ไม่พบผลการค้นหา
'สส.มนพร' กับความสำเร็จผลักดัน จัดประชุม ครม.สัญจร ที่นครพนม ครั้งที่ 2 เกิดความเปลี่ยนแปลง ตั้งคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยนครพนม แก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์พื้นที่อีสาน สร้างโอกาสทางการศึกษาลูกหลาน

สส.เดือน 'มนพร เจริญศรี' สส. นครพนม เขต2 พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี สัปดาห์นี้ ต้องถือว่า มีมติสำคัญที่เป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวนครพนม รวมถึงพี่น้องชาวอีสาน เนื่องจากคณะรัฐมนตรี เห็นชอบอนุมัติงบประมาณ กว่า 2,500 ล้านบาท เดินหน้าสนับสนุนโครงการ ตั้งคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม จึงขอย้อนพูดถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่นครพนม ที่ผ่านมาจัดขึ้นถึง 2 ครั้ง ต้องบอกว่า สร้างความเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนา ครั้งประวัติศาสตร์ ให้ นครพนม ทุกครั้ง

ครั้งแรกครบรอบ 22 ปี อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 นำทีมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่นครพนม เมื่อปี 2547 ในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย อนุมัติงบประมาณกว่า 1,700 ล้านบาท สร้างสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 นครพนม คำม่วน ส่วนครั้งที่สอง โอกาสดีของชาวนครพนม เดือน ได้รับโอกาสจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผลักดัน รัฐบาลเพื่อไทย เสนอ อดีตนายกแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 นำทีมจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่นครพนม เมื่อเดือนเมษายน 2568 อนุมัติงบสนับสนุนจัดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก ครั้งแรก รวมถึงการเห็นชอบอนุมัติ ตั้งคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม แก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่อีสาน สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ลูกหลาน

ล่าสุดครบรอบ 1 ปี จากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรพรรคเพื่อไทย ที่นครพนม อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย ได้ผลักดันสานต่อนโยบายพรรคเพื่อไทย เสนอให้คณะรัฐมนตรีรัฐบาลปัจจุบัน อนุมัติงบประมาณ กว่า 2,500 ล้านบาท เดินหน้าสนับสนุนโครงการ ตั้งคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เตรียมพร้อมเปิดรับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรก ในปี 2571 โดยมีระยะเวลาดำเนินการภายใน 10 ปี ระหว่างปี 2570 ถึง 2579 เพื่อผลิตแพทย์เพิ่ม และแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ในพื้นที่ภาคอีสาน เน้นให้คนในพื้นที่ได้เรียนแพทย์และกลับไปพัฒนาบ้านเกิด ตั้งเป้าผลิตแพทย์เพิ่ม ให้ได้กว่า 70 คน ภายในปี 2579 ถือเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลง ครั้งประวัติศาสตร์ ให้กับนครพนม อีกครั้ง มั่นใจเกิดประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพประชาชนแน่นอน

ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการดูแลสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน เริ่มมาตั้งแต่ 30 บาทรักษาทุกโรค จนถึงบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ เพิ่มสวัสดิการ อสม. การแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ เนื่องจากปัจจุบัน ภาคอีสาน สำนักงานเขตสุขภาพที่ 8 ไม่มีคณะแพทย์ศาสตร์ และยังประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์ เพราะส่วนใหญ่บุคคลกรทางการแพทย์ จบมาจากพื้นที่ กทม. พอทำงานได้ 2-3 ปี มีการลาออกกลับภูมิลำเนา จังหวัดที่ขาดแคลนหนักสุด คือ จ.บึงกาฬ อัตราส่วนการดูแลผู้ป่วย ของแพทย์ 1 คน ต่อ 6,000 คน ส่วน นครพนม ปัจจุบัน มีอัตราแพทย์ 1 คน ดูแลผู้ป่วยต่อ 4,000 คน จากค่ามาตรฐานของไทย แพทย์ 1 คน ต่อ 900 คน ทำให้แพทย์ทำงานหนักถึง 4 เท่า อนาคตหากมีคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยนครพนม เชื่อมั่นจะส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่อีสาน และจะส่งผลดีต่อการผลักดันพัฒนาให้โรงพยาบาลนครพนม เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ที่มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย ลดการส่งต่อผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย ที่สำคัญจะส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชน ทำให้มีสุขภาพดี และอายุยืนมากขึ้น