ไม่พบผลการค้นหา
การแพร่ระบาดของโควิดครั้งนี้ เกิดจาก ‘คลัสเตอร์ทองหล่อ’ ที่มาจากสถานบันเทิง ทำสะเทือนมาถึงรัฐบาล หลังมีบุคคลระดับรัฐมนตรี โดน ‘พิษ’ นี้ไปเต็มๆ นั่นคือ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม

แม้จะระบุว่าไม่ได้ไปเลาจน์ที่ทองหล่อ และติดมาจาก ‘บุคคลหน้าห้อง’ ที่ไปทองหล่อมา ตามมาด้วยกระแสกดดันให้เปิดเผย ‘ไทม์ไลน์’ ให้ชัดเจน ทว่ากลับทิ้งระยะเวลา จึงยิ่งทำให้สังคม ‘แคลงใจ’ ต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

แน่นอนว่า ‘พิษคลัสเตอร์ทองหล่อ’ ลามมาถึง ‘พรรคภูมิใจไทย’ หลัง ‘ศักดิ์สยาม’ ไปร่วมงานวันเกิดพรรค 6 เม.ย. 2564 ทำให้ ส.ส. และคนที่ไปร่วมงาน ต้องไปตรวจเชื้อ-กักตัว 14 วัน จึงเป็นคนถามมายังรัฐบาล ใครกันแน่ที่ ‘การ์ดตก’ รวมทั้ง ‘กระทบชิ่ง’ มาถึง ‘อนุทิน ชาญวีรกูล ที่หลีกหนี ‘ความรับผิดชอบ’ นี้ไม่ได้ ทั้งในฐานะ ‘หัวหน้าพรรค’ และ ‘รมว.สาธารณสุข’ ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง

ในทางการเมืองระส่ำมาถึง ‘บ้านใหญ่ชิดชอบ’ ที่มี ‘พี่เน’เนวิน ชิดชอบ เป็นพี่ใหญ่ประจำบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ‘น้องโอ๋’ ย่อมกระทบ ‘ภาพลักษณ์’ ของคนในบ้านนี้ทั้งหมด และที่กระทบชาวบุรีรัมย์โดยตรง คืองานวันสงกรานต์ ที่กร่อยตามไปด้วย หลังได้ยกเลิกงานสงกรานต์ จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้เป็นที่รู้กันว่า ‘ผู้มีบารมีนอกพรรค’ ตัวจริงของพรรคภูมิใจไทย นั่นคือ ‘เนวิน ชิดชอบ’ แม้จะไม่ได้ลงสนามการเมือง ‘อย่างเปิดหน้า’ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าประสานงานใกล้ชิด ‘อนุทิน’ อยู่ตลอด ซึ่ง ‘ศักดิ์สยาม’ ก็เปรียบเป็น ‘ตัวแทนเนวิน’ มาอยู่ในพรรค ดังนั้นเมื่อเกิดสิ่งใดขึ้นจากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ของ ‘บ้านชิดชอบ-อนุทิน’ ย่อมส่งผลอย่างสัมพันธ์กัน 

เมื่อชื่อของ ‘น้องโอ๋’ กลายเป็น ‘สายล่อฟ้า’ ของพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาล รวมทั้ง ‘อนุทิน’ ที่ถูกพิษจาก ‘คลัสเตอร์ทองหล่อ’ เล่นงานด้วย ทำเอา สะเทือนกันทั้งพรรค จึงต้องจับตาว่างานนี้ ‘พี่เน’ จะกู้สถานการณ์อย่างไร?

อนุทิน ศักดิ์สยาม ภูมิใจไทย 9 4679197.jpg

ทว่า ‘พิษคลัสเตอร์ทองหล่อ’ ลามมาถึง ‘พรรคพลังประชารัฐ’ ด้วย โดยพุ่งเป้าไปที่ ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แม้จะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ก็เป็นการ ‘กระทบชิ่ง’ หลังมี คำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ที่ 102/2564 โยก ‘ผู้กำกับด้วง’ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ เข้ากรุ มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 แทน เพราะ ‘ย่านทองหล่อ’ เป็น ‘พื้นที่รับผิดชอบ’ แถมมี ตร. ใน สน.ทองหล่อ ติดเชื้อโควิดด้วย

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ดวงโชติ จบ ตท.39 และ นรต.55 มีศักดิ์เป็นลูกเขย ‘บิ๊กป๊อด’ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และเป็น หลานเขย ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร หลังแต่งงานกับ พ.ต.อ.แพทย์หญิง พัชรา วงษ์สุวรรณ บุตรสาว พล.ต.อ.พัชรวาท นั่นเอง 

ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ดวงโชติ เริ่มต้นชีวิตราชการตำแหน่ง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ก่อนโยกมาเป็นนายเวรประจำ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน อดีตรอง ผบ.ตร. 

จากนั้นขยับเป็น รองสารวัตรสืบสวน สน.พหลโยธิน ก่อนขึ้นสารวัตร สายตรวจ 2 กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) และ สารวัตรสืบสวน สน.สุทธิสาร ต่อมาขึ้นเป็นรองผู้กำกับการสืบสวน สน.ลุมพินี และเป็นรองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สน.ลุมพินี ก่อนขึ้นเป็น ผู้กำกับการ สน.บางรัก และ สน.ทองหล่อ

ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก สน ทองหล่อ -3DC6-41D2-9959-063C2E371A4F.jpeg

หากดูโปร์ไฟล์ ‘ผู้กำกับด้วง’ ในสาย ตร. เรียกว่ามี ‘ประวัติโลดโผน’ ไม่น้อย รวมทั้งการนั่งตำแหน่งใหญ่ใน สน. ต่างๆ ที่ล้วนเป็น สน.ใหญ่ๆ เกรดพรีเมี่ยม ทั้งนั้น

เหตุการณ์ ‘คลัสเตอร์ทองหล่อ’ ครั้งนี้ จึงทำให้ชื่อ ‘ผู้กำกับด้วง’ ถูกโฟกัสมากขึ้น ทั้งเรื่องงานในหน้าที่ และบทบาท 'บุตรเขยวงษ์สุวรรณ'

ทว่าเหตุการณ์ ‘คลัสเตอร์ทองหล่อ’ สะเทือนไปทุกวงการ โดยเฉพาะในแวดวง ‘ชนชั้นนำสังคม’ ที่กระทบมาถึง ‘คนตัวเล็ก’ ในสังคม นับจากเหตุระบาดครั้งแรก 1 ปีก่อน มาจาก ‘สนามมวยลุมพินี’ ภายใต้การดูแลของ ทบ. และสถานบันเทิงทองหล่อ ในการระบาดปลายปี63 มาจากตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร โดยมีต้นต่อมาจาก ‘แรงงานต่างด้าว’ ที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย กับคลัสเตอร์บ่อน จ.ระยอง ล่าสุดกลับมาที่คลัสเตอร์ทองหล่ออีกครั้ง

หากไล่เรียงจะพบว่า การแพร่ระบาดมาจาก ‘ความผิดพลาดของรัฐ’ ในการป้องกันและปราบปราม ไม่ได้มาจาก ‘คนหาเช้ากินค่ำ’ แต่กลับต้องมา ‘แบกรับร่วมกัน’ บนสถานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ย่อมส่งผลมากกว่า ‘ชนชั้นนำ’ ที่มี ‘ทุนสำรอง’ มากกว่า

สุดท้ายแล้วไม่ใช่เพียง ‘บ้านใหญ่ชิดชอบ-วงษ์สุวรรณ’ ที่สะเทือน แต่ระส่ำไปทั้ง ‘รัฐบาลประยุทธ์’ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มีท่าที ‘แบ่งรับแบ่งสู้’ ไม่มีท่าที ‘ขึงขัง’ ในการตอบคำถามสื่อถึงการระบาดคลัสเตอร์ทองหล่อ

ประวิตร ประยุทธ์ คณะรัฐมนตรี 2_4 330_01.jpg

"คุณคิดว่าอันนี้มันเหตุเกิดไก่ก่อนไข่ ไข่เกิดก่อนไก่ อะไรทำนองนี้ คือใครจะไปไหนมาก็รู้ตัวกันอยู่แล้ว ใช่ไหม แล้วรัฐบาลก็ไปห้ามไม่ได้ มันอยู่ที่ตัวบุคคล แล้ววันนี้ผมก็คิดว่ามีบทเรียนพอสมควรแล้วหยุดเสียทีเถอะนะ เพราะถึงอย่างไรใครเป็นก็รักษา ไม่ว่าจะเป็นใครทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เป็นบทเรียนอันนึงว่าสถานที่อโคจร เข้าใจไหม ก็ไม่ไป ไม่ควรไป นายกฯ ไม่เคยไปไหนเลยเนี่ย หลายปีมาแล้วนะ ที่อโคจรไม่ได้ไปเลย 10 กว่าปีไม่เคยออกจากบ้านไปไหนเลยเนี่ย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ต้องจับตาว่า ‘พิษโควิด’ จาก ‘คลัสเตอร์ทองหล่อ’ จะสาวไปถึงใครอีก สะเทือนบ้านใหญ่ใดอีกหรือไม่ เพราะเพียงแค่ ‘บ้านใหญ่ชิดชอบ-วงษ์สุวรรณ’ ก็สะเทือนกันไปหมด เพราะเปรียบเป็น ‘หัวเรือหลัก’ ของ รัฐบาลประยุทธ์ ที่ต้องร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน

ระวังสนมกินเรือ เพราะสนิมเหล็ก เกิดแต่เนื้อในตน !!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
137Article
0Video
39Blog