครึ่ง ทำให้คนไม่รู้สึกว่าเป็นการลงทุนใหม่ๆ อย่าคิดว่า นโยบายพรรคเพื่อไทยเป็นนโยบายชั้นเดียว หากเราเอาแต่ละนโยบายแต่ละเรื่องมาวางต่อกันใหม่จะพบว่า แต่ละเรื่องเป็นคำตอบในการจะทำอะไร ถ้าคนที่ต่อจิ๊กซอว์เก่งจะรู้ว่า 600 บาทมาจากไหน และการรีสกิลของคนในประเทศเยอะๆ จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ และเรื่อง 600 บาทจะกลายเป็นเรื่องเล็กมาๆ


‘ปลอดประสพ’ ยกเมกะโปรเจกต์จัดการน้ำยุคยิ่งลักษณ์

ด้าน ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการจัดตั้งกระทรวงเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงการท่องเที่ยวสามารถต่อยอดทางเศรษฐกิจได้ อีกทั้งตอนเกิดภัยพิบัติสึนามิเมื่อปี 2547 ตน กับ โทนี่ ได้จัดตั้งศูนย์เตือนภัยก่อนหน้าอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดของสึนามิ แต่ในวันนี้ศูนย์เตือนภัยที่ควรจะเป็นที่พักพิงกลับถูกดาวน์เกรด โดยทั้งหมดนี้จะบอกว่า โทนี่ พูดอย่างมีเหตุผล มีวิชาการ

อีกเรื่องคือ การจัดการน้ำ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ตอนนั้นมีน้ำเต็มเขื่อนกว่า 80% และตนมองว่าควรปล่อยน้ำ โทนี่ก็โทรมาสอบถามเพื่อความเป็นห่วง และเกิดเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่เสียเงิน แต่เกิดรัฐประหารเสียก่อน และในวันนี้ก็มาบ่นว่าทำไมไม่มีเขื่อน ไม่มี Flood Way ซึ่งสิ่งที่บ่นเหล่านั้นมีในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์แล้ว และสิ่งที่ แพทองธาร พูดในวันนี้ว่าจะมีการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ โดยเราต้องเซฟภาคกลาง และกรุงเทพฯ ไม่อย่างนั้นภายใน 20-30 ปี ท่วมแน่นอน

ด้าน โทนี่ กล่าวเสริมว่า เมื่อก่อนเราเคยทำเมกะโปรเจกต์เรื่องการจัดการน้ำทั้งระบบ และไม่ใช้เงินสักบาทเดียว โดยเป็นการเชิญชวนให้ต่างประเทศที่มีเงินมาทำให้เรา และผ่อนชำระเป็นสินค้าเกษตรที่เกิดจากน้ำเหล่านั้น เท่ากับว่าเราได้ผลผลิตทางการเกษตรฟรีๆ มาอีก 2 เท่า ตอนนั้นเราทำได้เพราะเขาเชื่อมั่นในรัฐบาล แต่ในวันนี้ประกาศจะจ่ายเงินให้เขา เขาก็ยังไม่กล้า เพราะกลัวเราไปชักดาบ

โทนี่ กล่าวอีกว่า การจัดการน้ำตอนนั้นประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ การสร้างตุ๊กตาจำลองในยุคไทยรักไทยเพื่อเชื่อมแม่น้ำยม เข้ากับแม่น้ำน่าน ผ่านบางระกำ มงลงที่กำแพงเพชร เชื่อมระหว่างสองแม่น้ำทำให้บางระกำสามารถปลูกข้าวได้ปีละ 3 ครั้ง ทำให้แม่น้ำสูงกว่าไหลไปที่ต่ำกว่า และที่ต่ำกว่าก็สูบขึ้นไปเชื่อมกันหลายๆ จุด ตนเรียกว่า ‘กริดน้ำ’ และทำเป็นแก้มลิงเพื่อเบรกมวลน้ำไม่ให้ไหลเข้ากรุงเทพฯ เร็วเกินไป

ในส่วนของถนนที่ตนได้มีการระเบิดถนนที่อุดรธานี เพื่อให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งตรงนี้ต้องดูทั้งประเทศ แล้วใช้ระบบแรงโน้มถ่วงของโลกที่ธรรมดา ซึ่งเป็นการลงทุนที่มากแต่คุ้ม เพราะใช้เงินกว่า 7-8 แสนล้านบาท แต่น้ำไหลถึงทะเลเลย ต่อจากนั้นต้องมีการถมทะเลเพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุนแล้วน้ำเอ่อ โดยเสนอให้ถมทะเลแถวบางขุนเทียน ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เอาที่ดินมาขายทำกำไร ดูเหมือนจะเสียเงินแต่ไม่เสีย และสร้างเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษให้คนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ สามารระบายความแออัดของกรุงเทพฯ ทำให้รถติดน้อยลง ยิงนกทีเดียวได้นกหลายตัว

