ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (14 มีนาคม 2569) ว่า ถึงเวลาขยับประเทศไทยไปข้างหน้าสู่ “เศรษฐกิจมูลค่าสูง” ด้วยการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดนั่นคือ “การสร้างคน”
เพราะเราไม่เหลือเวลาให้เสียเปล่าอีกต่อไปครับ!
วันนี้ผมในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญผ่านกลไกนิติบัญญัติที่เราเตรียมเสนอกฎหมายรวม 47 ฉบับ เพื่อวางรากฐานประเทศใหม่ใน 4 มิติหลัก
1. มิติโครงสร้างพื้นฐาน เช่น พรบ.การศึกษาแห่งชาติ และ พรบ.จัดการทรัพยากรน้ำ
2. มิติมาตรฐานเพื่อความเชื่อมั่น เน้นหลักนิติธรรม (Rule of Law)
3. มิติความปลอดภัยและความมั่นคง ครอบคลุมทั้งไซเบอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
4. มิติกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าสูง มุ่งเน้น New Growth Engine ทั้งซอฟต์พาวเวอร์ (THACCA) และเศรษฐกิจดิจิทัล
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเรากำลังลงทุนใน “มนุษย์” เพื่อรองรับโลกที่ผันผวน ทั้งจาก Tech Disruption และการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยผมจะยกตัวอย่างการผลักดันการวางรากฐานเศรษฐกิจมูลค่าสูงผ่าน “พรบ.การศึกษา” ด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ต่อไปนี้ครับ
1. ยกระดับครูไทย ดึงดูดคนเก่งเข้าสู่ระบบ วางระบบประเมินที่ตรงจุด และที่สำคัญคือต้อง “ลดภาระงานนอกการสอน” เพื่อให้ครูมีเวลาดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่
2. นักเรียนเป็นศูนย์กลาง ปรับหลักสูตรให้ยืดหยุ่น สร้างเสริมสมรรถนะที่ตอบโจทย์อนาคต พร้อมตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้เรียน” เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีสวัสดิภาพของทุกคน
3. เรียนฟรีต้องฟรีจริง ปรับการจัดสรรงบประมาณให้เป็นธรรม กระจายงบสู่โรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดภาระผู้ปกครองและป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ
4. กำหนดทิศทางพัฒนาคนสู่ตลาดแรงงาน ผ่านการจัดตั้ง Productivity Superboard (บอร์ดผลิตภาพแห่งชาติ) เพื่อเชื่อมภาคเอกชนกับระบบการศึกษา ผลิตคนให้ตรงกับงาน และสร้าง National Credit Bank (ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ) ระบบสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตที่ใช้ได้จริง รองรับการ Upskill และ Reskill ตลอดชีวิต
เด็กไทยทุกคนต้อง “เรียนได้งบ จบได้งาน” เพราะเราต้องสร้างคนให้มีทักษะในการสร้างรายได้ที่สูงขึ้น เพื่อเป็นฐานรากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและบริการสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน
การศึกษาคือการลงทุนที่มั่นคงที่สุด มีมูลค่าสูงสุดและคุ้มค่าสำหรับอนาคตของพวกเราทุกคนครับ