วันนี้ (29 ส.ค. 2568) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประชุม Situation Awareness Team (SAT) ติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากพายุ “คาจิกิ” กำชับจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่สภาพเดิม พร้อมเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ที่จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยในช่วงวันที่ 30 ส.ค. 68 นี้ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงภัยเข้าร่วมประชุม ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การเคลื่อนตัวและผลกระทบจากพายุ “คาจิกิ” มาอย่างต่อเนื่อง พบว่าพายุลูกนี้ได้เคลื่อนผ่านประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม เนื่องจากหย่อมความกดอากาศกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายวันที่ 30 ส.ค. 68 แล้วอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน และจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 ส.ค. 68 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 ส.ค. 68 ซึ่งทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกและอาจเกิดสถานการณ์อุทกภัยขึ้น สำหรับภาคตะวันออกบริเวณชายฝั่งทะเล อาทิ ระยอง ตราด จันทบุรี ก็อาจเกิดคลื่นลมแรงได้เช่นกัน จึงขอให้จังหวัดติดตามและเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า โดยตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ และทำนบกันน้ำให้อยู่ในสภาพดี บริหารจัดการน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้พร้อมรองรับปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกในพื้นที่ และหากจังหวัดได้รับการแจ้งเตือนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ขอให้ใช้กลไกของท้องถิ่นและท้องที่แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ รวมถึงประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่าสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอให้ทำการอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิง/พื้นที่ประสบภัยก่อนโดยไม่ต้องรอให้เกิดสถานการณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้น
สำหรับจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงเดินหน้าช่วยหลือประชาชนในทุกมิติ ทั้งการสนับสนุนการฟื้นฟูสาธารณูปโภคพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม ตลอดจนบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด หากจังหวัดต้องการการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพิ่มเติม ขอให้ประสานมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันทีเพื่อจะได้สนับสนุนการปฏิบัติงานให้ทันต่อสถานการณ์