66F5FFC3-1473-4CD7-960C-52A63119C698.jpeg


‘พันศักดิ์’ แนะ ‘พริก’ สายพันธุ์ไทย ต่อยอดโอกาสเศรษฐกิจ

โทนี่ กล่าวว่า ร้านของ กอร์ดอน แรมซีย์ ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นร้านดังที่มีหัวหน้าเชฟเป็นผู้หญิงไทย ซึ่งประเทศของเรามีคนที่มีความสามารถแบบนี้เยอะ แต่เราไม่ได้รีสกิล เพื่อให้โอกาสเขา ซึ่งรัฐบาลต้องตั้งศูนย์บ่มเพาะทั่วประเทศ ให้ทุกครอบครัวส่งตัวแทนมา 1 คน ถนัดเรื่องไหนแล้วแยกแต่ละกลุ่ม เพื่อเพิ่มรายได้ให้แต่ละปีกลับสู่ครอบครัวที่สูงขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องคิดใหญ่ คิดเล็กไม่ได้ เพราะประเทศมันช้ำมานาน เสียเวลามานานกับการที่ยึดอำนาจประชาชนไป แล้วไปดื่มด่ำกันจนเลอะเทอะ แล้วพอมาคิดว่าอยู่ต่ออีก 2 ปี มันคือค่อนของเจนเนอเรชั่น เพราะเจนเนอเรชั่นหนึ่งมันคือ 15 ปี แต่นี่มันจะ 10 ปีแล้ว

โทนี่ ให้ความเห็นเรื่องการจัดตั้ง TCDC เพื่อเป็นศูนย์ทางการดีไซน์ และแมททีเรียลไซน์ว่า ทุกวันนี้แบรนด์ ‘ไนกี้’ โด่งดัง เพราะมีการดีไซน์ และใช้แมททีเรียลที่ฉลาด บางครั้งเอาสายที่หุ้มเคเบิลมาทำเป็นรองเท้า แล้วเอามาดีไซน์ใหม่ให้เกิดประโยชน์

ขณะที่ พันศักดิ์ เสริมว่า ตอนสมัยโทนี่เป็นนายกฯ ตนให้อาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นศึกษาเรื่องพริก แล้วพบว่า พริกในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์ ทั้งพริกขอนแก่น พริกสุรินทร์ พริกอุดรฯ พริกน่าน ฯลฯ พรรคเพื่อไทยต้องรีบเอาเชฟที่เก่งๆ มาพัฒนาเมนูให้เหมาะสมกับรสชาติของพริกเหล่านั้น และทำการโฟกัสกรุ๊ปพริกเหล่านั้นเพื่อที่จะรีสกิลของอาหารไทยตามวัตถุดิบที่เรามี

โทนี่ เสริมอีกว่า วาซาบิเผ็ดขึ้นหัว พริกไทยเผ็ดที่ปาก พริกแอฟริกาเผ็ดลงคอ และไปลำไส้เลย มันเป็นเรื่องของแล้วแต่อาหารว่าจะใช้พริกอะไร มันคือตัวอย่างของการศึกษาอย่างลงรายละเอียด เขาศึกษาพบว่า อุณหภูมิใต้โลกเราร้อนถึง 6,000 องศา ถ้าเราเอามาใช้เพื่อเป็นพลังงานได้ มันจะเป็นพลังงานเหลือเฟือ คล้ายๆ กับการขุดเจาะน้ำมัน แต่นำพลังงานความร้อนมาแปลงเป็นอย่างอื่น ฉะนั้นอยากให้คนไทยคิดหลายๆ มิติ และมีการรีเสิร์ช

โทนี่ ระบุว่า การทำนโยบายของพรรคไทยรักไทย เราไปนั่งดูกลางลานวัด เชิญปราชญ์ชาวบ้าน เพราะเรายังไม่รู้วิถีชนบทฟังเขาเล่าไปดูแปลงนาไร่นาสวนผสม แล้วได้ผลแค่ไหน ไปดูเรื่องหนี้สิน เราจะไปศึกษา อย่างไรก็ตาม เรื่องแรงงานชักหน้าไม่ถึงเอว เพราะหนี้สิน รายได้ต่ำ ความศักดิ์ศรีมนุษย์หมดไป เพราะชีวิตเกิดมาไปทำงานเช้ายันค่ำไม่พอจะกิน แค่กินในครอบครัว ดังนั้นวันนี้ต้องอยู่แบบอดมื้อบางทีคนไทยต้มไข่กิน 1 ฟองกินทั้งบ้าน เป็นรัฐบาลวันนี้พรุ่งนี้ ค่าแรง 600 บาทเลยคงไม่ได้

“เท่าที่ฟังลูก(แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย) เขาต้องดูว่าเราเป็นศูนย์ผลิตอาหาร และโลกขาดแคลนอะไร แล้วนำไปส่ง คือใช้ตลาดนำ สิ่งที่เราผลิตประยุกต์ปรับใหม่ได้หรือไม่”

30 บาทรักษาทั่วไทย เจ็บป่วยกะทันหันไปรักษาใกล้บ้าน

ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงการจัดทำนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคในสมัยพรรคไทยรักไทยว่า เราทำ 30 บาทรักษาทุกโรค พอมาถึงจุดหนึ่งก็มีการทำบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ที่แพทองธารบอกว่าจะใช้บัตรประชาชนรักษาได้ทั่วประเทศไทย โดยระบบควรทำให้คนไทยที่มีบัตรประชาชน เมื่อไป โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ ตนว่าคนที่อยากป่วยอยากจะไปหาแพทย์ที่คุ้นเคย เมื่อไปถึงเสียบบัตรประชาชนแล้วเสียบบัตรประชาชนของแพทย์แล้วอ่านข้อมูลในคลาวด์ได้ ดังนั้นถ้าเชื่อมระบบคลาวด์ใหญ่ได้ เมื่อเจ็บป่วยกะทันหัน ไม่ถึงขั้นเร่งด่วน ก็เข้าโรงพยาบาลอยู่ใกล้แล้วเสียบประวัติให้แพทย์รักษาก็จะรู้จักประวัติ

ไม่ยุบสภาก่อน 7 ก.พ. 66 ส.ส.แห่ลาออกล็อตใหญ่

จากนั้น โทนี่ ระบุว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ยุบสภาฯก่อน 7 ก.พ.2566 ก็จะมีการย้ายพรรคยกใหญ่ของ ส.ส. ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว พอถึง 7 ก.พ. 2566 จะมีรัฐมนตรีย้ายพรรค ไม่รู้จะบริหารยังไง นายกฯ อาจจะตั้งผู้อำนวยการซูเปอร์โพลเป็นนายกฯก็ได้ เพราะทำโพลได้ถูกใจ 

ในช่วงท้าย โทนี่ ระบุว่า วันนี้เงินในธุรกิจที่เป็นสีเทาทั้งหลายไม่นับยาเสพติด พวกการพนัน ก็มีเยอะมาก ถ้าเศรษฐกิจปกติพวกนี้ไม่ใหญ่ขนาดนี้ เพราะเศรษฐกิจไม่ดีก็ไปทำมาหากินพวกนี้ ถ้าจัดระเบียบทุกอย่างขึ้นบนโต๊ะเงินเหลือเฟือ ตอนนี้ถ้ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยบริหารดีๆ จะมีเงินเหลือเฟือส่งเด็กไปเรียนต่างประเทศ

ปลอดประสพ สุรัสวดี กล่าวว่า บ้านเมืองควรเจริญเยอะกว่านี้โชคร้ายนายกฯ และครม.เป็นแบบนี้ ใน ครม.ทักษิณ ครม.ยิ่งลักษณ์ มีปลัดกระทรวงพวกนี้มีเทคโนแครตเข้าใจระบบราชการ แต่รัฐบาลปัจจุบันที่ตั้งมาจะไปทำได้อย่างไร ความเจริญไม่มี มีแต่ความเสื่อมถอย และอยากอยู่ต่ออีก 2 ปี ดังนั้นการเลือกตั้งยังจำเป็น ประชาชนคงเลือกพรรคที่มีนโยบายแก้ปัญหาได้โดยตรง และพรรคเพื่อไทยมีนโยบายเป็นเรื่องเป็นราว นอกนั้นไม่ได้เรื่อง ส่วนหนึ่งรอเป็นรัฐบาลและรอดูไปดูมา

โทนี่ ระบุว่า มันนี่โพลิติก ต้องซื้อเอาจะเจ็บตัวหมด เพราะวันนี้ชาวบ้านมีความรู้อะไรที่จะเป็นอนาคตของเขา เงินรับแน่นอน ต้องขอบคุณที่รัฐบาลหลายพรรคมีเงิน ประชาชนจะอิ่มแค่ 1-2 วันแต่เขาจะเลือกสิ่งที่เป็นอนาคตเขา และความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่่อไทยคือคิดเป็นทำเป็นและคิดใหญ่ด้วยก็น่ากลัว

“น่ากลัวนะพรรคเพื่อไทยตอนนี้ มันนี่โพลิติกเอาไม่อยู่ ตนไม่รู้ซื้อหัวละ1พันจะเอาพรรคเพื่อไทยอยู่หรือไม่ เพราะ1 เขตจะใช้เงินหลายสิบล้านบาท” โทนี่ ระบุ

ขณะที่พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ระบุว่า เหลือพรรคเดียว เมื่อประชาชนเลือกพรรรคแล้วผู้มีอำนาจถืออาวุธและไม่ถืออาวุธต้องคิดถึงอนาคตัวเองอนาคตภรรยาทีต้องหารายได้ ลูกของตัวเองที่อยากจะเป็นสตาร์ทอัพ หรืออยากทำมากกินสบายๆ ถ้าคิดถึงต้องปล่อยให้พรรคการเมืองที่มีประวัติศาสตร์ผลสำเร็จได้กับสังคม ได้คิดมาเปลี่ยนแปลง จะดีกับตัวพวกเขาเอง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง